สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

เลิศรัตน์ รัตนวานิช เสนอแนะบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในการตราพระราชบัญญัติต่าง ๆ และการปฏิบัติหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจนกว่าจะมีการประชุมรัฐสภาครั้งแรก นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติต่าง ๆ โดยมีระยะเวลาการดำเนินการและขั้นตอนในการพิจารณา และหารือเรื่องการดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันและ 150 วันตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรา 315 ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และเสนอแนะการรวมองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าด้วยกัน

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ใคร่ขอใช้เวลาในการแนะนําบทเฉพาะกาลซึ่งมีอยู่ ๑๒ มาตรา ตั้งแต่มาตรา ๓๐๔ จนถึงมาตรา ๓๑๕ เพื่อความเข้าใจของท่านสมาชิก โดยจะขออนุญาตชี้แจงเฉพาะมาตราที่สําคัญ ๆ ในมาตรา ๓๐๕ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาและรัฐสภา ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าจะมี การประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกตามมาตรา ๑๓๖ ซึ่งภารกิจหลักที่สําคัญในช่วงนี้ก็คือ การตราพระราชบัญญัติต่าง ๆ ซึ่งมีกว่า ๓๐ ฉบับ ห้วงเวลาหลังจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ แล้วก็จะเป็นประมาณ ๗-๘ เดือน ในวาระเริ่มแรกหากปรากฏว่าเมื่อต้องมีการประชุมรัฐสภา เป็นครั้งแรกตามมาตรา ๑๓๖ แล้ว แต่ยังไม่มีวุฒิสภา ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่ วุฒิสภาต่อไป เดี๋ยวท่านจะเห็นว่าวุฒิสภานั้นจะมีระยะเวลาในการให้ได้มาช้ากว่า สภาผู้แทนราษฎร จึงต้องเขียนเผื่อเอาไว้นะครับ ในมาตรา ๓๐๖ เพื่อประโยชน์ในการจัดให้มี พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่จําเป็น ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปและสิ้นสุดลงในวันเปิดประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกตามมาตรา ๑๓๖ คือวันที่เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้เปิดประชุม สภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกภายใน ๓๐ วันหลังจากที่มีการเลือกตั้งทั่วไประยะเวลาตั้งแต่ รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับจนถึงการประชุมครั้งแรกของรัฐสภาหรือการเปิดประชุมครั้งแรก นั้น จะเป็นระยะเวลาประมาณ ๗ เดือน เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ห้ามไม่ให้ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่หรือผู้ดํารงตําแหน่งใดในพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองภายใน ๒ ปีนับแต่ วันที่พ้นจากตําแหน่ง

ในมาตรา ๓๐๗ ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดําเนินการยกร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และร่างพระราชบัญญัติดังต่อไปนี้ แล้วเสนอให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา

(๑) มี ๓ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ คือที่ว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาว่าด้วยพรรคการเมือง และกลุ่มการเมือง และฉบับที่ ๓ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องส่งให้หลังจากที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับแล้ว และเมื่อผ่าน ๖๐ วันนี้แล้วก็ยังต้องส่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีก ๓๐ วัน หลังจากนั้นก็นําขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้วจึงจะสามารถประกาศให้มีการเลือกตั้งได้ ซึ่งใช้เวลาในการเลือกตั้ง ทั่วไปนั้นให้เวลาไว้ไม่เกิน ๙๐ วัน

(๒) นั้นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญอื่น ๆ อีก ๙ ฉบับ ที่อยู่ใน มาตรา ๑๕๙ เราจะให้เวลาสภานิติบัญญัติไว้ ๑๒๐ วันนับแต่วันที่ได้รับร่าง และ

(๓) นั้นร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่า มีความจําเป็น เพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนี้ และได้ยกร่างเสนอต่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีที่กําหนดไว้ขณะนี้คือ ๑๔ ฉบับ ก็ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จใน ๑๒๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับร่าง

ในกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติใดแล้ว ให้เสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป ในกรณีที่เป็น ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไป ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่สภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอนั้น ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น ซึ่งไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ต้องเป็นสมาชิกของสภาปฏิรูปแห่งชาติ

มาตรา ๓๐๘ ในวาระเริ่มแรกนับแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

(๑) ให้ดําเนินการเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน และดําเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๓๐๗ วรรคหนึ่ง (๑) ก็คือ ๓ ฉบับ ที่ผมได้เรียนให้ทราบนั้น มีผลใช้บังคับคือประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทําหน้าที่ดําเนินการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาแทนคณะกรรมการดําเนินการจัดการเลือกตั้งตามมาตรา ๒๖๘ ซึ่งยังจัดตั้งไม่ทันนะครับ เพราะฉะนั้นในครั้งแรกนี้ก็ดําเนินการโดย กกต.

(๔) ของมาตรา ๓๐๘ เมื่อครบ ๓ ปีนับแต่วันเริ่มต้นสมาชิกภาพ ให้สมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๑ (๑) (๒) และ (๓) ซึ่งมาจากการเลือกกันเองทั้ง ๓ อนุมาตรานั้น ทั้งหมด พ้นจากสมาชิกภาพ และสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๒๑ (๔) คือกลุ่มที่ได้รับการสรรหา ๕๘ คน จํานวนกึ่งหนึ่งพ้นจากสมาชิกภาพโดยการจับฉลาก หลังจากนั้นก็ให้มีการสรรหาแล้วก็ให้ เลือกกันเอง สมาชิกวุฒิสภาเข้ามาทดแทนตามจํานวนที่ได้ให้พ้นสภาพไป โดยยังให้สิทธิ ผู้ที่พ้นสภาพนั้นได้กลับมาเข้ารับการสรรหาหรือเลือกกันเองได้ เนื่องจากว่ายังดํารงตําแหน่ง ไม่ครบเทอม เหตุผลที่ได้ให้ออกไปประมาณครึ่งหนึ่งก็เพื่อที่จะให้สมาชิกวุฒิสภานั้น มีความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานก็จะผลัดกันออกทีละครึ่ง ผู้ที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งต้องมี การเลือกตั้งนั้นก็จะอยู่ในเทอมแรกครบ ๖ ปี และเมื่อเลือกตั้งใหม่ก็อยู่ต่อไปอีก ๖ ปี โดยจะอยู่ได้เพียงเทอมเดียวกรณีนั้น

ในมาตรา ๓๑๔ บรรดากฎหมายใดที่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ ให้ผู้รักษาการตามกฎหมายนั้นและคณะรัฐมนตรีดําเนินการเพื่อให้มีการตราหรือแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายนั้นให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

และมาตราสุดท้ายของร่างรัฐธรรมนูญ คือมาตรา ๓๑๕ บรรดาการใด ๆ ที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญรวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าว ไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทํานั้น ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ อันนี้ก็เป็นไปตามมาตรา ๔๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช.๒๕๕๗ แล้วก็เหมือนกันทุกตัวอักษรกับมาตรา ๓๐๙ ของรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพียงแต่อ้างรัฐธรรมนูญชั่วคราวคนละฉบับ นั่นก็เป็นเรื่อง ที่สําคัญ ๆ ที่ตราไว้นะครับ

ส่วนบทเฉพาะกาลมาตราอื่น ๆ เช่น มาตรา ๓๐๙ และมาตรา ๓๑๐ นั้น กล่าวถึงการพ้นตําแหน่งของคณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และพูดถึงการสรรหากรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีวาระการดํารงตําแหน่ง ที่เหลืออยู่แตกต่างกัน จึงได้บัญญัติไว้ให้ชัดเจนของแต่ละองค์กรว่ามีวิธีการปฏิบัติอย่างไร

ในมาตรา ๓๑๑ ได้กล่าวถึง การรวมองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าด้วยกัน โดยกําหนดขั้นตอนในการรวม ให้เป็นองค์กรเดียวกัน

มาตรา ๓๑๒ ได้ยกเว้นการบังคับใช้ในวาระเริ่มแรกใน ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือ เรื่องการจัดทํางบประมาณ ๒ ขา คืองบประมาณที่มีทั้งรายรับและงบประมาณที่มีรายจ่าย สําหรับในครั้งแรกของคณะรัฐมนตรี รวมถึงการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนด้วยระบบ คุณธรรมนั้นก็จะดําเนินการเมื่อได้มีการตรากฎหมายว่าด้วยการนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

และมาตราสุดท้ายที่ไม่ได้พูดถึง คือมาตรา ๓๑๓ เป็นการกําหนดกรอบเวลา ในการตรากฎหมายและระเบียบของศาลให้รองรับกับการบังคับใช้ต่อไป ผมก็มีเรื่องกราบเรียน ท่านสมาชิกผ่านท่านประธานเกี่ยวกับบทเฉพาะกาลเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ