สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

ชูชัย ศุภวงศ์ กล่าวถึงความหวังของชาติและความหวังของกลุ่มต่าง ๆ ที่ออกมาเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปที่รวมอยู่ในรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รักษาสาระสำคัญที่จะปกป้องบ้านเมือง นอกจากนี้ยังอภิปรายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศและเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาและแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันและความไม่เท่าเทียมทางสังคม

นายชูชัย ศุภวงศ์ กรรมาธิการ

ท่านประธาน เพื่อนสมาชิก เพื่อนคนไทย ที่ติดตามการประชุมของสภาแห่งนี้ที่เคารพรักทุกท่านครับ ผมได้รับมอบหมายมาให้ปิด การอภิปรายในประเด็นของหมวดปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรม ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกเป็นอย่างมากเลยนะครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และผมคิดว่าจากการคํานวณเป็นสัดส่วนเพื่อนสมาชิก ให้ความสนใจเข้าชื่ออภิปรายถึง ๑๐๒ คน เพียง ๑๗ มาตรา ต้องถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงสุด และผมเข้าใจว่าใช้เวลาที่มากที่สุดซึ่งไม่สอดคล้องกับสื่อที่ไม่สู้จะออกข่าวเรื่องการปฏิรูปเท่าไรนัก แต่ว่าพื้นที่ข่าวจะเป็นเรื่องของนักเลือกตั้งที่รู้สึกว่ากระทบกระเทือนจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งผมจะได้มีโอกาสที่จะกล่าวต่อไป ท่านประธานครับ เรื่องหมวดปฏิรูปมันเป็นอนาคตของชาติ และเป็นความหวังของชาติบ้านเมือง เป็นความหวังของกลุ่มต่าง ๆ ที่ออกมาเรียกร้อง มาชุมนุมตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบ ๑ ทศวรรษ ก็ต้องการการเปลี่ยนใหญ่ของบ้านเมือง ต้องการเห็นบ้านเมืองที่ดีกว่าเดิม ท่านทั้งหลายคงทราบว่านับตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา เพื่อนคนไทยสูญเสียชีวิตจากความขัดแย้งทางการเมืองประมาณ ๑๓๑ คน และบาดเจ็บ ประมาณ ๓,๓๘๘ คน คํานวณจากการสูญเสียทางเศรษฐกิจนี่ประมาณ ๒ ล้านล้านบาท แต่สิ่งที่สําคัญและสูญเสียยิ่งกว่านั้นก็คือบาดแผลที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจและจิตวิญญาณ ของผู้คนในแผ่นดินนี้ที่ยากแก่การลืมเลือนและเยียวยา สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถที่จะประมาณค่าได้ เหตุการณ์ก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคมนั้น สําหรับผมแล้วมองไปข้างหน้าก็ไม่ค่อยเห็นความหวัง เหลียวไปข้างหลังก็พบกับความมืดมน เกือบ ๑ ทศวรรษที่ผ่านมาเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สุด ในประวัติศาสตร์ของแผ่นดินนี้ อย่างน้อยที่สุดก็เท่าที่ผมจําความได้แต่ขณะเดียวกันถ้ามอง ในส่วนที่ดีก็จะเกิดปรากฏการณ์ที่ภาษาของคนโบราณพูดว่าเป็นความมหัศจรรย์บนแผ่นดินนี้ หรือเป็นความผุดบังเกิดที่มีพลเมืองผู้ตื่นรู้นับหลายล้านคนทั่วประเทศได้ลุกขึ้นมาเพื่อเรียกร้อง ให้เกิดการเปลี่ยนใหญ่ของบ้านเมือง บ้างก็เรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง บ้างก็เรียกร้อง ให้เกิดการปฏิรูปที่ดินเพื่อคนยากไร้ไม่มีที่ดินทํากิน เรียกร้องให้เกิดการปฏิรูประบบ และขจัดคอร์รัปชัน เรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปด้านการศึกษา สังคม วัฒนธรรม แรงงาน และตลอดจนพลังงาน เรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมบอกว่าอย่า ๒ มาตรฐาน แต่ที่สําคัญก็คือเรียกร้องให้ปฏิรูประบบเศรษฐกิจที่ใช้อํานาจเหนือตลาดแล้วก็ยึดครอง อํานาจรัฐ เกิดเผด็จการรัฐสภาที่นักวิชาการบางส่วนเรียกว่าเผด็จการรัฐสภาทุนสามานย์ ซึ่งสร้างความหายนะให้กับบ้านเมืองสุดจะคณานับ แล้วเป็นเหตุให้พวกเราต้องมาอยู่ ณ ที่นี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือกําเนิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่ผ่านมาและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ในอนาคตครับ ท่านประธานครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้นักเลือกตั้งทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ออกมา ผมต้องใช้คําว่า ประณามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้หากผ่านบ้านเมืองจะเกิด จุด จุด จุด แล้วก็หายนะครับ ถ้าพูดภาษาวัยรุ่นก็บอกว่าเรือหาย เรือในภาษาอังกฤษเขาว่าชิพ (Ship) แต่ว่าผมไม่อาจที่จะ เลียนแบบนักเลือกตั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่นั้นได้เนื่องจากไม่ได้รับการบ่มเพาะมาเช่นนั้น นักเลือกตั้งบางท่านก็บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ปล้นอํานาจจากประชาชน แต่ผมคิดว่าวิญญูชน ย่อมรู้ว่าใคร ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาใครเป็นผู้ปล้นอํานาจจากประชาชน และในช่วง ๕-๖ วัน ที่สภาแห่งนี้เปิดการอภิปรายและรับฟังความคิดเห็นนั้น พื้นที่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ ก็นักเลือกตั้งนี่ล่ะครับ เป็นคนช่วงชิงและเสนอวาทกรรมต่าง ๆ คนเหล่านี้มีประสบการณ์ มีทักษะ มีความชํานาญ ย่อมรู้ดีว่าถ้าหากรัฐธรรมนูญฉบับที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมกับเพื่อนสมาชิก สปช. ทั้งหลายได้ทํางานร่วมกันมา ๕-๖ เดือนที่ผ่านมา ถ้าออกมาอํานาจของพลเมืองจะเติบใหญ่ อย่างที่ท่านกรรมาธิการสมสุขได้กล่าวนําไปแล้ว ประชาธิปไตยของการมีส่วนร่วมจะบังเกิดขึ้นและจําเริญงอกงาม สมัชชาพลเมืองจะเต็มพื้นที่ ในอนาคตอันใกล้ สภาพลเมืองจะเริ่มทํางาน นักเลือกตั้งที่ไม่ใช่นักการเมืองกลัวสิ่งเหล่านี้ มากที่สุดครับ กลัวความเติบใหญ่ของการเมืองภาคพลเมือง อันที่จริงนักเลือกตั้งเหล่านี้ เขาควรจะตั้งคําถามกลับไปที่ตัวเองบ้างว่าการที่บ้านเมืองประสบความหายนะเช่นนี้อะไรคือ สาเหตุและใครคือต้นเหตุของความหายนะของบ้านเมืองนั้น ใครคือคนที่ปล้นอํานาจจาก ประชาชนอย่างแท้จริง ใครเป็นคนที่ทรยศ โกงบ้านโกงเมือง เพื่อนสื่อมวลชนที่รับฟังขณะนี้ อยู่กรุณาโคด (Code) คําพูดผมไปยังนักเลือกตั้งเหล่านั้นด้วย ผมไม่ได้ท้าทายนะครับ เพราะว่าต้องการให้เขาได้รับรู้บ้างว่าสิ่งที่เขาพูดไม่ใช่คนทุกคนที่จะเชื่อสิ่งที่เขาได้พูดมา

ท่านประธานครับ กระบวนการทํางานร่วมกันในช่วง ๕-๖ เดือนที่ผ่านมา ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกับทาง สปช. เราได้ทํางานกันหนักมากนะครับ ในหมวดปฏิรูปนี้ออกมา ๑๗ มาตรา คณะกรรมาธิการ ๑๘ คณะ บางคณะประชุมกับชุดผม ประมาณ ๑๐ ครั้งก็มีนะครับ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยเฉลี่ยประมาณ ๒-๔ ครั้ง แต่ว่าเมื่อ ๒-๓ วันนี้มีข่าวว่าจะตัดรัฐธรรมนูญไปประมาณ ๒๐ มาตราครับ แล้วสิ่งที่เขา มุ่งเป้ามาก็คือหมวดปฏิรูปนี่ครับ เพราะว่ามีประมาณ ๑๗ มาตรา เพื่อนสมาชิกก็คงต้องใช้ วิจารณญาณนะครับว่าจะยอมให้ตัดมาตราต่าง ๆ ๑๗ มาตราที่เป็นพื้นที่แห่งความหวัง พื้นที่แห่งอนาคตของบ้านนี้เมืองนี้หรือไม่ จะเดือดร้อนอะไรหนักหนากับการที่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เพิ่มไปจากปี ๒๕๕๐ ไปอีก ๖ มาตรา ปี ๒๕๕๐ ๓๐๙ มาตรา ผมก็ร่วมร่างด้วยนะครับ ปีนี้ก็ ๓๑๕ มาตรา แต่ความสั้นความยาวไม่ใช่เป็นปัญหาสําคัญอะไรเลย ปัญหาสําคัญ คือสาระที่จะมาปกป้องบ้านเมืองนี้ไม่ให้ประสบปัญหาอย่างที่ผ่านมามากกว่า

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ๒ วันเศษ ๆ นี่ครับ ท่านสมาชิกทั้งหลาย ก็ได้อภิปรายให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่ผมเรียนว่าสร้างสรรค์ การอภิปรายสร้างสรรค์ สังเคราะห์เป็น ข้อเสนอนั้นต้องใช้สมองมากนะครับท่านประธาน มันยากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งก็ใช้ สมองอีกพื้นที่หนึ่งแต่ง่ายกว่า อันนี้ผมมีหลักฐานที่สอบถามจากเพื่อนแพทย์ทางด้าน ประสาทวิทยานะครับ ไม่ได้อ้างลอย ๆ เพราะฉะนั้นการสังเคราะห์ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม จึงมีประโยชน์มากกับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมาธิการปฏิรูป ๒ ด้านเป็นอย่างน้อยที่ลุกขึ้นมาตั้งข้อสังเกตเชิงคําถามว่าเหตุใดการปฏิรูปด้านคุ้มครอง ผู้บริโภคหายไปไหน และเหตุใดการปฏิรูประบบป้องกันปราบปรามคอร์รัปชันหายไปไหน ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญมากของประเทศ และประเทศบ้านเมืองประสบความหายนะ ก็มาจากนี้เป็นสาเหตุใหญ่ คําตอบก็คือเรื่องคอร์รัปชันอยู่ในมาตราต่าง ๆ หลายมาตราด้วยกัน ในรัฐธรรมนูญ แต่ว่าข้อคิดเห็นของประธานกรรมาธิการทั้ง ๒ ด้านนี้ไม่ว่าคุ้มครองผู้บริโภคก็ดี หรือเรื่องของคอร์รัปชันก็ดีคงจะต้องนํากลับไปพิจารณาทบทวนใน ๖๐ วันของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะการที่อยู่ในหมวดปฏิรูปนี้เป็นสัญญาณ เป็นสัญลักษณ์บางประการที่นําไปสู่การที่รัฐบาลในการข้างหน้ามาต้องทํา ดังที่ผมจะพูดต่อไป นอกจากนี้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเรื่องต่างๆ เชื่อมโยงไปถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งนี้ และเสนอเพิ่มหลายเรื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการ ท่านได้เสนอเอาไว้ว่าทําไมด้านวิทยาศาสตร์ แนวโนบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นเขียนเรื่องนี้น้อย ด้านวัฒนธรรม ด้านการกระจายอํานาจ ด้านบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งมีการเสนอ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และอื่น ๆ เกือบทุกด้านขอเสนอเพิ่มหมด เพราะฉะนั้นที่เขียนมาส่วนใหญ่เห็นสอดคล้องแต่ยังอยากขอเพิ่มเติม ถ้าเพิ่มในหมวดปฏิรูป ไม่ได้ก็อยากให้เพิ่มในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ผมอยากจะบอกอย่างนี้นะครับว่า แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนี้ เป็นแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลจะทําเมื่อไร จะทําอย่างไรก็ได้นะครับ หรือจะเพิกเฉยแล้วอ้างว่ากําลังดําเนินการนี้ก็ได้ นี่คือประสบการณ์ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งผมมีส่วนร่วมร่างแล้วก็ในบทเฉพาะกาลบทท้าย ๆ ก็เขียนบอกว่า จะต้องออกกฎหมายนั้นนี้ภายใน ๑ ปี ภายใน ๒ ปี แต่ว่าไม่เกิดผลใด ๆ เลย แต่ว่าถ้าอยู่ ในหมวดปฏิรูปรัฐบาลต้องทําครับ ถ้าไม่ทําก็ต้องกลับไปอ่านในมาตรา ๒๗๗ และมาตรา ๑๐๒ เดี๋ยวผมจะลองสรุปทีหลังอีกทีนะครับ ท่านประธานครับ มีความกังวลใจว่าถ้าอยู่ในหมวด ปฏิรูปนี้จะมีเวลาเพียง ๕ ปี รวมทั้งมีข้อเสนอ ข้อคิดเห็นต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ถึงที่มาองค์ประกอบจํานวนด้วยความห่วงใย และสมาชิกจํานวนไม่น้อยเลยที่รู้สึก ไม่สบายถ้าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีที่มาอย่างนั้น มีองค์ประกอบอย่างนี้ มีจํานวน เท่านั้น ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะไม่เพิกเฉยต่อข้อเสนอเหล่านี้นะครับ เพราะคุยกับหลาย ๆ ท่านแล้วคงจะต้องมีการปรับเปลี่ยน ปรับเปลี่ยนอย่างไรนั้นก็จะต้อง พิจารณาอีกที เพราะว่าเพื่อนกรรมาธิการบางท่านก็เสนอว่าให้คงเฉพาะกรรมการ ยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติไว้ บ้างก็บอกว่าควรจะเปลี่ยนเป็นคณะกรรมการบริหาร การปฏิรูปประเทศ ด้วยเหตุที่เป็นเรื่องของการลงมือการปฏิบัติ ความเห็นที่หลากหลาย เหล่านี้ผมคิดว่าล้วนเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น เมื่อครู่ผมได้พูดถึงความสําคัญของการอยู่ในหมวด ปฏิรูปและพยายามบอกว่าในแนวโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นรัฐบาลเพิกเฉยก็ได้ แต่ว่าถ้าอยู่ ในหมวดปฏิรูปแล้วต้องทําครับ แล้วจะต้องดําเนินการในมาตรา ๒๗๗ บอกว่ารัฐสภา ครม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความรับผิดชอบ เมื่อมีความรับผิดชอบก็เป็นหน้าที่ เมื่อไม่ปฏิบัติหน้าที่ก็ถือว่าละเว้นการทําหน้าที่ มาตอกย้ําที่มาตรา ๑๐๒ ที่บอกว่า ในการออกกฎหมายหรือการดําเนินการใด ๆ ซึ่งมาตรานี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เข้มข้นมาก การออกกฎหมายหรือดําเนินการใด ๆ ถ้าไม่ดําเนินการตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ นอกจากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แล้วผู้เสียหายสามารถที่จะฟ้องร้องเพื่อชดใช้ทางแพ่งได้อีกด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากครับเมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก้าวหน้าไปมาก

ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้กังวลอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า เมื่ออยู่ ๕ ปีแล้ว สิ้นสภาพหรือไม่ ก็เลยไปคิดว่าในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐจําเป็นจะต้องใส่อะไรต่ออะไร ลงไปเยอะ เพราะคิดอยู่ตลอด ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับว่า ๕ ปี หลังจากรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้จะเกิดคณะกรรมการปฏิรูปด้านต่าง ๆ จะเกิดเครื่องมือต่าง ๆ ในช่วง ๕ ปี ผมคิดว่า เราสามารถที่จะทําออกมาได้ เราประมาณการว่าในหมวดปฏิรูปนั้นจะมีกฎหมายออกมาทั้งหมด ๓๑ ฉบับ และจะต้องปรับปรุงอีก ๑๓ ฉบับ กฎหมายเหล่านั้นจะมีเครื่องมือในการปฏิรูป ด้านต่าง ๆ รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ ทางกฎหมายที่ให้บังคับ บางด้านอาจจะทําต่อไปอีก ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปีข้างหน้า แม้ว่าภาค ๔ จะสิ้นผลบังคับใช้แล้วก็ตาม ดังนั้นไม่ต้องกังวลใจครับ เราสามารถที่จะจัดการในเรื่องเครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้ได้ภายใน ๕ ปี เพื่อนสมาชิกครับ คงจํากันได้นะครับว่าก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ในช่วงเกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมามองไป ข้างหน้าก็ไม่เห็นความหวัง เหลียวไปข้างหลังมีแต่ความมืดมน มาบัดนี้กระบวนการทํางาน ร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และเพื่อนสมาชิก สปช. ที่ผ่านมานั้น โดยส่วนตัวของผมแล้วผมเห็นว่า มองไปข้างหน้าเห็นความหวังครับ แลไปข้างหลังก็เป็น บทเรียนที่จะไม่ให้เกิดสิ่งเลวร้ายในบ้านเมืองนี้ต่อไป คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และ สปช. และเพื่อนคนไทยพลเมืองผู้ตื่นรู้ทั้งหลายครับ ได้ร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์ หน้านี้แล้วนะครับ ประวัติศาสตร์ที่จะนําไปสู่การเปลี่ยนใหญ่ของบ้านนี้เมืองนี้ ผมขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิก สปช. อีกครั้งหนึ่งครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราเป็นเจ้าของร่วมกัน ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าอนาคตอันใกล้นี้แผ่นดินนี้งดงาม แผ่นดินนี้น่าอยู่น่าอาศัยที่สุดแห่งหนึ่ง ในโลกใบนี้ นั่นเป็นเพราะความพยายามของพวกเราร่วมกันครับ ด้วยความขอบคุณครับ