มีชัย ยันความสำเร็จเกิดจากชาวบ้าน บริหารเอง

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

มีชัย วีระไวทยะ ระบุประสบการณ์ ๔๐ ปีในการขับเคลื่อนงานระดับหมู่บ้าน โดยยืนยันว่าความสำเร็จเกิดจากชาวบ้านเป็นผู้สร้างและบริหารจัดการเอง พร้อมยกตัวอย่างโครงการวางแผนครอบครัวและการเงินชุมชนที่ประสบความสำเร็จ และเรียกร้องให้สนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในโรงเรียน มีชัย วีระไวทยะ เสนอแนวทางสร้างความซื่อสัตย์และการแบ่งปันในเด็กผ่านเว็บไซต์รับแจ้งปัญหาในระดับตำบล-หมู่บ้าน รวมถึงหารือประเด็นสมัชชาเยาวชนโดยเสนอจัดตั้งองค์กรเพื่อส่งเสริมสิทธิและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการการศึกษา โดยไม่ต้องพึ่งพารัฐเพียงอย่างเดียว และเรียกร้องให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการคัดเลือกครู จัดซื้ออุปกรณ์ และประเมินผลงาน เพื่อสร้างความรับผิดชอบร่วมกัน

นายมีชัย วีระไวทยะ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานและสมาชิก สปช. ที่เคารพทุกท่าน ผมขอใช้เวลาไม่นานนักนะครับ มาเล่าถึงสิ่งที่ท่านอาจจะมีความรู้สึก ไม่มั่นใจนักว่ามันจะประสบความสําเร็จหรือไม่นะครับ ก็แน่นอนที่สุดว่าเราคงไม่มีความมั่นใจ เพราะว่าส่วนใหญ่เราไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านกัน บังเอิญถึงแม้หน้าตาผมจะไม่บอกว่ามาจาก หมู่บ้านนะครับ ก็ใช้เวลากับหมู่บ้านมาแยะ แล้วก็อยากจะเล่าให้ฟังว่า ประสบการณ์ ๔๐ ปี ที่ทํามากับชาวบ้าน ไม่ได้ทําให้เขานะครับ เขาเป็นผู้ทําและผมก็เป็นผู้โดยสารที่ได้ติดตาม ศึกษาช่วยกันบ้างเล็กน้อย ก็อยากจะให้ท่านมีความสบายใจได้เลยในวันนี้ว่ามันจะ ประสบความสําเร็จแน่นอน แต่อย่าให้เขามองว่ามันเป็นเรื่องหน่วยงานของรัฐนะครับ มันเป็นหน่วยงานของคน ของชาวบ้าน แล้วชื่ออะไรก็แล้วแต่ ถ้าคิดว่าชาวบ้านเขาอยากจะเปลี่ยน ก็ปล่อยให้เขาเปลี่ยน อย่าไปบอก เราเรียกว่า สมัชชา เขาต้องเอาสมัชชาด้วย เดี๋ยวคิดว่า สมัชชากาแฟทําไมจะไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจําเป็นต้องชาวบ้านต้องให้ชาวบ้านเขา มีความรู้สึกเขาเป็นผู้สร้างปฏิสนธิในเรื่องนี้ด้วย เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียน ให้ทราบว่าจากประสบการณ์ที่ทํามานั้น ชาวบ้านทําได้ดีมากนะครับ เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ผมได้ไปหากระทรวงสาธารณสุข หลังจากเห็นข้อมูลว่าอัตราการเกิดมันสูงเหลือเกิน ผู้หญิง ๑ คน มีลูกตั้ง ๗ คน บอกอย่างนี้ไปไม่รอดแน่ ก็ชักจูงกระทรวงบอก ๖ ปี สัมมนาไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดเราเห็นแล้วว่ามันไปไม่รอดหรอก กระทรวงก็เลยยอม เมื่อก่อนนี้จ่ายยาคุมต้องให้ หมอจ่าย แต่ในสมัยนั้นนะครับ มีหมอ ๑ คนต่อประชากรหญิง ๑๑๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้น หมอต้องทําทุกอย่างรวมทั้งจ่ายยาคุมด้วย ก็เป็นไปไม่ได้หมอก็เลยไม่ได้จ่ายให้คนอื่นจ่ายแทน ตอนหลังเราก็อบรมผดุงครรภ์ อบรมพยาบาลแล้วทําได้ดีมาก แล้วก็จบแล้ว แต่ว่าดูแลหมู่บ้าน ได้เพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จากนั้นผมก็จึงได้เสนอบอกทําไมเราไม่เอาชาวบ้าน ก็ออกไปถามคน ในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงว่าสนใจอยากจะใช้วิธีไหน สามารถทําให้ลูกห่างได้แล้วเหมือน ต้นมะพร้าว เมื่อก่อนเขาบอกมันทําได้อย่างไร เราก็บอกว่านี่มียาหรือว่าวิตามินบํารุงครอบครัว ก็ยาเม็ดคุมกําเนิดนี้อย่างไรครับ ชื่อก็มาจากเขา หลายสิ่งหลายอย่างเขาเป็นผู้ตั้งหมด เพราะเขาถือว่าต้องเป็นโครงการเขา แล้วในที่สุดก็เป็นร้านชํา ซึ่งเราก็ไปขอร้องแล้วอบรมเขา ในที่สุดก็ได้ทั่วประเทศ แล้วตอนหลังก็มาเป็น อสม. ให้กระทรวงสาธารณสุข เห็นไหมครับว่า มาจากชาวบ้าน ความสําเร็จมาจากชาวบ้าน แล้วรัฐเอาไปทําต่อไป เป็นความร่วมมือกัน อย่างนี้ แล้วก็จากวางแผนครอบครัวก็ไม่ได้หยุดแค่นั้นครับ ก็ไปเอาเรื่องขจัดความยากจนมี เงินกู้ให้ผู้หญิงที่ตั้งท้องก่อน แล้วตอนหลังเฉพาะผู้ที่ไม่ตั้งท้องถึงจะกู้ได้ทั้ง ๒ ฝั่งครับ มีการปรับปรุงพัฒนา มีการวางแผนหมู่บ้านเอง ทําอะไรหลาย ๆ อย่างได้โดยชาวบ้านเองหมด แล้วก็มีการวางแผนว่าชีวิตในวันนี้เป็นอย่างไร อยากจะให้ดีขึ้นอย่างไรในอนาคต เขาทําของเขาเอง ได้หมดเลยในเรื่องนี้ ที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังก็เพราะว่าเราทํามาจากระดับหมู่บ้าน แล้วก็กองทุนเงินกู้เขาเป็นผู้บริหารเอง ท่านอาจจะแปลกใจว่าผู้ซึ่งดูแลกองทุนหมู่บ้าน ก็เป็นชาวบ้านนั่นเอง ไม่ได้เรียนธนาคารอะไรมาจากที่ไหน แต่ว่าเงินจะเรียกว่าเงินสูญเสีย หรือจะเรียกว่า นอน เพอร์ฟอร์มิง โลน (Non Performing Loan) มีเพียง ๐.๐๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะเขาดูแลกันเอง มีความซื่อสัตย์อย่างยิ่ง นี่เป็นตัวอย่างง่าย ๆ ว่าเขาทําได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อเราจะมาทําในระดับตําบล สมัชชาพลเมืองระดับตําบลก็ทําได้ และมีหน้าที่อะไรหลายอย่าง ที่ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ดู อย่างเช่น ให้เขาติดตามแผนงานนอกจากร่วมเขียนแล้วก็มี การติดตามด้วยครับ มีการติดตามเรื่องการใช้เงินเป็นอย่างไร เงินกู้ที่ปล่อยให้ไปปล่อยให้ ถูกต้องปรือเปล่า หรือไปให้คนที่มีรถปิกอัพ (Pickup) แล้ว หลายอย่างนี้เป็นข้อมูลสาธารณะ ความไม่โปร่งใสมีไหม การซื้อเสียงเป็นอย่างไร เขาติดตามได้หมดทั้งสิ้นนะครับ แล้วอีกจุดหนึ่ง ก็คือว่าต้องให้เขาช่วยผลักดันใช้ระบบแผงโซลาร์ (Solar) ในโรงเรียน เพราะขณะนี้ผู้ที่ขวาง การใช้ให้ชาวบ้านหรือโรงเรียนติดแผงโซลาร์คือหน่วยราชการครับ กรมโรงานอุตสาหกรรม บอกว่าผิดกฎหมาย ที่จริงกรมนี้น่าจะผิดกฎหมายมากกว่า ต้องรีบไปแก้นะครับ นี่มันตัวอย่าง ที่เห็นชัด ๆ เลยว่าความก้าวหน้าของชาวบ้านก็ถูกกีดกัน ก็ต้องไปจัดการปลดปล่อยในเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันความสําเร็จที่เกิดขึ้นนั้นทุกกิจกรรมที่ทําผู้หญิงเป็นคนครึ่งหนึ่งครับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มที่ได้เลือกกันมาอยู่ในสมัชชานี้ แต่เราไม่เรียกว่าสมัชชา สมัยนั้นเป็นผู้หญิงครึ่งหนึ่งนะครับ แล้วตอนหลังสิ่งที่น่ายินดีก็คือผู้ชายค่อย ๆ ถอยเดี๋ยวนี้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เป็นผู้หญิงครับ แล้วผู้ชายมีความพอใจว่าภรรยาของตนเอง ลูกสาวของตนเอง แม่ของตนเองทําอะไรได้ดีมาก และผู้ชายก็ดีใจไม่เห็นต้องไปนั่งหวั่นวิตกอะไรเหมือนบางคน ที่ผมรู้จักเลยนะครับ ถัดมาเราก็จะต้องให้ไปทําในระดับหมู่บ้านด้วยเช่นเดียวกันนะครับ อยากจะให้ในระดับหมู่บ้านและตําบลนั้นเอาจริงเอาจริงกับดูแลการศึกษา วันนี้ก็มีหลายท่าน พูดถึงเรื่องการศึกษา ต้องให้เขาวางตัวเป็นเจ้าของ ติดตามครู ประเมินครู ประเมินโรงเรียน ดูสิลูกเขาอ่านไม่ออกหรือ ป. ๓ นี่ปลดครูได้อะไรอย่างนี้นะครับ เป็นตัวอย่าง เขาต้องมี ความรู้สึกว่าใครที่มาเอาเงินของรัฐมาใช้ต้องรู้ร้อนรู้หนาวต่อผลงานนะครับ แล้วก็โรงเรียนนั้น จะต้องเปลี่ยนจากโรงเรียนที่สอนเด็กเฉย ๆ ให้อ่านออกบ้างไม่ออกบ้างนี่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ตลอดชีวิตของทุกคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน พ่อแม่ หรือคนในชุมชน อยากจะเรียนรู้ เรื่องการทําปาท่องโก๋ก็หาคนในตลาดมาช่วยสอนให้ก็ได้ อยากทําไอศกรีมก็หาให้ก็ได้ ไม่จําเป็นต้องมีครูประจํา แต่โรงเรียนนี่ต้องเสิร์ฟ (Serve) คนมากกว่าที่เคยเสิร์ฟในอดีต ต้องเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคนในชุมชน และเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาด้วย เรามีโรงเรียนตั้ง ๔๐,๐๐๐ แห่งเป็นจุดที่ทําได้ ต่อไปนี้อยากเรียนรู้เรื่องการปลูกผัก ก็ไปเรียนรู้ ที่โรงเรียนได้ เพราะโรงเรียนจะมีสวนผัก และทุกโรงเรียนจะต้องได้รับการฝึกการสอน เด็กนักเรียนตั้งแต่ประถมขึ้นไปให้ทําธุรกิจเป็น เพราะว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ของคนที่จบประถม มัธยมศึกษา หรืออุดมศึกษานี่แค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีนายจ้าง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ไม่มี แต่เราไม่ได้เตรียมตัวเขาเลย แล้วคนที่อยู่ในชุมชน ที่อยู่ในสมัชชา สิ่งเหล่านี้จะสามารถผลักดันได้ แล้วไปบอกได้เลยว่าสาระของการเรียนนั้นมันจะต้องมี บางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อเขา และเกี่ยวข้องกับชุมชนของเขานะครับ

อีกจุดหนึ่งก็ต้องสอนให้นักเรียนนอกจากทําธุรกิจเป็นแล้วต้องให้แบ่งปันเป็น แบ่งปันมันมาจากใจก่อนไม่ใช่ว่ามาจากกระเป๋า นอกจากแบ่งปันแล้วต้องสอนให้ไม่โกง โตแล้วไม่โกงก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เราไม่มีการสอนในเรื่องนี้ เด็กหลายคนก็เลยโตขึ้นมาก็เลย เป็นผู้โกงแทนที่จะเป็นผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เป็นจุดที่สําคัญที่สมัชชา ไม่ว่าจะเป็น ระดับตําบลหรือระดับหมู่บ้านจะลงไป แล้วก็ช่วยกันผลักดัน แล้วก็คงจะต้องมีเว็บไซต์ว่า ที่ไหนมีปัญหาโปรดแจ้งมา ครูโรงเรียนไหนไม่ทําตามสิ่งที่เราเห็นว่าควรจะทําโปรดแจ้งมา แล้วต้องมีกลุ่มผู้ติดตามในเรื่องนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของคอร์รัปชันก็เป็นเรื่องที่ สําคัญ แล้วก็ในเรื่องของหมู่บ้านก็ทําเช่นเดียวกันกับระดับตําบลที่จะทํานะครับ แต่อยากจะ เสนออีก ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรกนั้นขอให้มีสมัชชาของเยาวชนในหมู่บ้านครับ ผมทํามาร่วมกับ เขาเรียนกว่า อบม. เยาวชน องค์การบริหารหมู่บ้านเยาวชน อายุ ๑๓-๒๔ ปี แล้วก็คัดเลือก กันมาเช่นเดิม ชายครึ่ง หญิงครึ่ง ก็มาดูแลว่าชีวิตของเยาวชนควรจะเป็นอย่างไร ควรรู้เรื่อง เพศศึกษาอย่างไร ควรจะมีธุรกิจอย่างไรบ้าง และตอนนี้ก็เขียนโครงการขึ้นมาก็ได้เงินจาก กระทรวงสาธารณสุขมาทําเรื่องเอดส์ ต่อต้านเอดส์กับการตั้งท้องในเด็กวัยใสได้มาตั้งหลายปีแล้ว เขาทําได้นะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ว่าอย่าคิดว่าเยาวชนทําอะไรไม่ได้ แล้วก็ในโรงเรียน ก็ควรจะตั้งให้มีสมัชชาของนักเรียนเช่นเดียวกัน แล้วก็สมัชชาที่ตําบลนั้น ผมว่าอําเภอมันใหญ่ไป ที่ตําบลกับหมู่บ้านควรจะไปอยู่กับโรงเรียนให้มากที่สุด และบอกต่อไปนี้โรงเรียนต้อง รับผิดชอบต่อผลงานที่เกิดขึ้น เราจะต้องสอนให้เด็กนอกจากแบ่งปันเป็นแล้วอะไรแล้ว มันต้องทําอย่างอื่นอีกที่คิดว่าเป็นประโยชน์ นักเรียนต้องมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียน นักเรียนควรจะรับรู้รับทราบและมีส่วนร่วมในการจัดซื้อของโรงเรียน เพราะเงินเป็นเงินภาษี อากรของพ่อแม่เขานะครับ ขณะนี้ก็มีโรงเรียนอยู่ที่อีสานที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่นักเรียนเป็นผู้ซื้อ ของทั้งหมดครูไม่เกี่ยวและมีคณะตรวจสอบด้วย นักเรียนเป็นผู้สัมภาษณ์นักเรียนใหม่ที่จะ เข้าไม่ใช่ครู แล้วนักเรียนก็เป็นผู้สัมภาษณ์ครูที่จะเข้าและช่วยประเมินครูด้วย เหตุผลง่าย ๆ ว่า เสื้อผ้าเราซื้อได้ แต่ว่าผู้ซึ่งมีความหมายต่อชีวิตเรามากที่สุดเราไม่มีสิทธิเลือกคือครู โลกก็ต้อง เปลี่ยนก็เลยคิดว่าเปลี่ยนที่ประเทศไทย วันหลังประเทศสหรัฐอเมริกาจะได้เอาไปใช้บ้าง เพราะฉะนั้นผู้ซึ่งจะดูแลการศึกษาให้ดีขึ้นซึ่งเป็นที่ห่วงใยของพวกเราทุกคนนั้น ก็คือกลุ่ม ชาวบ้านที่จะเรียกว่าสมัชชาหรืออะไรก็แล้วแต่ ให้ดําเนินการต่อไปและให้เกิดความรู้สึกว่า ชาวบ้านเขาเป็นผู้ที่รับผิดชอบจริง ส่วนจะให้ไปสัมผัส สัมพันธ์ หรือไปเกี่ยวข้องกับใครนั้น ลองคิดดูให้ดีนะครับ แต่เราก็ไม่ตั้งเป็นหน่วยงานของรัฐ แล้วถ้าเผื่อรัฐต้องให้สตางค์มา ก็อาจจะไม่ต้องก็ได้ แต่นี่อาจจะเป็นวิธีอื่นทําเองโดยระบบสมัครใจแล้วถ้าเผื่อสําเร็จถึง ขั้นหนึ่งแล้วเราอาจจะช่วยกันหางบประมาณให้ได้ หรือเราจะบอกให้บริษัทเข้ามาช่วยด้วย ก็ได้ครับ ลองคิดหลายวิธี เช่นยกตัวอย่างสมมุติโคราช โคราชนี่เอา ปตท. จังหวัดน่านเอา ธนาคารกสิกรไทย สมมุตินะครับ เขาก็ช่วยทําได้ เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่ารัฐต้องทําทุกอย่าง รัฐทําไม่ได้ รัฐไม่ถนัดในหลายเรื่อง ขนาดเรื่องโซลาร์ยังขวางเขาเลยนะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ต้องมองว่าเอาคนอื่นเข้ามาช่วยรัฐเป็นผู้ภาคภูมิใจเหมือนตายายก็แล้วกันนะครับ แต่ลงสนามเองให้น้อยที่สุด แต่สร้างความเข้าใจที่จะให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทนะครับ เพราะฉะนั้นเราอย่าไปมองว่ารัฐต้องเข้าไปทําทุกอย่างแต่รัฐจัดให้มีนะครับ อยู่ในรัฐธรรมนูญนี้ เป็นสิ่งที่ดีมาก แล้วก็หลายท่านเลยไปร่วมทําเองได้โดยไม่ต้องรอ ผมจะเริ่มในอาทิตย์หน้านี้ เองเลยทําเหมือนกัน เพราะว่าไม่ต้องมารอสิ่งเหล่านี้ ทําได้เลย ไม่ต้องรอให้รัฐธรรมนูญแห้ง เสียก่อนเริ่มทําได้เลย ประกาศไปเลยที่ไหนอยากจะเริ่มทํา ทําได้เลย ระดับหมู่บ้านก่อน เพราะหมู่บ้านเล็กรู้จักหน้ากันทุกคน ตําบลมันใหญ่ ตําบลบางแห่งมันตั้ง ๑๐,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนว่าเป็นสิ่งที่ท่านพอใจได้ คนไทยพร้อมและพร้อมมานานแล้ว และทํามานานแล้วด้วยนะครับ ก็อยากขอให้ท่านได้ช่วยสนับสนุนไม่ว่าท่านอยู่ในที่ไหนก็ตาม ก็ขอให้ท่านสบายใจได้ว่ามีความมั่นใจว่าประสบความสําเร็จแน่ครับ ขอบพระคุณครับ