สรณะ จี้รัฐบาลใหม่บริหารประเทศ เน้นปฏิรูป-จัดตั้งเครือข่ายยุทธศาสตร์

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

สรณะ เทพเนาว์ หารือประเด็นการปฏิรูปประเทศและวิกฤตการเมือง โดยเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ พร้อมทั้งเน้นย้ำความสำคัญของการจัดตั้งเครือข่ายและคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนงาน สรณะ เทพเนาว์ ยังได้หารือเรื่องงบประมาณแก้ไขปัญหาข้าวและการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยชื่นชมหลักการดังกล่าวของรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงเสนอให้ คสช. มีหน้าที่ในการสรรหากรรมการเพื่อแก้ปัญหาของชาติ

นายสรณะ เทพเนาว์

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอันทรงเกียรติที่เคารพ กระผม นายสรณะ เทพเนาว์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านปกครองท้องถิ่น ๒๐๙ ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่บรรจงลายลักษณ์อักษรในเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปรียบเสมือน รัฐนาวานําเข้าสู่การปฏิรูปประเทศเพื่อผลพวง เพื่อการแก้ไขปัญหาของประเทศที่ฝ่าลม อุปสรรคในสังคมโลก ผมคิดว่าในเวลานี้ถึงบรรยากาศของการปฏิรูปพี่น้องประชาชนติดตาม ความเคลื่อนไหวไม่ว่าชาวชนบทและสังคมเมือง ท่านประธานครับ ถ้าเรากล้าคิด กล้าปฏิรูป แล้วต้องกล้าพอที่จะปฏิรูปจิตใจของเราด้วย ชาวพุทธเชื่อว่าใจทําหน้าที่เป็นประธาน ถ้าใจเรายังเป็นแบบทุนนิยมสามานย์ แล้วเราจะสร้างอนาคตให้สวยสดได้อย่างไร การเมือง ที่เกิดวิกฤติในเวลานี้ก็คือว่าเราเห็นสภาพถึงความล้มเหลวของระบบการเมืองจนกระทั่ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย

ขอสไลด์ครับ องค์กรของการขับเคลื่อนเพื่อหนุนการปฏิรูปประเทศเริ่มต้น ในขณะเมื่อก่อนการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ วิกฤตการณ์การเมือง ในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ สาเหตุที่เกิดขึ้นในการร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมซึ่งสภาเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ถูก กปปส. และ นปช. เมื่อวันที่ ๑๑ วุฒิสภาลงมติ ไม่เห็นชอบในหลักการของกฎหมายฉบับนี้ การชุมนุมในเวลานั้นยืดเยื้อเป็นเวลา ๒๐๐ วัน เต็ม ๆ มีความขัดแย้งของคนในชาติล้มตายและสูญเสีย บาดเจ็บกันเป็นจํานวนมาก กระผม ได้มีโอกาสยื่นหนังสือเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ ต่อท่านประธานสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ในภาพครับ ซึ่งเป็นวุฒิสภาครั้งนั้นเป็นที่พึ่งครั้งสุดท้ายของบ้านเมือง โดยไม่มีที่จะหาทางออกอื่นใด เพราะท่านจะต้องตัดสินใจที่จะต้องดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมเสนอให้สมาชิกวุฒิสภาในขณะนั้นได้หาทางออกโดยปรึกษาองคมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และรวมทั้งผู้ที่มีอํานาจทางบ้านเมือง ปรึกษาว่าหาทางออก

ประเด็นที่ ๑. ให้มีนายกรัฐมนตรีที่มีอํานาจเต็มมาแก้ไขปัญหาของชาติ

ประเด็นที่ ๒ ให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าในรัฐบาลชุดใหม่ของการบริหารประเทศนั้นให้จัดเตรียม งบประมาณของแผ่นดินและแก้ไขปัญหาในเรื่องค่าจํานําข้าวของชาวนา รวมทั้งจัดสรร เม็ดเงินให้กับองค์กรการปกครองท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนกระจายอํานาจ ซึ่งขณะนั้นท้องถิ่น ๗,๘๕๓ แห่ง รอคอยเม็ดเงินจํานวนนี้ สถานการณ์วิกฤติจนกระทั่งวันที่ ๒๒ ดําเนินการปฏิวัติรัฐประหารทันที ตรงนี้เข้ารัฐบาลโดย คสช. และเป็นจุติของเรากําเนิดขึ้น สปช. สนช. แม่น้ํา ๕ สาย รวมทั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาอยู่ตรงนี้ ท่านประธานครับ เหตุการณ์เหล่านั้นผมยอมรับว่าการแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองวิกฤตินั้น ผมขอชื่นชมรัฐบาลในการตัดสินใจ

สไลด์ที่ ๒ ผมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สยุมพร ที่นั่งข้างผม รวมทั้ง พันเอก สิรวิชญ์ การขับเคลื่อนปฏิรูปกําลังจะเกิดขึ้นโดยหลังจากที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านอาจารย์บวรศักดิ์รักษาการประธานลงบัลลังก์ ผมไปยื่นเรื่องขอได้โปรดพิจารณาแก้ไขปัญหากฎหมายของท้องถิ่นค้างท่อในสภา ๔ ร่าง ด้วยกัน

สไลด์ที่ ๓ สมาคมพนักงานเทศบาลซึ่งผมทําหน้าที่เป็นนายกสมาคม ได้ดําเนินการจัดประชุมสัมมนายุทธศาสตร์การปฏิรูปองค์กรปกครองท้องถิ่นภายใต้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ๒๕-๒๗ มีนาคม ๒๕๕๗ ผมได้กราบขอเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านอาจารย์เทียนฉาย แต่ท่านติดภาระ ปรากฏว่าได้รับความเมตตาครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติไปร่วมเป็นประธานและได้เชิญท่านหม่อมหลวงปนัดดา รัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีไปด้วย หลังจากนั้นประธานยกร่างรัฐธรรมนูญก็ไปพูดบรรยายปาฐกถาต่อ

สไลด์ถัดไปครับ ผมต้องยอมรับว่าการเดินทางในมหาสมุทรแหวกว่าย ของการปฏิรูปแม้ว่าเราจะเดินทางมาไกล ผมอยากเห็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติเดินหน้า รัฐบาลภายใต้รัฐบาลในยุคก่อน ๆ ที่ผ่านมาผมไม่ขอเอ่ยนามและไม่ขอพาดพิง แต่ในการปฏิรูปเอกสารปฏิรูปประเทศไทย ที่หลายท่าน ๒๕๐ กว่าท่านที่ได้รับที่แจกอยู่ข้างหน้า ในท้ายหน้า ๖๕ จะเห็นว่าคณะสมัชชา ปฏิรูปมีการจัดตั้งเครือข่าย ๑๓ เครือข่าย และรวมทั้งเครือข่าย ๆ ต่าง ๆ เข้าร่วมอีก ๖๐๐ องค์กร มีคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปยุทธศาสตร์ ๒ ยุทธศาสตร์ คือยุทธศาสตร์ ความรู้และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนของการปฏิรูป คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป ที่มีนายกรัฐมนตรีในอดีตที่ผมเป็นกรรมการสมัชชาปฏิรูปโดยนายกรัฐมนตรีรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้น ภายหลังยุบสภาแล้วมิได้เดินหน้าต่อไป สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่ท่านบุญเลิศ ทั้งหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายเป็นเรื่องที่น่าดีครับ และต้องขอขอบคุณท่านชุด คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้จับประเด็นนี้ เพราะไม่มีใครหรอกครับว่าภายหลัง ที่เราปฏิรูปแล้วคนที่จะขับเคลื่อนและการเคลื่อนไหวหรือไดนามิค (Dynamic) แล้วจะให้ องค์กรอื่นหรือรัฐบาลอื่นอย่าหวังเลยครับ ก็คงมีแต่พวกเราทั้งนั้น ยกเว้นว่ารัฐบาลนั้น มีความตั้งใจและปรารถนาที่จะปฏิรูปอันโดยตรงและถาวรจริง ๆ ผมเรียนเรื่องนี้กับ ท่านมานิจ แล้วรวมทั้งหลายท่าน ท่านประชา เตรัตน์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาผม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้ท่านจับประเด็นเรื่องนี้แล้วเดินหน้าโดยไม่มีคําครหา แต่อย่างไรก็ดีครับกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าการสรรหาจะเป็น คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติหรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอให้เป็นหน้าที่ของ คสช. เพราะท่านทั้งหลายที่มานั่งอยู่ตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่า ท่านมาจากไหน ท่านตอบผมได้หรือไม่ เพราะ คสช. เป็นคนคัดสรร เรามาอยู่จุติเกิดตรงนี้ เป็นแม่น้ําสายที่ ๕ และวันนั้นผมต้องยอมรับว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม ได้ให้ปรารภกับผมว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นทั้งหลายที่ผมเป็น นายกสมาคม ขอให้ช่วยผลักดันให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้เดินไปด้วยความโลดแล่น แล้วก็ผ่าวงล้อม เวียนว่ายในมหาสมุทรไปถึงฝั่งให้ได้ ท่านให้ความเห็นว่าสายผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิก สภาท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งข้าราชการท้องถิ่นที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด เป็นแม่น้ําสายที่ ๗ ครับท่านประธาน ผมไม่อภิปรายว่าอย่างไร เดินหน้าอย่างไรก็ตาม แต่ผมเสริม แม้ว่าในหลักการของกระทรวงมหาดไทยที่หลายคนมองว่ารวมศูนย์อํานาจ แต่ผมกลับชื่นชม ของการกล้าตัดสินใจของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าให้จับเรื่องภาคเข้ามาด้วย เพราะว่าในสถานการณ์ภาคจากการศึกษาแล้วว่าที่ประเทศจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน เขามีการกระจายอํานาจอย่างสูงมาก มีนายทหารท่านหนึ่งผมไม่ขอเอ่ยนาม ได้รับการบัญชา จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปดูเรื่องรถไฟ และอยู่ในคณะที่ปรึกษาของ ท่านนายแพทย์กระแส ซึ่งผมเป็นที่ปรึกษาร่วมอยู่ด้วย ประเทศจีนเขาบริหารเป็นภาค หลาย ๆ มณฑล หลายจังหวัดมารวมกัน งบประมาณนั้นอย่างที่ท่านดอกเตอร์บวรศักดิ์พูด มีงบประมาณจากกรมเหมือนประเทศไทยนะครับ แต่ว่างบประมาณอีกชุดหนึ่งจะลงไป ในพื้นที่ โครงการใหญ่ ๆ ไม่สามารถกระทําได้เลยแม้ว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้พูดเรื่องขยะ จะมีเวาเชอร์ (Voucher) เสียงต่อ ต่อต้านมาก แต่ว่าถ้ามีภาคแล้วสามารถโครงการเหล่านี้ จะเดินหน้าไปด้วยดีแก้ไขปัญหาของชาติ ผมใช้เวลาและเคารพกติกา แล้วผมเชื่อว่า พวกเราทุกท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ในเวลานี้จะเป็นพลังสําคัญในการขับเคลื่อนสภาปฏิรูปไปถึงฝั่ง และเป้าหมายตามที่วัตถุประสงค์ เป้าหมายประชาชนรอคอย กราบขอบคุณท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ