สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

บุญเลิศ ช้างใหญ่ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศและการสร้างความปรองดอง โดยเรียกร้องให้ดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และเสนอให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ในการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่ปรองดองในชาติ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญเลิศ คชายุทธเดช หรือว่าบุญเลิศ ช้างใหญ่ สิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายก็เป็นเรื่องของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและการสร้างความปรองดอง เรื่องของการขับเคลื่อน การปฏิรูป คุณคํานูณ สิทธิสมาน ได้กรุณาอภิปรายนําเสนอผ่านพ้นไปแล้วเมื่อ ๒ คืนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการอธิบายที่สมบูรณ์ที่สุดว่ามีความจําเป็นอย่างไรถึงต้องมีกลไกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนย้ํา ในตอนนี้ก็คือว่าหลังจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้มีการประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ในบทบัญญัติมาตรา ๓๕ เขียนเอาไว้ว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องจัดทําร่างรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้ สาระสําคัญอยู่ใน (๙) และ (๑๐)

(๙) บอกว่ากลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันมิให้มีการทําลายหลักการ สําคัญที่รัฐธรรมนูญจะได้วางไว้ และ

(๑๐) กลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องสําคัญให้สมบูรณ์ต่อไป

ประเด็นก็คือว่าองค์ประกอบของกลไกจะเป็นอย่างไร ท่านสมาชิกหลายท่าน อภิปรายแตกต่างกันไป มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย สําหรับความเห็นผม ผมเห็นว่ากลไก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจําเป็นที่จะต้องมีผู้ที่จัดทําร่างรัฐธรรมนูญและร่วมกัน พิจารณาให้ความเห็นชอบเข้าไปอยู่ในองค์ประกอบของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และถ้าจะมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็ชอบที่จะเอามาเสริมเพิ่มเติมกันเข้าไปได้ แต่หลักใหญ่ เราไม่สามารถปฏิเสธ สปช. และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะตัดออกไปจากกลไกนี้ เรามีบทเรียนในการปฏิรูปการเมืองเมื่อปี ๒๕๔๐ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๙๙ คน เขาสั่งให้มาจัดทํารัฐธรรมนูญอย่างเดียว ทํารัฐธรรมนูญเสร็จได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา เขาให้กลับบ้านและจากนั้นมาไม่มีกลไกที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมืองทําให้การปฏิรูป การเมืองไม่ออกดอกออกผลเท่าที่ควร ดังนั้นจึงเป็นบทเรียนที่เรามาปฏิรูปประเทศครั้งนี้ จัดทํารัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกฎหมายที่จําเป็น ถ้าหากว่า เราจะให้การปฏิรูปขับเคลื่อนไปได้ย่อมจะต้องมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ถ้าหากว่า ไม่มีกลไกอันนี้ และไม่มีผู้ที่ร่วมจัดทํารัฐธรรมนูญ มิได้มีผลกระทบต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่กระทบไปถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่มีเจตจํานงแน่วแน่ในการก่อการรัฐประหารว่าต้องการที่จะก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ปรองดองและการปฏิรูปประเทศ

ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปก็คือเรื่องของความปรองดองครับ ความปรองดองต้องคู่ไปกับการปฏิรูป ถ้าหากว่าเราสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับ คนในชาติไม่ได้แล้ว เราย่อมไม่สามารถจะนําพลังของประชาชนมาร่วมกระบวนการปฏิรูป ประเทศชาติได้เลย ในร่างรัฐธรรมนูญกําหนดให้มีองค์กรอิสระเสริมสร้างความปรองดอง แห่งชาติ แล้วก็มีอํานาจหน้าที่ มีองค์ประกอบ ๑๕ ท่าน ผมก็อยากจะเรียนว่ากลไกอันนี้ ถ้าหากว่าจัดให้ไปอยู่ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศน่าจะเหมาะสมกว่า นั่นคือ สร้างกลไกที่เรียกว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และเสริมสร้างความปรองดอง แห่งชาติ แล้วก็ไปกําหนดอํานาจหน้าที่ในรัฐธรรมนูญ และจัดทํากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญต่อไป

พูดถึงเรื่องความไม่ปรองดอง เกิดความขัดแย้ง แตกแยกกันขึ้นในชาติ เป็นเวลา ๑ ทศวรรษแล้วครับ ยังแก้ไม่ตก ผมคิดว่าเป็นความรับผิดชอบของแม่น้ําทั้ง ๕ สาย ที่จะต้องช่วยกันทําให้คนไทยกลับมารักกันให้ได้ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๕ หลังศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๕ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ได้ออกอากาศทางสถานีวิทยุบอกว่า ข้าพเจ้า มาพูดกับพี่น้องประชาชนชาวไทยด้วยน้ําตา เป็นน้ําตาของลูกผู้ชายแห่งความคับแค้น กระผมมาพูดวันนี้ไม่มีน้ําตา เพราะน้ําตานั้นไหลเข้าไปในอกแห่งความเสียใจและสะเทือนใจ ในฐานะเป็นคนภายนอก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสมาชิกรัฐสภา ไม่ได้มีตําแหน่งทางการเมืองใด ๆ อยู่ข้างนอกอดแปลกใจไม่ได้ นักการเมืองกินข้าวหม้อเดียวกันที่สโมสร ที่ห้องอาหารใกล้ ๆ แห่งนี้ แต่เวลามีการประชุมกลับทะเลาะเบาะแว้งกันไม่มีที่สิ้นสุด และนําไปสู่การชุมนุมของ ประชาชนที่แบ่งสีเลือกข้างเพื่อเอาใจช่วยนักการเมือง พรรคการเมืองฝ่ายของตน ประชาชน ไม่ได้มีความผิด เพราะเขามีอุดมการณ์และเขาเชื่อว่าสิ่งที่นักการเมืองได้แสดงตัวตนและ ทัศนะออกมานั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องจะเป็นผลดีกับชาติบ้านเมือง แต่เวลาคนเจ็บ คนตาย ถามว่านักการเมืองได้ช่วยดูแลพี่น้องเหล่านั้นอย่างไรบ้าง ประเทศไทยของเรามีบาดแผล ที่คนไทยเข่นฆ่ากันเอง มีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย วันเสียงปืนแตก วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๐๘ แล้วก็มามีคําสั่งให้คนป่ากลับคืนเมือง เราให้อภัยกัน เราให้โอกาส คนเหล่านี้มีอุดมการณ์ทางการเมืองต้องการเปลี่ยนประเทศให้เป็นสังคมนิยม ต่อสู้กับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตาย เจ็บกันไปทุกฝ่าย เรายังให้อภัยกันได้ มาบัดนี้เราจะให้อภัยกันไม่ได้ หรือประชาชนแบ่งสีเลือกข้าง มีการชุมนุมบาดเจ็บล้มตาย มีคดีความกันมากมาย อยากให้ นักการเมืองพรรคใหญ่ ๆ ที่ขัดแย้งกันอยู่นัดคุยกันสิครับ แล้วมีข้อเสนออย่างไรในการที่จะ สร้างความปรองดองเสนอมา เสนอมาที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ เสนอมาที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าถ้าเป็นข้อเสนอที่ดีด้วยจุดมุ่งหมายที่เห็นแก่พี่น้องเรา อํานวยความยุติธรรมให้เขา เยียวยาฟื้นฟูให้เขาพ้นจากความเดือดร้อนเท่าที่จะเป็นไปได้ ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะเรียนว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปและการสร้าง ความปรองดองที่ผมเสนอว่าให้อยู่ด้วยกันก็กําหนดอํานาจหน้าที่ในการที่จะเยียวยา พี่น้องเราที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและบาดเจ็บล้มตายกันมาไม่ใช่ในช่วงระยะเวลา ๑๐ ปีนี้ เท่านั้น พี่น้องในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ มาหาคณะกรรมการศึกษาแนวทาง สร้างความปรองดองบางคนพิการใช้ไม้ค้ํามา ญาติพี่น้องส่วนหนึ่งยังตามหาญาติไม่พบ และอีกส่วนหนึ่ง ญาติมาเพราะว่าสูญเสียน้องชาย ลูกชาย สามี ในครั้งกระนั้นมีการช่วยเหลือเงินไปเพียง เล็กน้อยเทียบไม่ได้กันกับในช่วงระยะหลัง ก็อยากจะฝากให้หยิบยื่นน้ําใจไมตรีไปถึงพี่น้อง เหล่านั้นด้วยและถ้าหากจะกรุณาไปถึงพี่น้องประชาชนในเหตุการณ์วัน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ หรือแม้แต่วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งส่วนหนึ่งเสียชีวิตไปแล้วแต่ส่วนหนึ่งยังพิการ มาจนกระทั่งถึงวันนี้ และจะพิการไปจนกระทั่งถึงวันที่สิ้นลมหายใจ ลองนึกสภาพดูครับ คนพิการต้องให้สายยางแล้วต้องเข้าโลงในสภาพแบบนี้ เขาเป็นวีรชนที่ทอดร่างกายให้กับ คนรุ่นหลังได้ก้าวเดินมา แต่คนรุ่นหลังที่มีตําแหน่ง มีหน้าที่ มีอํานาจเหลียวแลเห็นใจ เขาบ้างหรือไม่ ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานใน ๑ นาทีสุดท้ายนี้ว่า ผมเองเพิ่งจะเข้ามา อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้เป็นครั้งที่ ๒ หลังจากเคยร่างรัฐธรรมนูญมาเมื่อปี ๒๕๔๐ และอยู่ข้างนอกรัฐสภา มาโดยตลอด สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติในทัศนะของผมจะต้องเป็นผู้มีวุฒิภาวะมองการณ์ไกล เป็นผู้ใหญ่ และไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในความขัดแย้งแตกแยก เรามีหน้าที่ที่จะแก้ปัญหา หลักการให้อภัยผมถือว่าเราเป็นชาวพุทธ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ไว้ ดีแล้วอยู่ที่ว่าจิตใจของเรากว้างขวางพอในการที่จะให้อภัยฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ ขอบคุณครับ