สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

ปรีชา บุตรศรี หารือเรื่องการปฏิรูปการบริหารท้องถิ่น โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นและโครงสร้างของราชการบริหารส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น และเรียกร้องให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบ โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ และการจัดการตนเองของท้องถิ่น นอกจากนี้ เขายังเสนอว่าบทบาทภูมิภาคมีความจำเป็นในการดูแลและควบคุมท้องถิ่น เช่น การรักษาความสงบเรียบร้อย การกำหนดมาตรฐานกลาง และการส่งเสริมประสิทธิภาพของท้องถิ่น และควรพิจารณาถึงความพร้อมและความเหมาะสมของแต่ละจังหวัดก่อนที่จะให้เกิดขึ้นของจังหวัดจัดการตนเอง

นายปรีชา บุตรศรี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมมีเวลาจํากัดเหลือเกินครับ แค่ ๕ นาที ผมจะพยายามไม่เอ้อและไม่อ้านะครับ จะได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

ผมขออภิปรายในมาตรา ๒๘๕ เรื่องของการปฏิรูปด้านการบริหารท้องถิ่น ที่ได้กําหนดว่า (๑) ให้มีการตรากฎหมายและจัดให้มีกลไกที่จําเป็นสําหรับการจัดตั้ง องค์กรบริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดให้เสร็จสมบูรณ์ภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ บังคับใช้ และดําเนินการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นดังกล่าวขึ้นในพื้นที่ที่มีความพร้อมและ เหมาะสมโดยเร็ว สําหรับมาตรานี้ผมมีความรู้สึกว่าดูเหมือนว่าเราจะไปเร่งรัดในสิ่งที่เรา ไม่เห็นในอนาคตว่ามันดีหรือไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีการตั้งกลไกภายในเวลา ๑ ปี แล้วก็ให้มีการดําเนินการให้มีท้องถิ่นเต็มพื้นที่โดยเร็ว อันนี้ครับ ผมไม่ขัดข้องหรอกที่จะให้มันมี แต่ว่าผมมีข้อสังเกตอย่างนี้นะครับว่า

ประการที่ ๑ องค์กรบริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดนั้นยังไม่มีความชัดเจนว่า มันมีรูปแบบ มีโครงสร้าง มีอํานาจหน้าที่อย่างไรนะครับ หรือจะว่าเป็นจังหวัดจัดการตนเอง นะครับ ซึ่งเวลานี้ก็มีเครือข่ายที่พยายามจะให้มีเรื่องนี้อยู่แล้วถึงประมาณ ๔๐ กว่าจังหวัด แล้วถามว่าถ้ามีการจัดการตนเองในลักษณะนี้ มีการยุบรวมโครงสร้างของราชการบริหาร ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นเข้าด้วยกันใช่หรือไม่ และเมื่อมีการยุบรวมแล้วถามว่า ราชการส่วนภูมิภาคจะไปอยู่ที่ไหน กํานัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ที่ไหน นายอําเภออยู่ที่ไหนนะครับ อันนี้เป็นโจทย์ที่ผมอยากจะขอทําความเข้าใจกับท่านกรรมาธิการ แล้วถ้าเผื่อว่ายุบรวมแล้ว เลือกผู้บริหารท้องถิ่นขึ้นมาเราเรียกเขาว่าอะไร เรียกว่านายกเทศมนตรีหรือว่าเรียกว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะรีบด่วนมาทํา ในเวลาอันรวดเร็ว

ข้อสังเกตประการที่ ๒ ของผมก็คือว่าการดํารงอยู่ของภูมิภาคนั้นในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ได้พูดถึงในมาตรา ๘๒ (๓) นะครับ แล้วก็มาตรา ๒๑๔ ก็ยังบอกถึงการดํารงอยู่ของ ราชการบริหารส่วนภูมิภาค แต่ผมไม่แน่ใจว่าการดํารงอยู่ของภูมิภาคนี่เฉพาะจังหวัดที่ไม่ใช่ จัดการตนเองใช่ไหม หรือว่าพอมีเป็นจังหวัดจัดการตนเองแล้วภูมิภาคจะหายไป อันนี้ผมอยากจะทําความเข้าใจ ผมคิดว่าอย่างไรก็ตามราชการบริหารส่วนภูมิภาคนั้น ยังมีความจําเป็นที่จะต้องดํารงอยู่ ท่านจะเอาอะไรไปเชื่อมล่ะครับ ระหว่างส่วนกลางกับ ส่วนท้องถิ่น ผมยกตัวอย่างให้ดู กทม. ทุกวันนี้นะครับว่ามันมีความขัดแย้งระหว่าง กรุงเทพมหานครกับรัฐบาล แม้แต่เป็นพรรคเดียวกันก็ยังมีความขัดแย้งกัน เราไม่มีโซ่ข้อกลาง ที่จะมาเชื่อมประสานระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นเลย มันเป็นไปไม่ได้ ผมอยากจะเรียนว่า ภูมิภาคยังมีความจําเป็นที่จะต้องกํากับดูแลท้องถิ่นในฐานะที่จะต้องทําหลายเรื่อง เช่น การรักษาความสงบเรียบร้อย การกําหนดมาตรฐานกลาง การกํากับดูแลให้เป็นไปตาม มาตรฐานกลาง รวมทั้งการส่งเสริมประสิทธิภาพของท้องถิ่น รวมทั้งเป็นพี่เลี้ยงให้ท้องถิ่น อันนี้ผมยังคิดว่าบทบาทของภูมิภาคนั้นเป็นบทบาทที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง แล้วผมอยากจะ ตั้งข้อสังเกตว่าการให้เกิดขึ้นโดยเร็วนั้นผมคิดว่าไม่มีความจําเป็นต้องไปเร่งรัดขนาดนั้น คําว่า ส่งเสริมให้ท้องถิ่นที่มีความเหมาะสม มีความพร้อม มันควรจะต้องมีกฎเกณฑ์ เช่น ความพร้อมเรื่องของรายได้ ถามว่าท้องถิ่นถ้ารายได้ไม่พอเพียงเก็บภาษีก็ไม่ค่อยได้ แล้วจะไปจัดการตัวเองจะเอาเงินที่ไหน ก็ต้องไปแบมือขอรัฐบาลกลางอย่างเดิมใช่ไหม อย่างนี้เป็นต้น เกณฑ์เรื่องของความเหมาะสม ของบริบทของพื้นที่ถามว่าถ้าคนยังยิงกัน รบกัน ฆ่ากัน เราจะให้มีจังหวัดจัดการตนเองแบบนี้ เกิดขึ้นหรือเปล่า หรือว่าจังหวัดไหนก็ตามที่มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เราจะให้มันเกิดขึ้นไหม อันนี้ก็ต้องนําเข้ามาพิจารณาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นความพร้อม ความเหมาะสมไม่ใช่ ว่าไปทําประชามติชาวบ้านเห็นชอบก็เอาเลย ไม่ใช่ มันต้องมาดูบริบทของความเหมาะสม อีกหลายเรื่อง แล้วที่สําคัญก็คือว่าการที่จะทําประชามติก็ต้องทําความเข้าใจกับประชาชน ให้ชัดเจนว่ารูปแบบการบริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่มีลักษณะอย่างไร มีผลดี มีผลเสียอย่างไร ให้มันเกิดความชัดเจนนะครับ ถ้าไม่ชัดเจนแล้วไปทํามันก็จะเกิดความผิดพลาดได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญต่อความเป็นความตายของประเทศ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญ ผมอยากให้มีการทําอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการศึกษา มีการวิจัย ให้เห็นว่ามันเป็นผลดีจริงแล้วค่อยทํา เมื่อก่อนสุขาภิบาลท่าฉลอมเขายังทดลองมาได้ ตั้งหลายปีกว่าจะทําได้ แต่วันนี้เราจะไปเร่งรัดให้เกิดขึ้นในสิ่งนี้ผมขอบอกว่าผมไม่เห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ