ชาลี จี้สภาปฏิรูปฯ แก้ปัญหาสังคม-ราคาพืชผล-การศึกษาเร่งด่วน

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

ชาลี ตั้งจีรวงษ์ หารือประเด็นหลักสามด้าน ได้แก่ การเมือง เศรษฐกิจ และการศึกษา โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาสังคม ราคาพืชผลทางการเกษตร และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อแสดงถึงความสำเร็จของสภาปฏิรูปแห่งชาติ พร้อมเสนอแนะแนวทางการเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานหลังจบการศึกษา และแสดงความคาดหวังต่อรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปที่หวังว่าจะแก้ไขปัญหาขัดแย้งอย่างร้าวลึก มุ่งสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

นายชาลี ตั้งจีรวงษ์

เรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่าน ผม นายชาลี ตั้งจีรวงษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสิงบุรี หมายเลข ๐๖๑ ก่อนอื่นผมขอชื่นชมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ร่วมกันทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ และเหน็ดเหนื่อยกันมากมาย ท่านประธานครับ พวกเราสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเรากําลังร่วมกันทํางานเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปรียบเสมือนกับ พวกเรากําลังออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ให้มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม เป็นที่ต้องตาต้องใจของ ลูกค้าโดยมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ล่าสุดเพื่อนํารถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดสู่ตลาดเมืองไทยซึ่งเป็นตลาด ใหญ่ มีประชากรรวมทั้งสิ้น ๖๗ ล้านคน ท่านประธานครับ ท่านก็เป็นท่านหนึ่งที่ร่วม ออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่นี้กับพวกเรา เราได้สถาปนิก วิศวกร ก็คือท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้งหมดที่ได้เข้ามาทํางานกัน ร่วมกันออกแบบรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมกันทั้งสิ้น หลายเวที ไม่ว่าจะเป็นเวทีระดับจังหวัด เวทีระดับอําเภอ เราได้ข้อคิดเห็นจากประชาชน มาปรับปรุงหน้าตารถยนต์ตามความต้องการของประชาชน เราได้ข้อมูลที่หลากหลายครบ ทุก ๆ ด้านเพื่อนํามาประมวลเป็นตัวบทกฎหมาย สรุปเราใช้เวลาร่วมกันเป็นเวลาทั้งสิ้น ๖ เดือนครึ่ง เราได้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับยกร่าง มีทั้งหมด ๓๑๕ มาตรา ก็คือกฎหมายฉบับนี้ เราถือว่าเป็นรถยนต์ที่มีรูปร่าง มีหน้าตาที่สวยแล้วน่าขับขี่เราได้ร่วมกันทํางานอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ ๒๐-๒๖ เมษายนนี้ เราทุ่มเทกําลังกายทุ่มเทกําลังใจ กําลังสติปัญญา เราได้ร่วมกัน อภิปรายรวบรวมรายละเอียดแก้ไขกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ผมในฐานะ เป็นคณะทํางานได้เรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ซึ่งเมื่อ ๒ วันก่อนได้มีโอกาสนั่งทานข้าวกับท่าน ผมเรียนท่านว่าที่สําคัญที่สุดเราจะลืมไม่ได้เลย เราต้องทําประชาสัมพันธ์อย่างใหญ่หลวง ทําประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนคนไทย ทั้งประเทศได้ทราบถึงรายละเอียดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับปฏิรูปจะดีมีประสิทธิภาพ หรือไม่คงต้องรอดูผลลัพธ์จากการนํารัฐธรรมนูญไปใช้ ผลลัพธ์ที่ประชาชนคนไทยจะรอดูอยู่ คืออะไรครับ

๑. การเมือง สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมจะดีขึ้นหรือไม่ คนไทยจะเลิก ทะเลาะกันอีกหรือเปล่า

๒. เศรษฐกิจต้องดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาพืชผลทางการเกษตรและ ประชาชนคนไทยจะต้องมีงานทํา

๓. การศึกษา เด็กต้องอ่านออกเขียนได้และมีความรู้เป็นเลิศ

ปัญหาทั้ง ๓ ด้านหลัก ๆ นี้จะเป็นผลลัพธ์ที่แสดงว่าพวกเราสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้ทุ่มเทในการทํางานจะสัมฤทธิผลตามวัตถุประสงค์

ผมขออภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจในภาค ๔ ซึ่งเป็นเรื่องเนื้อหา วาระการปฏิรูปซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจหลาย ๆ ประเด็น มาตรา ๒๗๙ (๒) หน้าที่ ๑๐๗ รัฐธรรมนูญระบุไว้ว่านําแผนและขั้นตอนการออกกฎหมายและการปฏิบัติเพื่อให้เกิด การปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งแผนงานและยุทธศาสตร์การปฏิรูปของทุกภาคส่วนมาบูรณาการ เพื่อให้สามารถลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรมได้อย่างแท้จริงและต่อเนื่อง ท่านประธานครับ ในมาตรานี้ผมอยากให้พิจารณาในเรื่องของผลกระทบในด้านต่าง ๆ จากระบบเกษตรพันธสัญญา ปัจจุบันการทําไร่ข้าวโพดในเขตพื้นที่ภาคเหนือได้ขยายวงกว้าง ไปมาก รวมพื้นที่ทั้งหมดเกือบ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในหลายจังหวัด ในภาคเหนือ ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน จังหวัดลําปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน และยังลุกลามไปถึงพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างอีกหลายจังหวัด ผลจากการทํา เกษตรพันธสัญญานี้มีการเผาซากและต้นข้าวโพดจนมีผลทําให้เกิดความเสียหาย อย่างมากมาย นอกจากนั้นยังมีการรุกล้ําพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตของรัฐ ผลลัพธ์ ที่ได้คือปัญหาหมอกควัน และสภาพการเผาป่าเป็นการทําลายแหล่งน้ําธรรมชาติ ทําลาย สภาพแวดล้อม นอกจากนั้นยังทําให้ประชาชนในพื้นที่เขตภาคเหนือประสบปัญหาเรื่อง สุขภาพและระบบทางเดินหายใจ ซึ่งพบว่ามีผู้ป่วยจํานวนมากต้องเข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลหลายแห่งในเขตพื้นที่ภาคเหนือ โรคดังกล่าวนอกจากนี้ยังมีผลกระทบกับ เศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ ภาคเหนือ จากผลความเสียหายที่เกิดขึ้นดังกล่าวจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกพระราชบัญญัติ หรือกฎหมายเพื่อควบคุมในการทําเกษตรพันธสัญญา มิฉะนั้นแล้วจะเป็นความสูญเสีย ทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมอย่างใหญ่หลวงที่ไม่สามารถจะควบคุมได้ ผมมีสไลด์ (Slide) ที่อยากจะให้พ่อแม่พี่น้องที่อยู่ทางบ้าน แล้วก็สมาชิกผู้ทรงเกียรติอยู่ตรงนี้ได้ชมนะครับ ขอสไลด์ด้วยครับ ก็เป็นเรื่องของมลภาวะทางอากาศและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งได้ มีคณะต่าง ๆ องค์กรต่าง ๆ ได้ร่วมกันทํากันมากมาย ผลกระทบที่เกิดขึ้นในสไลด์ที่เห็นเป็นที่ อําเภออมก๋อย ท่านเห็นไหมครับสภาพป่าถูกทําลายลุกลามมาถึงบ้านอยู่อาศัย เพราะฉะนั้น ภาพที่เห็นผมว่ามันเป็นการทําลายสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศ ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ นี่เป็นที่จังหวัดน่านนะครับมองจากภาพสูงท่านจะเห็นว่าไม่มีอะไรเหลือนะครับ ภาพนี้เป็น ภาพที่แม่แจ่ม นอกจากนั้นก็ยังทําลายแหล่งน้ํา อันนี้ที่เขื่อนแม่แจ่ม อันนี้สําคัญครับ เป็นปลาสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในแหล่งน้ํา ปลาค้อเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ซึ่งท่านได้ชื่อพันธุ์ปลานะครับ ถิ่นกําเนิดลุ่มแม่น้ําแจ่ม ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ สไลด์นี้ที่เห็นเป็นอ่างเก็บน้ําท่านจะเห็นไหมครับ สภาพอ่างเก็บน้ําที่เห็นมันถูกทําลาย ทางจังหวัดภาคเหนือทั้งหมดได้รวมตัวกัน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทําตู้ ปณ. ๙๙๙ เชียงใหม่ ๕๐๐๐๐ เพื่อแก้ปัญหาสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็พยายามรณรงค์ แต่หลายปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับการแก้ไข เขตข้าวโพด เป็นส่วนประกอบสําคัญของอาหารสัตว์ แต่ต้องแลกด้วยการรุกป่า การทําลายป่า การทําลาย แหล่งน้ํา และทําลายสภาพแวดล้อม การทําสัญญาต้องหามาตรการและวิธีการไม่ส่งเสริมให้ เกษตรกรทําลายป่าทางอ้อมอย่างไม่มีขีดจํากัด ซึ่งถือว่าทําให้เกิดความเสียหาย จริง ๆ มีรายละเอียดที่มากกว่านี้อีกเยอะ ผมดูแล้วผมมีเวลาเหลือเพียงอีก ๙ นาที ยังมีประเด็น อีกมากมาย ผมต้องขอเอาไว้เข้าสู่คณะทํางานเรามีคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังคณะใหญ่ ได้ร่วมเดินทางกันไปที่แม่แจ่มในวันที่ ๑ วันที่ ๒ ขณะเดียวกันก็ได้มีการ ไปพูดถึงเรื่องการปฏิรูปในทางเศรษฐกิจ ณ วันที่ ๑ วันที่ ๑ ก็โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มากล่าวต้อนรับ วันที่ ๒ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยมีเรื่องของการชี้แจงการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ แล้วภาคบ่ายก็จะเป็นเรื่องของการสรุปปัญหา ผมขอไปเลยนะครับ อีกประเด็นหนึ่งผมขออภิปราย เพื่อสนับสนุนคุณไพบูลย์ นลินทรางกูร กรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ผมขออนุญาตที่เอ่ยนาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุว่าความรู้ทางการเงินของประชาชน โดยเหตุผล ๓ ประการ

ประการที่ ๑ คนไทยไม่รู้จักเรื่องเงิน ไม่รู้จักการทําบัญชีครัวเรือน ปัญหาหนี้ นอกระบบ ปัญหาแชร์ลูกโซ่

ประการที่ ๒ ความร่ํารวยและความยากจนของคนไทยในชาติมีช่องห่างมากยิ่งขึ้น เป็นปัญหาทางด้านความเหลื่อมล้ําที่ต้องแก้ไข

ประการที่ ๓ กองทุนเงินออม คนไทยไม่รู้จักออมครับ แต่คนไทยในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมารู้แต่จะใช้เงินอย่างเดียว ปัญหาทั้งหมดนี้เป็นการนํามาซึ่งความยากจน แก่ประชาชน การแก้ปัญหาด้วยการยกหนี้ พักหนี้จากภาครัฐไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา อย่างแท้จริง ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความรู้เรื่องการเงิน การออม การลงทุน

ประเด็นถัดไปนะครับ มาตรา ๒๙๓ ข้อ ๑ ประเด็นนี้ผมขออภิปราย เพื่อสนับสนุนในมาตรานี้ แต่อยากขอชี้แจงรายละเอียดดังนี้นะครับ รัฐต้องจัดทําแผน เพื่อพัฒนาการเกษตร บ้านเราเป็นภาคการเกษตร มีเกษตรกรถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นทําอย่างไร จะทําให้เกษตรกรเรามีความรู้ ความสามารถเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ดีขึ้นมาได้ ขอยกตัวอย่างข้าวหอมมะลินะครับ ปัจจุบันเรามีคู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถ ผลิตข้าวเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นคู่แข่งที่สําคัญของประเทศไทยในอนาคต ฉะนั้นเราควร พัฒนาพันธุ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

ภาค ๔ หมวด ๒ มาตรา ๒๘๓ ข้อ ๒ นะครับ ผมมีข้อที่น่าสังเกตฝาก กรรมาธิการ ประเทศไทยมีประชาชากร ๖๗ ล้านคน มีประชากรที่อยู่ในวัยทํางานถึง ๓๕ ล้านคน แต่มีประชากรที่เสียภาษีเพียง ๓.๕ ล้านคนนะครับ ถือเป็นสัดส่วนไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองในชาตินะครับ ฉะนั้นจําเป็นอย่างยิ่งที่รัฐจะต้องหามาตรการ เพื่อขยายฐานภาษีนําเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง มิฉะนั้นแล้วรัฐจะเอาเงินหรืองบประมาณ จากไหนเพื่อเป็นสวัสดิการของประชาชน ประเด็นการปฏิรูปการศึกษานะครับ ผมอยากจะ ขอไปไว ๆ เลยนะครับ เพราะผมเหลือเวลาเพียง ๕ นาที มีเรื่องที่ผมจะต้องพูดอีกเยอะเลยครับ ผลจากการทําเวทีรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนในระดับอําเภอ ระดับจังหวัด พบว่าการศึกษาเป็นเรื่องที่ประชาชนคนไทยต้องการให้ปฏิรูปเป็นอันดับต้น ๆ โดยพอสรุป แบบภาษาชาวบ้าน ๆ ได้ดังนี้นะครับ

๑. ทําอย่างไรเด็กจะอ่านออกเขียนได้

๒. ทําอย่างไรครูผู้สอนจะอยู่ในห้องเรียน

๓. ทําอย่างไรเด็กนักเรียนจะรู้จักคิด รู้จักวิเคราะห์ด้วยตนเอง

๔. ทําอย่างไรเมื่อเรียนจบแล้วจะมีงานทํา

ผมขอข้ามไปมาตรา ๒๘๖ เลยนะครับ ข้อ ๔ ปรับปรุงการอาชีวศึกษา ซึ่งมีหลายท่านที่ได้ร่วมกันอภิปราย ไปสู่ระบบการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางภาคการผลิต ที่มีทักษะ มีสมรรถนะในการประกอบอาชีพตรงตามความต้องการและสาขาที่ขาดแคลน ในประเด็นนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญ ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อ ๓๐-๓๕ ปี ประเทศไทยเรา เริ่มมีอุตสาหกรรมหลาย ๆ กลุ่มเข้ามาในประเทศ ในระยะเวลาดังกล่าวเราไม่ได้เตรียมตัว ให้การศึกษากับนักเรียน นักศึกษา และผู้ใช้แรงงานเลย การที่เราไม่ได้เตรียมตัวและไม่ได้ ให้ความรู้ด้านอาชีวะกับผู้ใช้แรงงาน ทําให้เราพลาดโอกาสที่จะนําพาไปสู่ประเทศอุตสาหกรรม อย่างแท้จริง ซึ่งจากเดิมเศรษฐกิจของประเทศไทยมาจากภาคส่งออก ในอดีตเราส่งออกนํารายได้ เข้าประเทศประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ ปีจากนั้นมานะครับ เรามีรายได้จากการผลิต เพื่อการส่งออกสูงถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศเราได้สัมผัสกับอุตสาหกรรมในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว การศึกษากลับไม่ได้เน้นไป ในเรื่องทักษะ ฝีมือและอาชีพ นั่นหมายถึงการศึกษาทางด้านอาชีวศึกษา ทําให้เราเสียโอกาส ที่ดีไป รัฐเพิ่งจะเริ่มเห็นความสําคัญ จึงได้จัดตั้งอาชีวะในระดับปริญญาตรีขึ้น เมื่อปีการศึกษา ๒๕๕๕ โดยใช้ชื่อว่าสถาบันการอาชีวศึกษา มีจํานวนทั้งหมด ๑๙ แห่ง รวมกับสถาบันการอาชีวเกษตร อีก ๔ แห่ง โดยกําหนดให้สถาบันการอาชีวศึกษา รับผู้จบการศึกษาระดับ ปวส. เพื่อเข้ามา ศึกษาต่ออีก ๒ ปี ผู้สําเร็จการศึกษาจะได้วุฒิปริญญาตรี โดยเน้นการเรียนการสอน ในภาคปฏิบัติ ในสถานประกอบการอย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของเวลาเรียน ในการศึกษา ปีนี้มีนักศึกษาที่จบการศึกษาจํานวนทั้งหมด ๘๐๐ คน ซึ่งจะเป็นบัณฑิตรุ่นแรกของสถาบัน การอาชีวศึกษาในระดับปริญญาตรี จากผลดังกล่าวทําให้ปีนี้ในภาคการศึกษาที่เพิ่งผ่านไป ในระดับอาชีวศึกษา สาขาวิชาที่เปิดในระดับปริญญาตรี ปรากฏว่ามีนักเรียนเข้ามาศึกษา ต่อจากชั้นมัธยมศึกษามากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ทั้ง ๆ ที่ในสาขาอื่น ๆ ของอาชีวศึกษากลับมี ผู้เข้ามาเรียนลดลง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงหากเน้นการศึกษาของประเทศใหม่โดยเน้น การศึกษาทางด้านวิชาชีพคืออาชีวศึกษา จะเป็นการตอบโจทย์ด้านการศึกษาอย่างแท้จริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากเห็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่กระทรวง สํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย ชมรมธนาคารและ ภาคธุรกิจและบริการ ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญการศึกษาเพื่อเปลี่ยนค่านิยมทัศนคติใหม่ ๆ ต่ออาชีวศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรีบดําเนินการคัดสรรและแต่งตั้งผู้อํานวยการสถาบัน อาชีวศึกษาเพื่อดําเนินการทางด้านอาชีวศึกษาที่ดูเหมือนจะเป็นความต้องการที่ตอบโจทย์ ความต้องการอย่างแท้จริง และที่สําคัญผมอยากเห็นอาชีวศึกษาปลอดจากการเมืองครับ

สุดท้ายนี้ผมหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศ ซึ่งได้มีปัญหาเรื่องการขัดแย้งอย่างร้าวลึกมาเป็นเวลาช้านาน ผมหวังว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ที่ดีที่สุดของประเทศไทย และอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายซึ่งจะถือว่าผลการทํางาน ที่แสนจะเหน็ดเหนื่อยของพวกเรา ได้ประสบผลสําเร็จตามที่ทุกคนปรารถนา นําพาประเทศไทย ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนตลอดไปครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ