ทัศนา บุญทอง ขอขอบคุณและเชิญท่านพันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ มาร่วมหารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ และขอปรับปรุงรัฐธรรมนูญเพื่อให้การปฏิรูปต่อเนื่องจนบรรลุผล ทัศนา บุญทอง เสนอแนะนโยบายและข้อเสนอเพื่อปฏิรูปประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม และเสนอการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ให้เป็น สภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศต่อไป
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านพันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ค่ะ
พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ : กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม พันตํารวจ จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดมุกดาหาร วันนี้ผมขออภิปรายในภาค ๔ การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง จากหมวด ๑ ก็คือบททั่วไป มาตรา ๒๗๘ บัญญัติว่าความในภาคนี้ให้สิ้นผลบังคับในวันถัดจาก วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ครบ ๕ ปี อันนี้ผมคงเห็นด้วยอย่างยิ่ง และในส่วนที่ ๒ หมวด ๒ ก็คือส่วนที่ ๑ ได้บัญญัติว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ การปฏิรูปแห่งชาติ ในส่วนนี้ในเบื้องต้นผมก็เห็นด้วยที่จะให้มีการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ เห็นด้วยนะครับให้มีการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ และให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ การปฏิรูปแห่งชาติ แต่ผมก็ขอเปรียบเทียบหน่อยนะครับว่าการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ ก็ขอเปรียบเทียบกับการผลิตรถยนต์ การสร้างหัวจักรรถไฟ การต่อเรือและการสร้างเครื่องบิน ที่เปรียบเทียบเช่นนี้ก็เนื่องจากว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติถือว่าเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ ในการปฏิรูป คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็เปรียบเทียบว่าเป็นวิศวกรในการที่จะเป็น ผู้ผลิตรถยนต์ ต่อเรือและสร้างเครื่องบิน และขอเปรียบเทียบว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นคนขับหรือกัปตันในอนาคต แล้วก็ขอเปรียบเทียบว่าประชาชนและพลเมืองเป็นผู้ว่าจ้าง ในการที่จะปฏิรูปหรือว่าการผลิตรถยนต์ การผลิตหัวจักรรถไฟหรือการต่อเรือและการสร้าง เครื่องบินดังกล่าว อันนี้ผมขอเปรียบเทียบอย่างนี้นะครับ สาเหตุที่เปรียบเทียบก็เนื่องจากว่า เจตนารมณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือว่าเจตนารมณ์ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ที่ต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศ ดังกล่าวข้างต้น กระผมจึงมีความคิดเห็นว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญควรจะมีการ บัญญัติข้อความใหม่ในมาตรา ๒๗๙ เป็นดังนี้นะครับ มาตรา ๒๗๙ บัญญัติว่าเพื่อประโยชน์ แห่งการดําเนินการปฏิรูปประเทศให้ต่อเนื่องจนบรรลุผล ให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติเท่าที่มี จํานวนสมาชิกอยู่นับแต่วันรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
๑. ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศโดยการเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอ ในการปฏิรูปต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดความเหลื่อมล้ําและ สร้างความเป็นธรรมในด้านต่าง ๆ ตามที่กําหนดในหมวดนี้ ส่วนการปฏิรูปในด้านอื่น ๆ ซึ่งมิได้บัญญัติไว้ในหมวดนี้ให้กระทําได้ตามข้อเสนอของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ การปฏิรูปแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า สามในสี่ของจํานวนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
๒. นําแผนและขั้นตอนการออกกฎหมายและการปฏิบัติเพื่อให้เกิดการปฏิรูป ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งแผนงานและยุทธศาสตร์การปฏิรูปของทุกภาคส่วน มาบูรณาการเพื่อให้สามารถลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรมได้อย่างแท้จริง และต่อเนื่อง
๓. ส่งเสริมการศึกษาการวิจัยและการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูป
๔. เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพของประชาชนเพื่อความเป็นพลเมืองที่ดี รวมทั้งสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางสังคมด้วยกระบวนการสมัชชาเพื่อการปฏิรูป
๕. ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มี การปฏิรูปที่สอดคล้องและเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
๖. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่รัฐธรรมนูญนี้หรือกฎหมายบัญญัติ
๗. แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ
อันนี้ล่ะครับเนื่องจากว่าการที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะบัญญัติ ให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผมคิดอย่างนี้นะครับว่าการที่จะแต่งตั้งสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งตั้งและโปรดเกล้าฯ ให้ดํารงตําแหน่ง แต่ผมคิดว่าประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ฉบับลงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ นี่ล่ะครับเป็นการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้วให้ทําหน้าที่ในการปฏิรูปประเทศ นอกจากนั้นแล้วยังมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้รับรองอํานาจหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติไว้แล้วตามมาตรา ๒๗ บัญญัติว่าให้มี สภาปฏิรูปแห่งชาติมีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ๑๑ ด้าน มาตรา ๒๘ ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ ประกอบด้วย สมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่า ๒๕๐ คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง อันนี้ก็บัญญัติไว้แล้วนะครับ แล้วก็บัญญัติว่า สภาปฏิรูปแห่งชาติมีอํานาจหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สุดท้ายนะครับ ขออนุญาตท่านประธาน มาตรา ๓๙ นี้ ยังกําหนดให้ว่าเมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อประโยชน์ในการจัดให้มีร่างกฎหมายและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น ที่จําเป็น ในการนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติอาจแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นเพื่อพิจารณา ร่างกฎหมายที่จําเป็นก็ได้ แต่เมื่อมีประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่แล้ว การปฏิบัติหน้าที่ของ สภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ ประกาศใช้นั้น อันนี้ผมก็เห็นว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ควรจะปรับเปลี่ยนจาก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้เป็นอํานาจและหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทําหน้าที่ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศต่อไปนะครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ค่ะ ท่านมี ๑๕ นาทีค่ะ