เสรี สุวรรณภานนท์ พูดถึงการปฏิรูปประเทศ หารือแนวทางการปฏิรูป ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย และการทำงานร่วมกันของสภา รัฐบาล คสช. สนช. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. ต้องกราบเรียนที่ประชุมครับว่าข้อบังคับที่เรากำหนด ในวาระจะต้องดำเนินการต่อไปนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญของการทำงานร่วมกัน ของการประชุมร่วมกัน ซึ่งข้อบังคับจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการทำงานของสภาของเรา สิ่งที่เป็นสาระสำคัญยิ่งของข้อบังคับนั้น ต้องกราบเรียนครับว่าท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน ในสภาแห่งนี้คือผู้ที่จะต้องมีความรับผิดชอบ และทำงานร่วมกันให้ประสบความสำเร็จ และมีประสิทธิภาพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะกำหนดทิศทางการทำงานของพวกเรา ซึ่งอยู่ในข้อบังคับที่เราจะต้องดำเนินการต่อไป ในส่วนของข้อบังคับที่เราจะต้องดำเนินการ ทำงานที่เรียกว่าการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น ต้องขอเรียนท่านสมาชิกครับว่า แนวคิดเดิมที่เคยนำมาใช้ในสภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สปช. ที่ผ่านมานั้นถือเป็นตัวอย่าง เป็นแนวทางที่เราจะต้องนำมาพิจารณาศึกษา เพราะสิ่งที่เรากำลังทำหน้าที่อยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ผ่านมาหรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เรากำลังทำหน้าที่อยู่นี้เป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่ประเทศไทยเราไม่เคยทำมาก่อน การทำงานในสภาเราก็เลยไม่มีประสบการณ์ สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ก็คือพอเรามี สภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สปช. ที่ผ่านมานั้นเราก็ไม่เคยทำมาก่อน ถูกผิดอย่างไร บางครั้งก็ไม่ทราบ แต่สิ่งที่ทำไปแล้วไม่ใช่เรื่องถูกผิดครับ แต่เป็นเรื่องที่เป็นบทเรียน เป็นตัวอย่างอันดีที่เราจะต้องนำมาศึกษาว่าสิ่งที่เราเคยทำไปนั้นช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่เราต้องกลับมาทบทวน กลับมาพิจารณาดูว่าการจะทำงานในสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศคราวนี้จะเดินในทิศทางใดหรือในแบบอย่างใด เราอาจจะไปเคยชิน กับการประชุมของสภาในระบบรัฐสภา ซึ่งขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจารย์วันชัย ก็เสนอความเห็นไว้แล้วว่ามันมีกระบวนการที่อิงอยู่กับแนวทางที่มีระบบอาจจะมีเรื่องของ กระบวนการที่ซับซ้อนทำให้การทำงานในเรื่องงานปฏิรูปนั้นเกิดปัญหาได้ ดังนั้นแนวคิด ที่เราควรจะต้องนำมาพิจารณาในข้อบังคับของเรานั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องเอาตัวอย่าง เอาปัญหาที่ผ่านมามาเป็นคำตอบว่าทิศทางของการปฏิรูป การขับเคลื่อนประเทศในคราวนี้จะทำอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องคำนึงถึงก็คือการมีส่วนร่วม และการทำงานนั้นไม่ใช่ทำแค่ของสภานี้เท่านั้น การทำงานต่อไปก็เป็นอย่างที่ท่านประธาน ได้เอ่ยถึงว่าเราคงจะต้องร่วมงานกับรัฐบาล ร่วมงานกับ คสช. ร่วมงานกับ สนช. ร่วมงานกับ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญน้อยของการปฏิรูปที่ผ่านมา คือเราไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของงานราชการเท่าที่ควร เราอาจจะมองในรูปของราชการว่าเช้าชามเย็นชาม มองในรูประบบราชการว่าไม่ยอมกล้า จะเปลี่ยนแปลง เราเลยไม่ได้รับความร่วมมือจากงานราชการที่ผ่านมาในเรื่องของการปฏิรูป รวมถึงเราให้ความสำคัญกับฝ่ายการเมืองน้อย มีการดูถูกดูแคลนฝ่ายการเมืองกันอยู่ตลอด จนขาดความร่วมมือและความสำคัญในการจะปฏิรูปร่วมกัน ในส่วนของประชาชนเองนั้น เราอาจจะบอกว่าเราพยายามจะรับฟังให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่ในทางปฏิบัติเอง เรากลับกลายเป็นเอาผลงานเราไปหาเสียงกับประชาชน เราไม่ได้รับฟังเสียงของประชาชน แล้วนำมาปฏิรูป เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า แนวทางการทำงานของสภาแห่งนี้ควรที่จะต้องนำแนวร่วมทั้งหลายที่กระผมได้กราบเรียนนี้ ทั้งหมดเข้ามาขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน เราคงจะไม่ได้มาทำงานเฉพาะในส่วนของสภาเรา เท่านั้น เราจะขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปประเทศนั้นจึงต้องได้รับ ความร่วมมือจากทุกฝ่าย และทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบงานราชการเองเป็นกลไก ของการบริหารประเทศก็ควรที่จะต้องมีการขับเคลื่อนตั้งแต่ผู้ปฏิบัติ ขับเคลื่อนปฏิรูปงาน ของตัวเองเสนอตามลำดับชั้นจนถึงกรม จนถึงกระทรวง แล้วก็ให้สภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศหรือ สปท. นี้เป็นแกนหลักแกนนำในการหาผลสัมฤทธิ์ หรือข้อเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปประเทศทั้งหมด ดังนั้นข้อบังคับที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเราคงจะต้องช่วยกันคิด ช่วยกันที่จะหาแนวทางออก ที่ไม่เหมือนเดิม เป็นแนวทางออกที่จะต้องให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนี้ ขับเคลื่อนประเทศไปพร้อม ๆ กันทุกภาคส่วนทั้งระบบ เพื่อความร่วมมือกันทุกฝ่าย การปฏิรูปก็จะสำเร็จ ดังนั้นข้อบังคับการประชุมจึงเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งต่อการทำงาน ในสภาของเราครับ ขอบพระคุณครับ