สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ และขอเสนอให้ร่างข้อบังคับเพื่อปฏิรูปที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเสนอให้ปฏิรูปเรื่องการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม และแบ่งการปฏิรูปออกเป็น 5 เรื่องที่สำคัญที่สุด และแบ่งงานให้กับสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 40 คน

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อบังคับเดิมในเล่มที่ผม ถืออยู่นี่ แล้วก็อยู่ในลิ้นชักของสภาปฏิรูปแห่งชาติมีทั้งหมดด้วยกันประมาณ ๑๔๓ ข้อ ซึ่งผมคิดว่าในขณะนั้นในสถานการณ์แบบนั้นร่างออกมาอย่างนี้ แต่ ณ วันนี้ เป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผมคิดว่าไม่น่าจะใช่แบบนั้นแล้ว แต่สิ่งที่ผม จะกราบเรียนต่อท่านประธานประกอบการพิจารณา ท่านประธานครับ สมัยที่ผมเป็นสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติมีพี่น้องประชาชนรวมทั้งท่านทั้งหลายที่เป็น สปท. เข้ามาใหม่ ในขณะที่ ท่านอยู่ข้างนอก ทั้งบ่น ทั้งว่า ทั้งสอบถามว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติปฏิรูปอะไรให้กับ บ้านนี้เมืองนี้บ้าง และมีเหมือนหลายท่านกล่าวเชิงตำหนิด้วยว่าไม่เห็นมีอะไรเลย ปีกว่านั้นยังไม่ได้ทำการปฏิรูปอะไรเลยในบ้านนี้เมืองนี้ สภาปฏิรูปไปมัวทำอะไร ผมดีใจครับ ท่านประธานที่มีเพื่อนสมาชิกข้างนอกได้เข้ามานั่งวันนี้ และจะช่วยกันขับเคลื่อนตามที่ท่าน เคยตำหนิไว้ ว่าไว้ แล้วก็บางคนได้บอกไว้ว่าน่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ประเด็นที่ผม อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานประกอบการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ เมื่อกี้นี้ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านนิกรได้พูดถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙/๒ ได้พูดไว้ชัดตอนหนึ่ง ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุม เน้นขีดเส้นใต้ โดยให้มีสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศทำการตามมาตรา ๒๗ สืบต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศนะครับ โดยให้คำนึงถึงความสำคัญเร่งด่วนและความสัมฤทธิผล ของการปฏิรูป ขีดเส้นใต้ ในระยะเวลาที่เหลืออยู่ นั่นหมายความว่า ๓๗ วาระการปฏิรูป ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้ทำการศึกษาและได้เสนอแนะและเสนอไปยังรัฐบาลนั้น เอามาทำทุกเรื่องไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะเรื่องบางเรื่องไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน และระยะเวลาของเรานั้นเหลือจำกัด ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมว่า การร่างข้อบังคับนั้นน่าจะเป็นไปตามกรอบที่ท่านสมาชิกทั้งมวลที่นั่งอยู่ในที่นี้ ตกผลึกร่วมกันว่าเราต้องการปฏิรูปเรื่องอะไรเร่งด่วนในบ้านนี้เมืองนี้มีสักกี่เรื่อง เช่นที่ประชุมถกแถลงกันเลยครับ ผมเสนอเลยครับว่าเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนที่ควรทำ ในขณะนี้อย่างมากคือเรื่องทำอย่างไรให้การเลือกตั้งนั้นสุจริต เที่ยงธรรม นี่สมมุติว่าผมเสนอ ที่ประชุมอภิปรายกันบอกไม่เห็นด้วยว่ามีเรื่องอย่างนี้ ๑ ๒ ๓ ผมว่าถ้าเราตกผลึกร่วมกัน สัก ๕ เรื่อง ๗ เรื่อง หรือ ๑๐ เรื่องก็ตาม เราเดินไปตามกรอบนั้นโดยกำหนดไว้เลยว่า เรื่องนี้ต้องเสร็จภายใน ๓ เดือน เรื่องนี้ต้องเสร็จภายใน ๖ เดือน เรื่องนี้ ๘ เดือน เรื่องนี้ ๑๒ เดือนจบ และแต่ละเรื่องนั้นผมเชื่อว่าจะต้องเป็นการประสานความร่วมมือกับรัฐบาล อย่างใกล้ชิดว่าท่านเห็นด้วยไหมครับว่า ๕ เรื่องนี้ไม่ใช่ที่ประชุมมีมติแล้วบอกว่าผมเห็นด้วย ที่จะต้องทำการปฏิรูปกิจการตำรวจ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่เอาด้วย แล้วถามว่าเราจะทำ ไปทำไม เพราะฉะนั้นผมว่าทุกเรื่องถ้าที่ประชุมตกผลึกร่วมกันแล้วว่าเห็นว่าควรจะปฏิรูป เร่งด่วนเรื่องดังต่อไปนี้ เราทุกคน ขออภัยนะครับ ทั้ง ๒๐๐ คนนี่แหละครับจะต้องขับเคลื่อน ใน ๗ เรื่อง ๕ เรื่องนี้ให้เสร็จในระยะเวลาที่เหลืออยู่เขาเขียนไว้ ไม่ใช่ทำทุกเรื่อง ดังนั้นประเด็นที่บอกว่าจะแบ่งกรรมาธิการทั้งหมดเป็น ๑๑ คณะ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน แม้หลายท่านจะอ้างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๑ ขอโทษนะครับ รัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๗ ทั้งหมดมี ๑๑ ด้านนั้นก็ตาม นั่นเป็นเรื่องของ สภาปฏิรูปแห่งชาติได้ทำไว้แล้ว เขาให้เราคำนึงถึงเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า จำเป็นต้องทำทั้ง ๑๑ คณะ หรือแยกเป็น ๑๑ คณะ ผมเห็นว่าถ้าพวกเราทุกคน ตกลงร่วมกันว่าในเวลาที่เหลืออยู่นี้เราจะทำเพียง ๕ เรื่องเท่านั้น แบ่งเป็นเรื่องละ ๕๐ คน ได้ไหม หรือเรื่องละ ๔๐ คนได้ไหม และไปตกลงกันทำ และแต่ละคนนั้น ใน ๔๐ คนนั้น อาจจะแบ่ง เพราะในเรื่องนั้นอาจจะมีหลายประเด็นก็แบ่งกันทำ และเมื่อตกผลึกร่วมกัน เสร็จเรียบร้อยเสนอต่อที่ประชุม เป็นมติเสนอต่อท่านประธานนำสู่รัฐบาลเพื่อสู่การปฏิบัติ ให้เกิดขึ้นต่อไป เพราะฉะนั้นผมเองค่อนข้างจะไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะพอบอกว่า ทุกคนจะต้องเป็นประธานกรรมาธิการชุดนั้นชุดนี้ก็จะไปคำนึงถึงว่า เราจะเป็นประธาน เราจะเป็นโน่นเป็นนี่กันมากกว่าที่จะคำนึงถึงความสัมฤทธิ์เป็นตัวตั้ง เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพต่อท่านประธานและที่ประชุม กระผมคิดว่าข้อบังคับ น่าจะเป็นเรื่องแนวทางหลวม ๆ แต่มุ่งความสัมฤทธิผลเป็นสำคัญ เพราะเวลาเขียนข้อบังคับ ท่านประธานลองดูสิครับ ญัตติซ้อนญัตติตกไปยุ่งกันใหญ่เลย บางเรื่องจะนั่นก็ต้องยกมือ เหนือศีรษะทำการประท้วงโน่นนี่นั่น ผมว่ามันเป็นเรื่องรายละเอียดของสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ส.ว. หรือ ส.ส. มากกว่าที่จะเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้วยความเคารพผมจึงขอเสนอเป็นข้อสังเกตต่อท่านประธานและที่ประชุม กราบขอบพระคุณครับ