สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๘

ดุสิต เครืองาม เสนอการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็น คือ การยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ประเด็นที่ 2 คือ เนื้อหาของการขับเคลื่อนการปฏิรูป และประเด็นที่ 3 คือการส่งเสริมให้ภารกิจการขับเคลื่อนการปฏิรูปสัมฤทธิผลตามรัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม สปท. หมายเลข ๕๓ ครับ ผมขออนุญาตให้ความเห็น อภิปรายเกี่ยวกับหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศแบ่งประเด็นสำคัญไว้เป็น ๓ ประเด็นดังต่อไปนี้ ประเด็นที่ ๑ การที่จะไป ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้นหัวข้อที่จะเกี่ยวข้อง บรรจุในข้อบังคับก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับระเบียบ ข้อปฏิบัติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระเบียบวินัย การประชุม การลงมติ การแสดงมติอะไรต่ออะไรที่เกี่ยวข้องกับข้อปฏิบัติ ตรงนั้น ก็คงสามารถหาดูได้ในตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อบังคับของ สปช. เดิม หรือ สนช. หรือ ส.ว. หรือ ส.ส. ก็แล้วแต่นำมาประยุกต์ใช้ ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เนื้อหาของ การขับเคลื่อนการปฏิรูปที่ควรจะต้องบรรจุไว้ในข้อบังคับดังกล่าว แล้วผมก็ยังแบ่งกลุ่ม ของเนื้อหาของการขับเคลื่อนการปฏิรูปออกไว้เป็นประมาณ ๕ หัวข้อใหญ่ ๆ หรือว่า ๕ กลุ่มใหญ่ ๆ ข้อ ๒.๑ ก็คือกลุ่มของคณะกรรมาธิการว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้านต่าง ๆ ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ข้อ ๒.๒ กลุ่มของคณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่อง กิจการต่าง ๆ ของสภา สปท. ของเรานะครับ ข้อ ๒.๓ กลุ่มคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับ การประสานงานกับองค์กรต่าง ๆ และการติดตามประเมินผล ในการติดตามประเมินผล และการประสานงานนั้นสำคัญมากครับ ซึ่งเราอาจจะแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ล้อเลียนที่คณะรัฐมนตรีเขามีการแต่งตั้ง รองนายกรัฐมนตรีดูแลกลุ่มต่าง ๆ ก็ได้ครับ เมื่อคราว สปช. นั้นเรามีคณะกรรมาธิการ วิสามัญติดตาม ขอโทษครับ มีคณะกรรมาธิการกิจการสภา ถ้าแบบนั้นไม่สำเร็จครับ คณะกรรมาธิการกิจการสภาของ สปช. นั้นมีหน้าที่อยู่ข้อหนึ่งบอกว่าติดตามประเมินผล ติดตามนะครับ ไม่ทันนะครับ เพราะฉะนั้น ข้อ ๒.๓ ผมจึงเรียนว่าควรจะมี กลุ่มคณะกรรมาธิการที่จะต้องทำการประสานงานกับองค์กรต่าง ๆ และประเมินผล ซึ่งอาจจะแบ่งออกเป็นกลุ่มอาจจะมีสัก ๔-๕ กรรมาธิการก็ได้ ๒.๔ กลุ่มกรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์ ตรงนี้สำคัญมากครับ ๒.๕ กลุ่มกรรมาธิการที่เกี่ยวกับ การติดตามความคืบหน้าของการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตกลงผมเสนอไว้เป็น ๕ กลุ่มใหญ่แล้วนะครับ ใน ๕ กลุ่มใหญ่นั้นรายละเอียดอย่างไรเดี๋ยวผู้ยกร่างก็คงไปยกร่างกันเอง หัวข้อที่ ๓ ผมจะ ขออภิปรายเรื่องการส่งเสริมให้ภารกิจการขับเคลื่อนการปฏิรูปนี้สัมฤทธิผลตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๗ บวกกับปี ๒๕๕๘ ที่แก้ไขเพิ่มเติมผมจับประเด็นได้ว่าอำนาจหน้าที่ ของ สปท. นั้นก็คือศึกษาวิเคราะห์ เสนอการปฏิรูป เสนอร่าง พ.ร.บ. เสนอร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วพอมาดูในมาตรา ๓๑/๒ ของแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น เขียนเพิ่มไว้ว่า สปท. คือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการ ให้การปฏิรูปเกิดขึ้น ไม่ใช่เป็นจิตมโนแล้วดำเนินการให้การปฏิรูปนั้นเกิดขึ้น ลองไปอ่านดู ในมาตรา ๓๙/๒ แล้วยังเขียนไว้อีกว่าโดยทั้งนี้ให้ดูเรื่องที่มีความเร่งด่วนและสัมฤทธิผล เพราะฉะนั้นการที่จะให้มีความสัมฤทธิผลได้ในข้อ ๓ ของผม ผมก็แตกออกเป็น ๓.๑ เสนอว่าในคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ที่เราจะไปแต่งตั้งนั้นขอให้มีที่ปรึกษา ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ขอให้มีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้ามาเพื่อความมีส่วนร่วม และ ๓.๒ ขอเชิญให้มีการเรียนเชิญอดีต สปช. ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน มาร่วมให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ และ ๓.๓ เสนอให้มีการย่อยข้อมูลต่าง ๆ ที่ สปช. เคยศึกษามาแล้วตั้งหลายร้อยเรื่อง ทั้งหมดผมขอกราบเรียนสรุป อีก ๑ นาทีครับ ท่านประธาน วันนี้เราเป็นการพิจารณาเรื่องการที่จะไปแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผมจับปฏิทินมาดังนี้ว่า วันนี้วันที่ ๑๙ เราประชุมกันเรื่องข้อบังคับเบื้องต้น พรุ่งนี้วันที่ ๒๐ ก็จะมีการพูดถึงเรื่อง ประเด็นการขับเคลื่อนการปฏิรูป เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมจะเรียนต่อไปก็คล้าย ๆ กับที่ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ได้กล่าวไว้แล้วก็คือว่าพรุ่งนี้เราจะมีการทำเวิร์กชอป (Workshop) กัน ที่จะคุยกันเรื่องประเด็นการขับเคลื่อนการปฏิรูป ผมจึงเสนอว่าเมื่อเรามีการแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแล้ว วันที่ ๒๖ หรือวันที่ ๒๗ ในวันจันทร์ วันอังคาร สัปดาห์หน้านั้นเราน่าจะเห็นตุ๊กตายกร่าง ของร่างข้อบังคับการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้นขึ้นเป็นเฟิร์ส เวอร์ชัน (First version) จะดีไหม แล้วพอวันที่ ๒๘ เมื่อมีการประชุมแม่น้ำ ๕ สาย เมื่อเช้า ผมได้ไปพบกับท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุท่านแจ้งว่า ๕ สายนั้นมากันครบครับท่าน ผมถามว่ามาเฉพาะนายกรัฐมนตรีไหม บอกไม่ใช่ คณะรัฐมนตรีมากันหมดครบทุกกระทรวง คสช. ก็จะมากันครบ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเขาก็คงจะมากันครบ มากันครบหมด ทุกแม่น้ำ ๕ สาย เพราะฉะนั้นวันที่ ๒๘ จะเป็นวันที่เรามีโอกาสที่จะได้ฟังข้อคิดเห็นต่าง ๆ แล้วพอไปที่สัปดาห์ถัดไปวันที่ ๒ หรือวันที่ ๓ พฤศจิกายนนั่นละครับ พิจารณาร่างข้อบังคับ ของสภาเราเป็นรายมาตราและลงมติในแต่ละมาตราไปในวันที่ ๒ หรือวันที่ ๓ พฤศจิกายน ขอบพระคุณครับ