สรณะ เทพเนาว์ หารือเรื่องยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติและความต้องการของท้องถิ่น โดยเรียกร้องการพัฒนา ระบบวางแผนไว้ระยะอย่างน้อย ๕ ปี และเสนอให้รัฐธรรมนูญรวมถึงข้าราชการท้องถิ่น มีบทบัญญัติแก้ไขเพื่อให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง นอกจากนี้ยังเสนอการปฏิรูปท้องถิ่น โดยเฉพาะมาตรา 209 ที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเสนอให้เพิ่มการปฏิบัติตามกฎหมายและความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังเสนอให้ควบรวมองค์กรท้องถิ่น โดยเสนอให้ควบรวมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั้งหมด เป็นเทศบาล และปรับเปลี่ยนองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เป็นภารกิจขนาดใหญ่ และตั้งคณะกรรมการท้องถิ่นแห่งชาติ เพื่อจัดระเบียบและควบคุมองค์กรท้องถิ่น
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอันทรงเกียรติที่เคารพ กระผม นายสรณะ เทพเนาว์ สมาชิกสภาปฏิรูปด้านปกครองท้องถิ่น ๒๐๙ ครับ ท่านประธานครับก่อนอื่นต้องขอชื่นชมประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ทําให้ บรรยากาศของการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ แล้วพวกท่านทั้งหลายก็มีความตั้งใจ ในการที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อตอบสนองและแก้ปัญหาของชาติโดยส่วนรวม ผมต้องเรียนด้วยความเคารพแล้วก็มีประเด็นบางส่วนที่ผมอยากจะฝากในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือในเรื่องของยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติภายใต้ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องในด้านปกครองท้องถิ่นมาตรา ๘๒ มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๒ มาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ นั่นหมายความว่าแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้น จะต้องสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นด้วย เมื่อวานนี้ผมได้ฟังประธานคณะกรรมาธิการ ด้านปกครองท้องถิ่น รวมทั้งท่านยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานคณะอนุกรรมาธิการจัดทํา กฎหมายยุทธศาสตร์ของชาติได้พูดถึงประเด็นเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ ผมเห็นว่า ในเรื่องกรอบแนวความคิดในการยุทธศาสตร์ของชาตินี้มีกลุ่มภารกิจในเรื่องของความมั่นคง ทางด้านการทหารแล้ว ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน และทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แต่นั่นจะต้องเน้น ในเรื่องบทบัญญัติและให้เป็นรูปธรรมขององค์กรปกครองท้องถิ่นผนวกขึ้นไปด้วย เพราะผม เข้าใจว่าวัตถุประสงค์ของชาติตามนโยบายของรัฐบาลก็คือความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ส่วนที่ ๒ ผมอยากเพิ่มเติมในบางประเด็นว่าองค์กรของยุทธศาสตร์ของชาติจะต้องมีพัฒนา ระบบวางแผนไว้ระยะอย่างน้อย ๕ ปีเป็นสําคัญนะครับ อันนี้ฝากประเด็นในเรื่อง แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
ส่วนที่ ๒ หมวด ๒ ว่าด้วยที่ผมอยากจะลงรายละเอียดก็คือหมวด ๖ ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมืองและประชาชน ผมเป็นห่วงเป็นใยว่า ขณะนี้มาตราที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๐๖ ที่กําหนดถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ควรรวมถึงข้าราชการท้องถิ่นเพิ่มเติมด้วย
มาตรา ๒๐๗ ท่านประธานครับ ให้มีคณะกรรมการดําเนินการแต่งตั้ง ข้าราชการโดยระบบคุณธรรมเพื่อเป็นประโยชน์และปลอดการเมือง อิทธิพลของคนในพื้นที่ ซื่อสัตย์สุจริต และมีความเป็นกลางทางการเมือง อันนี้มีองค์ประกอบในเรื่องคณะกรรมการ ระดับปลัดกระทรวง ผมไม่ติดใจเรื่องนี้นะครับ ผมถือว่าปลัดกระทรวงทุกท่านย่อมมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และข้อสําคัญที่สุดมีวุฒิสภาดําเนินการกลั่นกรองถึงประวัติ คนไหนไม่ดีเราสามารถ รับรู้ได้นะครับ แต่ส่วนสําคัญที่สุดก็คือคณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทอันสําคัญในเรื่องการมี อํานาจหน้าที่ การโอน การย้าย และเลื่อนตําแหน่ง และเสนอชื่อต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ตรงนี้ล่ะครับท่านจะต้องเน้นบทบาทความสําคัญ ดูความเหมาะสม และไม่ไบแอส (Bias) คือมีความลําเอียงหรือเอนเอียงแต่ประการใด
มาตรา ๒๐๘ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องดําเนินการตามกฎหมาย และรัฐธรรมนูญที่ได้มีบทบัญญัติไว้ และนโยบายคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อสภา และมติคณะรัฐมนตรี มติคณะรัฐมนตรีถือว่าเป็นกฎหมายฉบับหนึ่งที่จะต้องปฏิบัติตาม และข้อสําคัญที่สุดก็คือข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง แต่ในปัจจุบันที่ผ่านมาท่านก็เห็นว่าข้าราชการระดับสูงหรือข้าราชการที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ของระดับสูง ต่ํากว่าปลัดกระทรวงหรือไล่ลงมาอธิบดี หรือข้าราชการทั้งข้าราชการพลเรือน หรือตํารวจ ปฏิบัติตามที่ไม่ค่อยวางตัวทางการเมือง ตรงนี้ท่านต้องมีบทบัญญัติแก้ไข ได้ฝากพิจารณาของท่านปรีชา วัชราภัย ในฐานะที่ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งที่มาจากสํานักงาน ข้าราชการพลเรือนนะครับ
มาตรา ๒๐๙ การสั่งอนุมัติและต้องดําเนินการตามลายลักษณ์อักษร โดยข้อเท็จจริงผู้บริหารในระดับสูงมักจะสั่งด้วยวาจา ตรงนี้ละครับท้องถิ่นเองก็เช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ไม่มีใครเขาสั่งตามบทบัญญัติของตัวอักษรหรือสั่งโดยผูกมัดตัวเอง แต่อย่างไรก็ดีมีข้อสังเกตมาตรา ๒๐๙ วรรคแรก หมวด ๖ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง ข้าราชการ นักการเมืองและประชาชน ก็คือว่าประธานชมรมนิติกรองค์กรการปกครอง ท้องถิ่นแห่งประเทศไทยได้เสนอมายังผมว่าขอให้เพิ่มประโยค ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งรับคําสั่งด้วยวาจาแล้วไม่บันทึกคําสั่งดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร และเสนอให้ผู้สั่งลงนาม โดยภายหลังแล้วแต่กรณีนั้น เหตุผลเพื่อให้มีมาตรการให้ข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมี ความรับผิดชอบตามกฎหมายด้วยตนเอง ภายหลังมาตรการดังกล่าวเป็นการป้องกัน การทุจริตที่เกิดจากผู้บังคับบัญชามักจะปฏิเสธความรับผิดชอบอันเกิดจากการทุจริต ของตนเองซึ่งสั่งด้วยวาจา ตรงนี้ฝากท่านกรรมาธิการช่วยพิจารณานะครับ เพราะว่าจะมีผล ในภายหลัง
มาตรา ๒๑๐ ครับ ผมคิดว่าเวลาไม่ทันกาลแล้ว ผมขอเพิ่มว่าการปฏิรูปท้องถิ่น เลยนะครับ ปฏิรูปท้องถิ่นซึ่งสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ผมได้กราบเรียนหนังสือไปยัง สภาผู้แทนราษฎร สผ. สไลด์ถัดไปครับ เอกสารเดี๋ยวผมส่งแนบภายหลังครับ สไลด์ถัดไป ครับ ยื่นหนังสือ ๔ ฉบับ ต่อท่านประธานสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ก่อนการปฏิวัตินะ ครับ ยึดอํานาจครับ แล้วส่งให้สํานักปลัดกระทรวงกลาโหม ไล่ถัดไปครับ แล้วยื่นหนังสือ ๑๐,๐๐๐ ชื่อครับ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านเจริญ จรรย์โกมล ครับ และท่านนายแพทย์ กระแส สมาพันธ์ปลัด สไลด์ถัดไปครับ ผ่านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ นิ่งเฉยครับ แล้วผ่าน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ขอเอ่ยนามครับ และสไลด์ถัดไปครับ รัฐมนตรี ประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะข้าราชการทั้งหมด ของท้องถิ่นครับ
สไลด์ถัดไปครับ สิ่งสําคัญที่สุดก็คือว่าประเด็นที่ยื่นข้อเสนอ ก็คือ
ประเด็นที่ ๑ ให้มีการควบรวมครับ ฝากท่านนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ขอเอ่ยนามครับ ให้มีการควบรวม ๗,๐๐๐ คน หรือ ๑๐,๐๐๐ คน ยกฐานะ อบต. เป็นเทศบาลทั้งหมด ปรับเปลี่ยน อบจ. เป็นภารกิจขนาดใหญ่ครับ ตั้งคณะกรรมการท้องถิ่น แห่งชาติ รวม กอ เดียวครับ เป็น ก.ถ. กอ เดียวครับ ภายใต้การกํากับของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมโปรเทคชัน บอร์ด (Protection board) เหมือน ก.พ. ครับ เหมือนสหรัฐอเมริกาครับ กองทุนเงินเดือน ข้าราชการแห่งชาติ กองทุนรักษาพยาบาลของข้าราชการท้องถิ่น รวมทั้งนายก อปท. ทั้งหมดครับ รวมจังหวัด เขตจังหวัด กลุ่มจังหวัดเป็นมณฑลหรือจะจัดกลุ่มจังหวัด ท่านนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ให้เป็นภาคเหมือนประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนครับ
สุดท้ายครับ ก็ขอฝากกราบขอบคุณท่านสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทย ท่านเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ที่ร่วมมือในฐานะ ๒ สมาคม ผมใช้เวลาสั้น ๆ เอกสารเดี๋ยวแนบภายหลังครับ กราบขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ