สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๘

อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ หารือเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยขอขอบคุณคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับฟังข้อคิดเห็นของสมาชิก และขอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๖๔ วรรคสอง พร้อมเสนอแนวทางในการจัดทํายุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชน และชุมชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางในการปกป้องข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐจากการแทรกแซงหรือการสั่งการไม่ถูกต้อง

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ขออภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ค่ะ ก่อนหน้านี้ดิฉันเคยพูดถึงว่าชื่นชมรัฐธรรมนูญในเรื่องที่มีการมอบให้มีการมีส่วนร่วม ของประชาชนในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณท่านคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยที่ได้กรุณารับฟังข้อคิดเห็นของสมาชิก ดิฉันเคยร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนหน้านี้ว่าให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๖๔ วรรคสอง ในเรื่องเกี่ยวกับการประเมิน สิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ว่าถ้าไม่แก้ไขอาจจะเกิดความสับสนความคลาดเคลื่อน ในการตีความอะไรดังกล่าว ซึ่งท่านก็ได้กรุณาแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนที่ รัฐธรรมนูญฉบับร่างสมบูรณ์นี้จะออกมานะคะ ต้องขอขอบคุณอีกครั้ง ดิฉันเชื่อว่าไม่ได้เป็น การยกยอปอปั้น แต่ดิฉันเชื่อว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญรับฟังเหตุผลที่ฟังดูแล้ว มีเหตุมีผล แล้วก็ดี ๆ ของสมาชิกทุกท่านและพร้อมที่จะแก้ไข ดิฉันยืนยันโดยในส่วนนี้ ได้รับการแก้ไขมาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ

ในหมวด ๒ ดิฉันอยากจะอภิปรายเรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในมาตรา ๙๒ ในมาตรา ๙๒ ดิฉันอยากให้ท่านคณะกรรมาธิการใส่เรื่องการจัดทํายุทธศาสตร์ การบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งวงเล็บไว้ หมายเหตุว่า ซึ่งมาพร้อมงบประมาณในมาตราอื่น ๆ ที่เขียนเอาไว้แล้วด้วยเช่นเดียวกันนะคะ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของรัฐ ประชาชน และชุมชน โดยมีแผนการบริหารจัดการทั้งในระดับชาติ และท้องถิ่นด้วยหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างดุลยภาพระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม และขอให้มีการเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับการให้ความรู้ที่ทันสมัยทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสําหรับการบริหารจัดการหรือว่า เรื่องสิ่งแวดล้อม หรือเรื่องความรู้ทั่วไปในการใช้ชีวิตให้กับประชาชนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันจะสอดคล้องกับท่านประธานกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งท่านคิดว่าเรื่องเหล่านี้จําเป็นจะต้องให้ความสําคัญ แล้วก็ที่หลาย ๆ ท่านพูดถึงว่า ประชากรไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนหรือทุก ๆ คนดิฉันคิดว่าการให้ความรู้โดยภาครัฐ ในเรื่องความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ความรู้ใหม่ ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ว่าโลกก้าวหน้า ไปถึงไหน ประเทศอื่น ๆ เขาจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างไร สิ่งเหล่านี้ ควรจะเป็นนโยบายขั้นพื้นฐานที่รัฐจะต้องจัดให้มีแก่ประชากรในประเทศเราอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา ดิฉันอยากจะให้อ่านในมาตรา ๙๒ ว่า ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะ และต้องจัดให้มียุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นประโยชน์สูงสุดต่อรัฐ ประชาชนและชุมชน โดยมีแผนการบริหาร จัดการทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น พร้อมทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชน และชุมชนอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้ดิฉันอธิบายได้ว่าในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ของประเทศให้เกิดความยั่งยืนเป็นประโยชน์สูงสุดต่อรัฐ ประชาชนและชุมชนนั้น รัฐจําเป็นต้องจัดทํายุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติว่าจะให้มีการสงวน รักษาทรัพยากรส่วนใด เรื่องใด อนุรักษ์ไว้ใช้ประโยชน์ในส่วนใด เท่าใด และจะต้องฟื้นฟู ส่วนไหนที่เสื่อมโทรมจนหมดสภาพแล้วให้กลับมามีสภาพที่อุดมสมบูรณ์เพื่อสงวนรักษา หรือใช้ประโยชน์ต่อไปได้อีกนะคะ

และดิฉันขอเสนอว่ารัฐจําเป็นต้องมียุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรว่า ใน ๑๐ ปี ๒๐ ปี จะดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในระดับใด โดยทั้งมีการติดตามประเมินผลการดําเนินงานเมื่อครบ ๕ ปี หรือ ๑๐ ปีแล้ว ทบทวนว่ายุทธศาสตร์ที่กําหนดไว้ได้ตามเป้าหมายหรือไม่ หรือควรจะมี ปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง ดิฉันคิดว่าการเขียนยุทธศาสตร์ให้มีการสงวนรักษา ดิฉันขอย้ําตรงนี้ว่า อยากจะให้มีการใช้คําว่า ยุทธศาสตร์ในการสงวนรักษา อนุรักษ์ ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ แล้วแต่นะคะ แต่หมายความว่าต้องมีครบทุก ๆ ด้าน ทั้งการสงวนรักษา ฟื้นฟูด้วย น่าจะเป็น ผลดีต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศได้มากกว่า โดยที่ท่านกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญท่านอาจจะพิจารณาไปใส่เรื่องนี้ไว้ในมาตรานี้ หรือท่านจะไปใส่ในมาตราอื่น ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติก็ได้ค่ะ

ส่วนต่อไปในเรื่องหมวด ๖ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการกับนักการเมือง และประชาชนในมาตรา ๒๐๗ ดิฉันเห็นการเสนอให้แต่งตั้งปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เทียบเท่าปลัดกระทรวง โดยใช้ระบบคุณธรรมผ่านคณะกรรมการดําเนินการแต่งตั้งข้าราชการ โดยระบบคุณธรรม ซึ่งถ้าดูโดยภาพรวม ๆ ดิฉันคิดว่าเราก็น่าจะแก้ปัญหาเรื่องการแต่งตั้ง ปลัดกระทรวงโดยนักการเมืองเหมือนในอดีตที่ผ่านมาได้นะคะ

และในมาตรา ๒๐๙ ดิฉันขอขอบคุณกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในการปกป้องข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งไม่ยอมดําเนินการใด ๆ ที่เป็นการสั่งการ ที่ไม่ชอบตามกฎหมาย หรือไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญโดยการบัญญัติว่า การสั่งการ ในการบริหารราชการแผ่นดินให้กระทําเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่ในกรณีที่ฉุกเฉิน หรือจําเป็นเร่งด่วนอาจสั่งการด้วยวาจาได้ แต่ให้ผู้รับคําสั่งบันทึกคําสั่งดังกล่าวเป็น ลายลักษณ์อักษรและเสนอให้ผู้สั่งลงนามในภายหลัง ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐใด ที่ดําเนินการไปโดยปราศจากการสั่งการดังกล่าวข้างต้นย่อมต้องรับผิดตามกฎหมาย ด้วยตนเอง ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัตินะคะ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก ต้องขอบคุณ ท่านกรรมาธิการที่ใส่มาตรา ๒๐๙ ไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะสามารถช่วยคุ้มครองข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐให้สามารถยืนหยัด ไม่ยอมทําหรือปฏิบัติตามคําสั่งที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบธรรม หรือไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญจากนักการเมือง หรือแม้กระทั่ง จากผู้บังคับบัญชาที่เหนือตนขึ้นไปได้ ในเมื่อการที่มีการคุ้มครองข้าราชการว่าให้คุ้มครองว่า คําสั่งทุกอย่างจะต้องทําเป็นลายลักษณ์อักษรก็เท่ากับว่าการที่จะสั่งการให้ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐดําเนินการสิ่งใดท่านต้องย่อมคิดอย่างถูกต้องแล้วว่ามันเป็นการสั่งการ ที่ถูกต้องตามทํานองครองธรรม ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญก่อนที่ท่านจะสั่งการลงไปถึง แม้จะเป็นในกรณีเร่งด่วนซึ่งอาจจะจําเป็นต้องสั่งการด้วยวาจา แต่ในสุดท้ายก็ยังเขียนสั่งการว่า ให้ย้อนกลับมาให้ผู้สั่งการลงรายชื่อไว้ด้วย ชื่นชมในข้อนี้มาก แต่ดิฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องเหล่านี้มันอยู่ในหลักการปฏิบัติราชการหรือไม่ ถ้ามันมีอยู่แล้ว การที่มาย้ําอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดิฉันเชื่อว่าเป็นการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่า เราจะปกป้องข้าราชการผู้ปฏิบัติการในภาครัฐให้ปราศจากการแทรกแซงหรือการสั่งการ ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือตามรัฐธรรมนูญ แถมมีเกราะคุ้มกันภัยให้ด้วย ดิฉันเองต้องขอ ชื่นชมในส่วนนี้อย่างจริงจังนะคะ และคิดว่าข้าราชการไทยจํานวนมากรู้สึกยินดีถ้าได้เห็น รัฐธรรมนูญในส่วนนี้ เพราะเท่ากับว่ามีการเขียนเป็นเกราะคุ้มกันป้องกัน ถึงแม้เราจะได้รับ การสอนสั่งมาตั้งแต่แรก ๆ เข้ามารับราชการว่าให้ยืนหยัดทําในสิ่งที่ถูกต้อง แต่บางครั้ง การยืนหยัดทําในสิ่งที่ถูกต้องถ้าไม่มีเกราะคุ้มกันนี่มันก็เป็นอันตรายกับผู้ที่ดําเนินการ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นดิฉันขออนุญาตขอบคุณในนามของข้าราชการไทยทุกคนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ