คณิศร ขุริรัง อภิปรายเรื่องนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเสมอภาคในการกระจายงบประมาณ และขอให้ระบุไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับกลไกป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และเสนอแนะเกี่ยวกับการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีคุณธรรมในการเลือกตั้ง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตัวแทนจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ วันนี้ผมจะขออภิปราย ตามที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนที่อยากจะให้มาพูด มาอภิปรายในสภาแห่งนี้ แล้วเขาฝากบอกมาด้วยครับว่าขอให้ใช้ภาษาพูดที่เข้าใจง่าย ๆ ประชาชนพลเมืองไทย ต่างคาดหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกําลังร่าง และที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติกําลังอภิปรายกันในขณะนี้จะเป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างความเจริญ ให้กับประเทศชาติ กระผมมีความมั่นใจและเชื่อมั่นว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ดี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติก็ดี ต่างมีความประสงค์ที่จะให้รัฐธรรมนูญของประเทศไทย ฉบับที่ ๒๐ นี้เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เพื่อนําชาติสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนสืบไป
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออภิปรายในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในมาตรา ๘๙ และในเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๑๐๕ ในเรื่องวุฒิสภา ในมาตรา ๑๒๑ ดังจะกล่าวต่อไปนี้ครับ
ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๘๙ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้กล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญว่าจะจัดสรรงบประมาณโดยคํานึงถึงความเสมอภาค ทางเพศและความเสมอภาคด้านอื่น ๆ เพราะฉะนั้นความเสมอภาคเป็นสิ่งสําคัญเป็นอย่างยิ่ง จะไม่ต้องกระจายงบประมาณในกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ภาคหนึ่งภาคใด เพราะฉะนั้นจะต้อง เกิดความเสมอภาคในการกระจายงบประมาณกัน แต่ที่ผมจะขอตั้งข้อสังเกตในข้อความ ดังต่อไปนี้ครับ
มีกลไกป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว ผมอยากให้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองและอาจก่อให้เกิด ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาวนั้นมีอะไรบ้าง อาจจะระบุไว้ กําหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะอะไรครับ เพราะว่าจะต้อง ไม่เกิดการตีความ และจะไม่เป็นการขัดขวางในการพัฒนาประเทศชาติกับนโยบายดี ๆ ที่จะเกิดกับประเทศชาติและประชาชนต่อไป
ต่อไปเป็นมาตรา ๑๐๕ ว่าด้วยสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๑๐๕ สรุปได้ ใจความว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิ ออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง จัดทําขึ้น ผมเป็นห่วงครับ ผมอยากให้มีเฉพาะพรรคการเมืองเท่านั้น ไม่อยากให้มี กลุ่มการเมือง เพราะว่ากลุ่มการเมืองจะเป็นตัวแทนเชิด เป็นนอมินี (Nominee) ให้กับ พรรคการเมืองเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นกําหนดให้ชัดเจนเลยใครอยากอยู่พรรคไหน มีนโยบายอย่างไรคุณเข้าสังกัดพรรคนั้น อาจจะทําเป็นพรรคเล็ก ๆ พรรคเอสเอ็มอีส์ (SMEs) มีข้อกําหนดที่ชัดเจนว่าคุณตั้งพรรคการเมืองแล้วคุณมีนโยบายอย่างไร มีข้อบังคับอย่างไร มีวัตถุประสงค์อย่างไร ผมก็คงเป็นห่วงเป็นใยเพียงเท่านี้ครับในเรื่องของการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ต่อไปเป็นเรื่องของวุฒิสภาในมาตรา ๑๒๑ ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญที่เห็นความสําคัญของคนต่างจังหวัดได้กําหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ที่เป็นตัวแทนของจังหวัดแต่ละจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน ผมต้องขอเรียนอย่างนี้ครับ ที่มีผู้กล่าวว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญประนีประนอมกับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อหวังว่ากําหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภานั้น ในจังหวัดนั้นประนีประนอมกันเพื่อจะให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านได้โดยง่าย โดยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นประสงค์จะไปลงเป็น ส.ว. ในต่างจังหวัด ต้องขอกราบเรียนครับว่าเป็นการกล่าวที่ผมคิดว่าอาจจะไม่เป็นธรรมเท่าไรนัก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่มาจากต่างจังหวัดหลายคนยึดโยงกับพี่น้องประชาชน เอาความจริง ในชนบท ในต่างจังหวัด ซึ่งถือว่าเป็นฐานใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งจะต้องรับฟังเขาด้วยความมั่นคง ด้วยความตั้งใจ เพราะฉะนั้นที่ให้เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัด จังหวัดละ ๑ คนนั้น ผมเห็นด้วย แต่ผมขอแสดงความคิดเห็นและตั้งใจข้อสังเกตอยู่นิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ หากการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน ให้มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ และคุณธรรมด้านต่าง ๆ ซึ่งได้รับการคัดกรองจังหวัดละไม่เกิน ๑๐ คน ตามมาตรา ๑๒๑ (๕) ตรงนี้ถามว่าผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีคุณธรรมด้านต่าง ๆ เป็นใคร
ในวรรคสาม ให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองทําหน้าที่คัดกรองบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ และคุณธรรมในแต่ละจังหวัดให้มีจํานวนไม่เกิน ๑๐ คน เมื่อปล่อยให้เลือกตั้งแล้วปล่อยให้ เป็นธรรมชาติเลยครับ ไม่ต้องมีคณะกรรมการมาคัดกรอง ให้เขามีความเป็นธรรมชาติ ในการเลือกผู้แทนของเขาโดยหลักประชาธิปไตย โดยประชาชน เพื่อประชาชน ผมคิดว่า ประชาชนในพื้นที่ผมไปรับฟังความคิดเห็นมา ไม่ใช่ สปช. คิดเอง คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญคิดเองหรอกครับ ประชาชนในพื้นที่ ในจังหวัดเขาประสงค์ให้มีตัวแทนเขา ในวุฒิสภาเท่านั้นเองจะได้เป็นปากเป็นเสียงแทนเขาว่าเขาประสงค์อย่างไร ยิ่งอํานาจของ วุฒิสมาชิกมีเทียบเท่ากับผู้แทนราษฎรอย่างนี้แล้วจะไม่ให้มีตัวแทนของเขาได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะรับฟังข้อคิดความเห็นจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและเสียงของพี่น้องประชาชนซึ่งถือว่า เป็นฐานใหญ่ของประเทศ หากท่านรับฟังและนําไปปรับปรุงแก้ไขการร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะดําเนินการไปด้วยความสําเร็จและสามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ของคนในชาติ จะมีการเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรม การขจัดการทุจริตจะเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ ขจัดความเหลื่อมล้ํา สร้างความเป็นธรรมในสังคม กลไกของรัฐจะสามารถ บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และเป็นธรรม ผมใช้เวลาตรงตามที่กําหนดไว้ เพราะฉะนั้นความเสมอภาคก็เป็นสิ่งสําคัญ เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นขาเล็ก ขาใหญ่ ก็ควรใช้เวลาเพียง ๑๐ นาที กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน