ฑิฆัมพร กองสอน เสนอแนะให้รัฐสนับสนุนชุมชนให้มีความเข้มแข็ง โดยให้ชุมชนมีสิทธิ อำนาจ และทรัพยากรร่วมกับรัฐ และสร้างความสามารถในการจัดการตนเอง และปกป้องชุมชนจากการกระทบกระเทือนจากภายนอก นอกจากนี้ เธอยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของชุมชนและรัฐในการพัฒนาและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และเรียกร้องให้เพิ่มมาตรา 84 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการปฏิบัติ
ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน นางฑิฆัมพร กองสอน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่น ต้องขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่งที่ท่านได้ทําเรื่องของการ ร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็เปรียบเทียบหรือเชื่อมโยงระหว่างสิทธิ แล้วก็แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แล้วก็การปฏิรูปที่ให้เราสมาชิกได้ศึกษาแล้วก็อ่านได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านประธาน กรรมาธิการก็ได้มาพูดถึงในเรื่องว่าเรื่องใดที่เป็นวัตถุแห่งสิทธิรัฐต้องทํา แล้วก็ขอบเขตของรัฐ จะทําแค่ไหน ในฐานะที่ดิฉันเองอยู่ในพื้นที่จะรู้ดีมาตลอดว่าที่ผ่านมารัฐกับชุมชนทํางาน ร่วมกันอย่างไร แล้วสิ่งไหนที่ชุมชนต้องการที่อยากจะให้รัฐช่วยและอยากจะให้รัฐทํา บางครั้งบางทีมันก็ไม่ค่อยเป็นไปดังที่ใจได้คิด เพราะฉะนั้นทางชุมชนท้องถิ่นมันแยกกันไม่ได้ ในการทํางาน ซึ่งที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสก็พูดได้ชัดว่าชุมชนท้องถิ่นเป็นจตุพลัง เป็นเรื่องที่มันเป็น เนื้อเดียวกัน มันเป็นองค์ประกอบในการทํางานของชุมชนท้องถิ่นหรือในการทํางานของพลเมือง กับท้องถิ่นมันเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา ดิฉันเองได้พูดเมื่อวันก่อนนี้บอกว่าการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่นที่จะส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งในท้องถิ่นหรือในชุมชน มันต้องใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ใช้คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา ดังนั้นดิฉันอยากจะเสนออย่างนี้โดยเวลาจํากัดนี้ว่า จากที่มาตรา ๘๓ ที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ยกขึ้นมา แล้วก็ได้เชื่อมโยง ให้เห็นในเรื่องของสิทธิแล้วก็แนวนโยบายกับการปฏิรูป ดิฉันเองอยากจะให้บรรจุไว้ ในแนวนโยบายด้วยซ้ําไปว่าจะทําอย่างไรให้เกิดฐานของชุมชนจะมั่นคงมันต้องมีอยู่ ๓ อย่าง ๓ อย่างตัวนั้นคือรัฐต้องส่งเสริมสิทธิ อํานาจ ทรัพยากรชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกับรัฐ แล้วก็สร้างเสริมความสามารถในการจัดการตนเอง รัฐต้องดูแลกฎหมายที่เป็นอุปสรรค และขจัดอุปสรรคเหล่านั้น แล้วก็ปกป้องชุมชนท้องถิ่นที่จะถูกกระทําจากภายนอก ทีนี้ดิฉัน อาจจะไม่พูดยาวนะคะ อยากจะให้บรรจุในเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะที่อนุชุมชนแล้วก็สังคม ได้ทําไว้ในเรื่องของ ๔ เสาหลักใหญ่ ๆ คือเรื่องประชาธิปไตยชุมชน ชุมชนที่จะเข้มแข็ง ชุมชนที่ผ่านมามันมีพื้นที่รูปธรรม มันมีพื้นที่ที่เข้มแข็ง ในตรงพื้นที่ที่เข้มแข็งมันมีองค์ประกอบ อยู่ทั้งหมด ๔ องค์ประกอบใหญ่ ๆ โดยที่ทางอนุชุมชนได้ทําไว้ในวาระปฏิรูป เพราะฉะนั้น เขาทั้งหมดที่มันเข้มแข็งได้มันล้วนมีสิทธิ มีอํานาจ มีการจัดการทรัพยากร แล้วทรัพยากรนั้น ร่วมกันจัดการ ร่วมกันเป็นเจ้าของ แล้วก็มีความสามารถในการจัดการ อันนี้คือเรื่องของ ประชาธิปไตยสามารถกําหนดอนาคตของตนเอง แล้วก็กํากับ แล้วก็ติดตาม แล้วก็ร่วมกันทํา ดิฉันถึงบอกว่าร่วมรับผิดชอบด้วย แล้วก็สามารถจัดการทุนในชุมชนของเราด้วย โดยเฉพาะ เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางปัญญา รวมไปถึงในเรื่องของการใช้ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็มีกลไกที่จะต้องเอื้อเฟื้อความสามัคคีเรื่องของ การจัดสวัสดิการชุมชน เรื่องของการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน แล้วก็ที่สําคัญท่านสมาชิก ท่านก่อนนี้ได้พูดถึงเรื่องของเศรษฐกิจ อันนี้เป็นเรื่องของที่ฐานราก ถ้าปากท้องพี่น้องชาวบ้าน ยังไม่อิ่ม หรือยังทุกข์ หรือยังหิวอยู่ อย่างไรความเหลื่อมล้ํา ความเป็นธรรมมันก็ไม่เกิด
แล้วทีนี้อยากจะโยงไปถึงในเรื่องของในมาตรา ๙๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ อีกเรื่องหนึ่งที่ทางชุมชนเองอยากจะเข้ามาร่วมในการจัดการ แต่บางครั้งขอเข้าร่วมก็ยังไม่ให้ร่วม ยังต้องช่วยกันทํา ดิฉันถึงบอกว่าในการที่จะทําให้รัฐธรรมนูญมุ่งสู่การสร้างความเข้มแข็ง ให้กับพลเมือง ชุมชนและท้องถิ่นที่เป็นฐานรากของการพัฒนาในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ควรเป็นเรื่องที่ต้องดําเนินการร่วมในฐานะเจ้าของร่วมหรือหุ้นส่วนในการพัฒนานะคะ
ทีนี้ดิฉันอยากจะเสนออย่างนี้เลยนะคะว่ารัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้พลเมือง ชุมชนและท้องถิ่นสามารถตราข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและการใช้ที่ดิน น้ํา ป่าที่คํานึงประโยชน์สูงสุดของรัฐ พลเมืองและชุมชนบนฐาน ของความแตกต่างในวิถีชีวิตและภูมิสังคมของการอยู่ร่วมกันของคนแต่ละชุมชนนะคะ มันต้องมองไปถึงบริบทและมองไปถึงเรื่องของวิถีวัฒนธรรมด้วยนะคะ
อันที่ ๒ ในการดําเนินงานตามมาตรานี้ รัฐต้องสนับสนุนให้ความรู้ความสามารถ เครื่องมือและงบประมาณที่จําเป็นนะคะ ที่ผ่านมาเราค่อนข้างมีปัญหาเรื่องนี้มาก เราลุกขึ้นมา จัดการ เราลุกขึ้นมาช่วยกันพัฒนาให้ชุมชนท้องถิ่น ให้ประเทศชาติของเราสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนนะคะ บางทีเรื่องนี้มีข้อจํากัด เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องมีเครื่องมือ และมีงบประมาณเท่าที่จําเป็น เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งให้กับชุมชนที่จะร่วมกันดําเนินการ กับรัฐ ขออีกสัก ๑ นาทีนะคะ ทีนี้อยากจะขอชื่นชมตรงที่มาตรา ๑๐๒ ที่ผ่านมาถ้าเราขอไป ทํางาน เราขอไปช่วย บางทีท่านก็บอกว่าอย่างโน้น อย่างนี้ ก็เลยว่าถ้ามีมาตรานี้ขึ้นมา ต้องขอชื่นชมนะคะ
แล้วทีนี้ในเรื่องของถ้าจะสร้างพื้นที่ สร้างชุมชน ดิฉันบอกว่าพื้นที่เป็นตัวตั้ง คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา ให้ท่านตระหนัก ช่วยกันว่าสร้างให้เป็นชุมชน คน พลเมือง ที่อยู่ในระดับพื้นที่เป็นผู้ประกอบการ ซึ่งอาจารย์หมอประเวศพูดชัดนะคะว่าการที่จะเรียนรู้ มันไม่ใช่เรียนรู้แค่ในห้องเรียนแล้วก็แค่ในวิชาหรือแค่ทฤษฎี แต่การเรียนรู้ที่สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ ดิฉันดําเนินการในชีวิตค่อนชีวิต เกือบจะ พูดตรง ๆ นะคะ คือเวลาคนเราเกือบจะสุดชีวิต แล้วสิ่งที่สร้างได้ดีที่สุดคือเรื่องของการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๘๔ อยากจะให้ท่านเพิ่มเติมในตรงนี้ด้วยว่าจะทําอย่างไรให้เกิดการเรียนรู้แล้วก็ผ่านการปฏิบัติ ขอบคุณมากค่ะ