กิติพงศ์ จี้แก้รธน.เหลือ 162 มาตรา-เสนอปฏิรูปกฎหมาย-คัดค้านล็อกสเปก

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๘

กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ อภิปรายข้อเสนอให้ปรับปรุงรัฐธรรมนูญโดยย่อเหลือ ๑๖๒ มาตรา และเสนอแปรญัตติมาตรา ๘๗ เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่มีอำนาจในการร่างกฎหมายอย่างรวดเร็วเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมภาคเอกชนภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

กราบเรียนท่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ผมจะอภิปราย ๒ หัวข้อ ก็คือเรื่อง ของภาค ๒ ผู้นําการเมืองที่ดี แล้วก็นิดหน่อยเรื่องของภาคนิติธรรม โดยทั่วไปรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ผมเรียกว่า รัฐธรรมนูญใจดี เพราะว่ารับความเห็นทุกอย่างใส่ไปหมดเลย ซึ่งก็ดีมากครับ แต่ผมคิดว่าถ้าท่านกรรมาธิการจะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้สั้นและกระชับหน่อย ได้ไหมครับ ให้เหลือ ๑๖๒ มาตรา ซึ่งหลายมาตรามันรวมได้ ฉะนั้นก็ฝากไว้นะครับ เพราะว่า ถ้าเขียนยาว ๆ ผมเคยคุยกับหลายท่านว่าแม้แต่เป็นนักการเมือง พี่อ่านรัฐธรรมนูญครบ ทุกมาตราหรือเปล่า บอกเปล่าครับ เอาเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราเอารัฐธรรมนูญที่มันสั้น กะทัดรัดแล้วก็มีผลบังคับจะดีมากครับ แล้วทุกอย่างไปอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาค ๔ ผมว่าเอามารวมกันตัดต่อเหลือไม่กี่มาตราหรอกครับ เพื่อจะลด การตีความ สิ่งหนึ่งที่หลายท่านพูดไปเมื่อเช้าวันนี้คือเรื่องยุทธศาสตร์ของประเทศ ผมคิดว่า รัฐธรรมนูญจะต้องกําหนดยุทธศาสตร์ของประเทศ และยุทธศาสตร์ของประเทศนั้นต้อง ขับเคลื่อนโดยเศรษฐกิจ วันนี้เครื่องยนต์ของประเทศคือภาคเอกชน เป็นการขับเคลื่อน เศรษฐกิจ ภาครัฐไม่ค่อยได้ช่วยเหลือเลยหลายปีที่ผ่านมา ถ้าภาครัฐเพียงแต่ส่งเสริม สนับสนุนก็พอแล้ว แต่ในอดีตที่ผ่านมาภาครัฐไม่ใช่ส่งเสริมหรอกครับ กํากับดูแลจนทําอะไร ไม่ได้ ภาคเอกชนจําเป็นจะต้องได้รับความส่งเสริมจากภาครัฐ ยุทธศาสตร์ของประเทศ ต้องกําหนดชัดเจนอย่างที่ท่านดอกเตอร์สุทัศน์พูด เราจะต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ภายใน ปี ๒๐๖๕ อะไรอย่างนี้เป็นต้น ต้องกําหนดนโยบายให้ชัดเจน เพื่อที่จะทําให้กลไก ต่าง ๆ บรรลุเป้าหมายในการลดความเหลื่อมล้ําได้อย่างแท้จริง รัฐบาลทุกรัฐบาลที่มาจะต้อง ทําตามนี้ครับ การยกระดับรายได้ต่าง ๆ ซึ่งจะโยงไปถึง ผมขออนุญาตย้อนเท้าความไปเรื่อง แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในมาตรา ๘๗ ที่กําหนดบอกว่ารัฐจะต้องพัฒนากฎหมาย ท่านทราบไหม ถ้าท่านสมาชิก สปช. จําได้ เราพูดถึงเรื่องการปฏิรูปกฎหมายว่า การร่างกฎหมายประเทศไทยนั้นล่าช้ามาก เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าการปฏิรูปกฎหมายก็เป็น ส่วนหนึ่งของการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งผมก็ได้เสนอ โดยที่ผมจะกราบเรียนเสนอ แปรญัตติมาตรา ๘๗ อีกครั้งหนึ่งว่า รัฐจะต้องมีกระบวนการตรากฎหมายที่รวดเร็ว แล้วก็เพื่อลดความเหลื่อมล้ําเพื่อสร้างยุทธศาสตร์ เดี๋ยวก็จะเขียนกันให้ชัดเจน เราเคยมีรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย แต่ว่าไม่มีอํานาจอะไรเลย ไม่มีอํานาจแม้แต่จะเสนอร่างกฎหมาย ในกฎหมายฉบับนี้เราจะมีการเสนอให้การปรับปรุง คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายให้มีอํานาจที่จะช่วยภาคพลเมือง ภาคเอกชนในการ ร่างกฎหมายให้รวดเร็วซึ่งเป็นเรื่องสําคัญมาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่ายุทธศาสตร์หรือ การปฏิรูปที่จะทําในรัฐธรรมนูญฉบับนี้การตรากฎหมายอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องสําคัญมาก และในรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้เขียนไว้ที่ไหนเลย เพราะฉะนั้นจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเขียนไว้ ถ้าจะต้องมีการออกกฎหมายพิเศษ ก็ต้องทําครับ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พลเมืองดีครับ แต่อย่าลืมว่าพลเมืองนั้นเราควรจะต้องเน้นเรื่องของภาคเอกชนที่เขาทํา การค้า การลงทุนให้กับประเทศจ้างงาน เสียภาษี อย่าทิ้งเขาครับ เราจะต้องส่งเสริม สนับสนุนเขา แต่คนไม่ดีก็มี ผู้ประกอบการ รัฐก็เป็นผู้กํากับดูแล รัฐจะต้องวางนโยบายแล้ว เป็นผู้กํากับ เป็นโพลีซี เมกเกอร์ (Policy maker) เป็นเรกกูเลเตอร์แล้วปล่อยเอกชนเป็น โอว์เนอร์ โอเปอเรเตอร์ (Owner operator) ไป อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับมากกับภาคเอกชน เอกชนผูกขาดก็ไปกํากับดูแล เขาทําสิ่งแวดล้อมเสียก็ไปกํากับดูแลเขา อย่าไปออกกฎหมาย แล้วทํากระบวนการขั้นตอนให้ลําบากยากแค้นกับภาคเอกชน ซึ่งรัฐธรรมนูญก็ได้เขียนตรงนี้ ไว้บ้างแล้ว ผมก็จึงอยากจะเรียนให้ท่านกรรมาธิการจะเสนอปรับปรุงกฎหมายต่อไป

เรื่องต่อมาก็เกี่ยวกับเรื่องของวุฒิสมาชิกหรือคุณสมบัติซึ่งท่านวรวิทย์ได้พูด ไปว่าการเลือกตั้ง เรื่องภาษีเดี๋ยวผมจะเพิ่มเติมการอภิปรายของคุณวรวิทย์ว่าเราจะใช้กลไก การยื่นแบบการเสียภาษีของ ส.ส. และนักการเมืองให้ใช้เป็นกลไกการต่อต้านการทุจริตมิชอบ ได้อย่างไร แต่ผมขอให้ความเห็นเรื่องของวุฒิสมาชิกก่อนว่า ผมคิดว่าที่ท่านกงกฤช ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เรื่องการเลือกกันเองผมคิดว่าเป็นสิ่งที่จะเป็นปัญหามาก การกําหนด คุณสมบัติการเลือกกันเองในทุกระดับขององค์กรอิสระก็ดี ของวุฒิสมาชิกก็ดีจะมี การล็อก สเปก ทําอย่างที่จะไม่ให้ล็อก สเปก ยกตัวอย่างเช่นอธิการบดีคณะนิติศาสตร์ ของอุดมศึกษา ประทานโทษ ผมไม่อยากเอ่ยนาม ล็อก สเปกกันเลยครับ คณะไหน สอนกฎหมายก็ล็อก สเปกจะเอาใครมา กําหนดเอาไว้ล่วงหน้า เขียนอย่างไรผมไม่ทราบ ถ้าจะเขียนเรื่องผู้ทรงคุณวุฒิก็ต้องบอกว่าต้องเป็นตําแหน่งรองศาสตราจารย์ขึ้นไป ต้องสอนชั้นปริญญาโทขึ้นไปได้ไหมครับ หรือจะบอกว่าเป็นการดิสคริมิเนท (Discriminate) หรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่ว่าจะต้องให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจริง ๆ หรือวุฒิสมาชิกที่มาจาก องค์การวิชาชีพซึ่งมีกฎหมายควบคุมเขาอยู่แล้ว แพทย์ ทนายความ สถาปนิก ครู ทําไมต้องให้เลือกกันเองครับ ให้เขาเลือกเสนอมาเลย หมายความว่ากลุ่มองค์กรของเขา เช่น ครูเสนอมากี่คน หมอกี่คนให้เขาเป็นเลย อย่ามาให้หมอมาเลือกกับทนายความอีก ยุ่งตายเลยครับ ให้หมอเขาเลือกกันในพวกหมอ ให้ครูเขาเลือกกันในพวกครู แล้วไม่ต้องให้เขาเลือกกันเองครับ กฎหมายตรงนี้ต้องกรุณาออกให้ชัดเจน ไม่ใช่ให้เอาหมอมาเลือกนายทนายความ ไม่ใช่นะครับ ผมคิดว่าแล้วควรจะเพิ่มจํานวนเขาด้วย ผมคิดว่าจํานวน ๑๕ คนน้อยไป ส่วนจะเป็นพหุสภา อันนั้นผมคิดว่าท่านก็ไปเลือกเอา ก็อยากจะขอให้ท่านช่วยกรุณาดูตรงนี้ด้วย เพราะผมคิดว่า ผู้แทนของวิชาชีพเหล่านี้ถูกกฎหมายกํากับดูแลอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นสมาคมนิติบุคคลอาคารชุด เข้ามาเป็นวุฒิสมาชิกอย่างนี้มันใช้ไม่ได้ครับ เราเป็นศรีธนญชัยเยอะมาก บอกเป็นองค์กร สมาคม เดี๋ยวไปตั้งสมาคมเต็มไปหมดเลย เราต้องเอาสมาคมที่เวท สตาบิไลซ์ (Weight stabilize) มีหลักฐาน มีข้อมูลครบถ้วน

เรื่องคุณสมบัติการเลือกตั้ง ผมคิดว่าประเด็นนั้นคุณวรวิทย์อภิปราย ท่านสังเกตดูไหมครับว่าเรื่องการเสียภาษีใช้เฉพาะสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่รวมวุฒิสมาชิก นะครับ ท่านอาจจะหลงลืมไปหรือเปล่า ต้องมี แล้วผมคิดว่าการยื่นบัญชีภาษีต้องใช้ทุกคน รวมทั้งคณะกรรมการกํากับดูแลด้วย เราจะไปดูแลเขานี่เรายังปกปิดได้อย่างไร การเสียภาษี เป็นสิ่งที่สําคัญ ผมคิดว่าที่ท่านวรวิทย์เสนอเป็นเรื่องที่สําคัญ และที่ผมจะเสนอเพิ่มเติม ก็คือว่าเมื่อยื่นแล้วต้องเปิดเผย ถ้าผมจําไม่ผิดในมาตรา ๒๔๗ เขียนเหมือนกับว่าเปิดเผย เฉพาะบัญชีและเอกสารประกอบ แล้วตั้งใจจะไม่เปิดเผยเรื่องบัญชีการเสียภาษีซึ่งผมว่า ไม่น่าจะใช่ ผมคิดว่าเรื่องภาษีจะนําไปสู่การตรวจสอบว่าบุคคลเหล่านี้ควรจะเข้ามารับใช้ ประชาชนหรือเปล่า เราพูดในรัฐธรรมนูญบอกว่าประชาชนต้องมีหน้าที่เสียภาษี ซึ่งเราพูดกันต่อ ถ้าท่านยังจําได้ที่ผมได้พูดเรื่องปฏิรูปภาษีว่าเราจะต้องให้สิทธิผู้เสียภาษีอย่างไรบ้าง ผมเคยคิดเล่น ๆ ว่าการเลือกวุฒิสมาชิกคนที่จะเลือกได้ต้องเสียภาษีเสียก่อน คล้าย ๆ กับ กรีซสมัยเก่า แต่ว่าไม่มีเสียงตอบรับเท่าไร แต่ผมคิดว่าการยื่นเสียภาษีและเปิดเผยของ นักการเมืองจะเป็นสิ่งที่ดีมากและเป็นนิมิตหมาย แล้วควรจะย้อนหลัง ๕ ปีอย่างที่ ท่านวรวิทย์พูดครับ ไม่ใช่ ๓ ปี แล้วในกฎหมายต่อไปเราจะบังคับ ถึงคุณไม่เสียภาษีคุณก็ต้อง ยื่นแบบ ภ.ง.ด. ว่ามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ไม่เป็นไร ต้องยื่นเสียภาษี และจะนําไปสู่อะไรไหมครับ ในกฎหมายมาตรา ๔๙ ของประมวลรัษฎากรกําหนดให้เอาเงินได้มาเปรียบเทียบกับ ทรัพย์สินที่ท่านมีอยู่ ท่านประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้สั่งกรมสรรพากร กระทรวงการคลังว่าให้ตรวจนักการเมืองย้อนหลังไปว่า ที่ยื่นบัญชีเยอะ ๆ ทรัพย์สินเยอะ ๆ มีตั้งพันล้านบาท เสียภาษีปีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทรัพย์สินนี้ท่านได้แต่ใดมา ไม่ต้องทุจริตครับ เสียภาษีซึ่งท่านจําได้ว่านักการเมืองหลายท่านเคยโดนศาลพิพากษาแล้ว หลายท่าน ๒๐๐ ล้านบาทบ้าง ๑๐๐ ล้านบาทบ้าง เอาทุจริตไม่ได้ต้องเอาภาษีครับ แต่ผมคิดว่าถ้าจะเติมตรงนี้ภาคพลเมืองดูไม่ได้ น่าจะต้องมีองค์กรฝากท่านไปว่าจะต้องมี องค์กรใดองค์กรหนึ่ง องค์กรร่วม เช่น ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ป.ป.ช. กรมสรรพากร เป็นเลขานุการตรวจสอบบัญชีพวกนี้ คราวนี้วิธีการนักการเมืองเก่า ๆ คือบอกใส่ทรัพย์สิน ไปเยอะ ๆ ครับ เวลาลาออกตําแหน่งทรัพย์สินเพิ่มลดนิดเดียว ป.ป.ช. ไม่มีปัญญาตรวจ ไม่ใช่แล้วครับ ภาคพลเมืองจะไปตรวจว่าทรัพย์สินที่ท่านมา ๆ อย่างไร ได้มรดกมายิ่งต่อไป ต้องเสียภาษีมรดกด้วย ต้องทําให้ได้นะครับตรงนี้ ผมคิดว่าอันนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนและไป เทคเอาท์ (Take out) คือทุกคนต้องยื่นครับ เรากําลังจะแก้กฎหมายให้ทุกคนต้องยื่นภาษี และถ้าท่านจําได้ในปฏิรูปเราเขียนบอกว่าบุคคลมีหน้าที่ต้องแสดงรายได้ มีที่ไหนต้องแจ้งครับ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่สําคัญมากและจะเป็นกลไกในการต่อต้านการทุจริตได้อย่างดี

เรื่องต่อมาที่ผมอาจจะขอแตะนิดเดียวคือเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ผมพยายามหาที่มาที่ไปว่าเราไม่มีกลไกศาลพิเศษหรือกระบวนการดําเนินคดีกับพวกทุจริต คอร์รัปชัน เรายังใช้กระบวนการเดิมมาตรา ๑๕๗ ทุจริต ศาลแพ่ง ตํารวจผมว่าใช้ไม่ได้ครับ ประเทศนี้ ต้องมีระบบพิเศษ ซึ่งต้องระวังนะครับเพราะรัฐธรรมนูญเขียนบอกว่าห้ามตั้งศาลอื่น ต้องเขียนแล้วครับว่าศาลการพิจารณาพิเศษเรื่องทุจริตคอร์รัปชันสําคัญมาก จะอยู่ในศาลยุติธรรม ก็ได้ครับแต่กระบวนการพิจารณาต้องเป็นอย่างรวดเร็วมีหน่วยงานพิเศษทําให้แล้วเสร็จ ภายในเวลาอันรวดเร็ว ประเทศไทยจะได้เหมือนประเทศเกาหลีครับ เอาผู้นําเข้าคุกได้ ไม่เช่นนั้นโรคทุจริตจะไม่สามารถแก้ได้และเป็นมะเร็งร้ายเกาะกินประเทศไป ผมคิดว่าเรื่องนี้ สําคัญมากนะครับ ผมเข้าใจว่าคณะกรรมการต่อต้านทุจริตจะเสนอเรื่องนี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้ ประชาชนอยากจะดูนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าสําคัญ แล้วอย่างที่ผมเรียนว่า การเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ โอเพน อินฟอร์เมชัน (Open information) สําคัญมาก ไม่ว่าจะ การเปิดประมูล ภาษี อันนี้ผมเล่าให้ฟังว่ารัฐบาลจะต้องกําหนดกลไกตรงนี้ให้ดีนะครับ นอกจากนั้นผมมีประเด็นย่อย ๆ ที่อยากจะฝากเรียนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาก็คือว่า คุณสมบัติ ของผู้สมัครรับเลือกตั้งท่านบอกว่าไปรับราชการ เดี๋ยวนี้บางคนเป็นพนักงานของรัฐนะครับ เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยอยู่ที่จังหวัดเชียใหม่ เขาไม่ได้เป็นข้าราชการเขาสมัครเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าเขาไม่มีภูมิลําเนาอยู่ ต้องแก้ด้วยนะครับ ต้องฝากด้วย

เรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของมาตรา ๑๙๓ เรื่องของอนุสัญญา ระหว่างประเทศ ผมทํางานในภาคธุรกิจมานาน เดี๋ยวนี้การค้าระหว่างประเทศต้องการ ความรวดเร็วมากครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะไปเขียนกฎหมายมาตรา ๑๙๓ ซึ่งไปตีความ อย่างที่พูดกันเมื่อวานนี้นะครับ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์บอกว่าทําไม กระทรวงการต่างประเทศต้องไปเสนอโน่น ไปเสนอนี่ ถึงนิยามแล้วก็ยังมีปัญหาอีกว่า อย่างกว้างขวางอย่างไรก็จะช่วยได้ระดับหนึ่งครับ แต่ผมคิดว่าถ้าอะไรที่เป็นเรื่องของ อาณาเขต อะไรที่เป็นเรื่องของกระทบทรัพยากรธรรมชาติอย่างนี้ผมไม่ว่า การไปเซ็น เอฟทีเอบางเรื่องมันเป็นเรื่องของลดภาษี การนําเข้า เรื่องของอย่างนี้ครับมัวแต่มาขอรัฐสภา ไม่ทันนะครับ ผมคิดว่าน่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมือนกับนานาอารยประเทศว่า ในประเทศอื่นเขาทํากันอย่างไร ผมคิดว่ามาตรา ๑๙๓ เรื่องสําคัญ แล้วก็อันหนึ่งที่ผมคิดว่า อาจจะลืมไปเรื่องของยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ เศรษฐกิจเราพูดถึงต้องเศรษฐกิจระหว่าง ประเทศด้วยนะครับ อย่างที่ผมเรียนว่าสิ่งที่ควรจะยึดโยงได้ก็คือการปฏิรูปอย่างที่ผมเรียนว่า ยุทธศาสตร์มันต้องโยงถึงเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอย่างที่ท่านพลเอก วัฒนาพูด ผมคิดว่าสําคัญมากเลยเรื่องนี้ ต้องเขียนไว้ที่ไหน เรื่องของการปฏิรูปเอามารวมให้หมด นะครับ การศึกษาต้องพุ่งเป้าไปที่ไหน ผมได้ลิสต์มาตราต่าง ๆ ซึ่งผมจะได้กราบเรียนให้ เสนอกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะรวมแล้วก็บูรณาการในเรื่องของยุทธศาสตร์ประเทศ เรื่องของการปฏิรูปที่โยงถึงเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม สิ่งแวดล้อม เข้าได้อย่างไร วันนี้เราเขียนกันกระจายไปหมดนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ในเรื่องนี้จึงมีความสําคัญนะครับ

เรื่องต่อมาที่ผมคิดว่ามีความสําคัญคือเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ผมขออนุญาต เนื่องจากว่าจะได้ไม่ใช้สิทธิในภาค ๓ แม้ว่าในเรื่องของการดําเนินคดี สิทธิของผู้เสียหาย การดําเนินคดีอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ผมได้ข่าวว่าทาง ก.บ.ส. ได้เขียนหนังสือที่บอกว่า การรวดเร็วบางทีศาลเขาจะมีปัญหานะครับ แต่อย่างไรก็ดีผมคิดว่าการดําเนินคดี อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมนี้สําคัญ การให้ประกันตัวจําเลย ผู้ต้องหาก็สําคัญ กฎเกณฑ์ ต่าง ๆ ต้องเปิดเผย ชัดเจน อันหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านกรรมาธิการไปเรื่อง อาจจะเกี่ยวกับกับสิทธิพลเมืองก็คือว่า เราทําได้ไหมว่าการดําเนินคดีชั้นสอบสวนก็ดี ชั้นในศาลก็ดี ให้มีการบันทึกวิดีโอ (Video) ไว้ ไม่ใช่คดีเด็กและเยาวชนนะครับ แต่คดี ที่คุ้มครองผู้เสียหาย ถ้าทําได้ เราอาจจะเป็นประเทศเดียวที่ให้การคุ้มครอง แต่อาจจะเลือก ความผิดบางประเภทนะครับ อย่างความผิดเพื่อความมั่นคงโอเคเราอาจจะยอม แต่ความผิด ทั่วไปน่าจะมีการกําหนดกระบวนการพิจารณาไม่ได้เปิดเผย หมายความว่าที่สามารถ ทนายบางทีผู้พิพากษาท่านก็ไม่จดคําให้การ ผมไปเบิกความที่ตํารวจ ตํารวจก็ไม่ยอมจดและ ไม่ยอมให้เอกสารผม ผมจะสู้คดีอย่างยุติธรรมได้อย่างไร การเขียนรัฐธรรมนูญจะต้องให้มี ผลบังคับได้อย่างดี เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะฝาก แล้วก็มีผู้ฝากไว้ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ เรื่อง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในศาลยุติธรรมหรือกรมอัยการ ๑ ใน ๓ ผมก็ฟังเหตุผล ผมก็บอกว่า น่าจะฝากให้ทางท่านกรรมาธิการไปดูว่าถ้าหากว่ากรรมการภายนอก ๓ คนจับคู่กับตุลาการ อัยการสัก ๒ คน ยุ่งเลย คราวนี้คนที่ไม่อยู่ในวงการศาลก็เริ่มมีพลังอํานาจเกิดต่อรองขึ้น และสังคมไทยท่านอย่าลืมนะครับเป็นสังคมแห่งการอุปถัมภ์ สังคมแห่งการเครือข่าย เดี๋ยวหลักสูตรโน้น หลักสูตรนี้ เดี๋ยวก็เรียบร้อยละครับ และเสนอ ทุกคนที่ผมเห็น ประทานโทษอดีตที่ผ่านมาก็เป็นคนในวงการที่องค์การศาลหรือองค์การอัยการรู้จักทั้งสิ้น คือคนเหล่านี้ผมคุยได้ นี่คือสังคมไทย ผมจึงคิดว่าอย่ามีจํานวนมากเลย อันนี้ผมก็ฝากไว้ นะครับ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าถ้าทําได้ที่ผมอยากจะย้ําอีกทีทั้งหลายทั้งปวงคือการปฏิรูป กฎหมาย เราจะมีบทบัญญัติมาตรา ๑๐๒ ต้องทําโน่นทํานี่ การร่างกฎหมายที่รวดเร็วและ เป็นธรรมและชัดเจนสําคัญมาก เราต้องรื้อในความเห็นของผมนะครับ การร่างกฎหมายของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและคณะกรรมการร่างกฎหมายคือกฤษฎีกา ทําอย่างไร ให้การร่างกฎหมายดี มี คําอธิบาย มีการศึกษาอย่างดี อย่างที่ผมเรียนว่าท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ เคยบอกว่าถ้าเราปฏิรูปการร่างกฎหมายไม่ได้อย่าไปคิดเรื่องการปฏิรูปอื่น ๆ เลย ผมจึงคิดว่าเรื่องนี้มีความสําคัญและอยากจะให้ท่านกรรมาธิการช่วยกรุณาเขียนกฎหมายนี้ ให้สั้นหน่อยได้ไหมครับ กะทัดรัดหน่อยได้ไหม ให้ชาวบ้านอ่านด้วยความเข้าใจ ชาวบ้านเจอ คําว่า ธรรมาภิบาล ก็งงแล้วครับ อะไรคือธรรมาภิบาล การอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ที่อาจารย์ชิงชัย ได้พูดไปเมื่อสักครู่ก็สําคัญนะครับ สถาบันพระปกเกล้าจะต้องจัดเทรน (Train) แล้วนักการเมือง องค์กรต่าง ๆ เรื่องธรรมาธิบาล เรื่องมาตรา ๗๘ ต้องมีสถาบันอบรม มีการทดสอบ ต่อไปจะมีคณะสมัชชาเต็มไปหมดเลย อาจารย์วุฒิสารพยักหน้า เพราะว่าสถาบันพระปกเกล้า จะได้มีงานทําอีกเยอะขึ้น แต่ผมคิดว่าสําคัญ ผมว่าการอบรมสําคัญมากครับ เพราะคนไทย ไม่ชอบเรียนหนังสือ ผมคิดว่าการอบรมสร้างบุคลากรเหล่านี้จึงสําคัญ การศึกษาสําคัญมาก เขียนกฎหมายให้ดีอย่างไรถ้าการศึกษาไม่เริ่มต้นเสียวันนี้เราจะทําได้ยาก ผมก็หวังว่า สุดท้าย ก็ขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ทํากฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้ตอบโจทย์ทุกอัน แต่กรุณาทําให้สั้นหน่อย แล้วเราจะได้เห็นรัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับที่ ๒๐ ผมตั้งแต่เรียนกฎหมายมานี้จําไม่ได้แล้วครับว่าเรียนกี่ฉบับแล้ว ขอให้เป็นฉบับสุดท้ายเถอะครับ แล้วขอให้พวกเราได้ช่วยสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ