เตือนใจ สินธุวณิก หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป โดยเน้นย้ำถึงสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การจัดตั้งรัฐธรรมนูญที่มีศิลปวัฒนธรรมเป็นหลัก และการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เพื่อฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและสร้างมูลค่าให้กับศิลปวัฒนธรรมของไทย นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปสื่อ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสื่อมวลชนและความจำเป็นในการส่งเสริมสวัสดิภาพและสวัสดิการให้กับพี่น้องสื่อมวลชน และเรียกร้องให้สภาปฏิรูปแห่งชาติดำเนินการเพื่อป้องกันการครอบงำของทุนและภาคเจ้านาย และส่งเสริมให้ประชาชนที่ใช้สื่อสามารถรู้เท่าทันสื่อด้วย
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชน ก่อนอื่นดิฉันอยากจะขอแสดงความชื่นชมและคารวะด้วยจริงใจ ในความเสียสละที่บรรดา ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านได้ทุ่มเททํางานอย่างเต็มที่ เพราะเท่าที่ สังเกตนั้นท่านประชุมยาวนานกว่ากรรมาธิการ ๑๘ คณะอย่างมาก ทํางานทั้งช่วงเสาร์ อาทิตย์ ทํางานถึงดึกดื่น อันนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันเชื่อมั่นว่าเป็นความตั้งใจอย่างแท้จริงของท่าน ที่จะทํางานปฏิรูปเพื่อประเทศชาติค่ะ ดิฉันอยากขอเรียนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้ ขอเน้นว่าเป็นฉบับปฏิรูป ดิฉันเชื่อมั่นด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญทุกท่าน ซึ่งก็คือผู้แทนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราในที่ประชุมสภาแห่งนี้ เพราะว่าเราได้มีการเลือกท่านเข้าไปทําหน้าที่แทนเราอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ดิฉันอยากจะขอ เสนอว่า หรือมีความเห็นว่าเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้เป็นฉบับปฏิรูปจริง ๆ และถ้าเรา ได้อ่านรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดทุกมาตราแล้ว ก็จะเห็นว่าคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญนั้นได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปซึ่งเป็นฉบับประวัติศาสตร์ของชาติไทยนั้น เป็นฉบับที่ดิฉันอยากจะขอเรียกว่าเป็นฉบับที่ร่างโดยป้องกันสิ่งที่ไม่ดีที่อาจจะเกิดขึ้นในอดีต ที่ท่านเห็นอยู่ แก้ไขในสิ่งผิดซึ่งอาจจะเกิดขึ้นและเกิดขึ้นมาแล้วหรืออาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นการมองย้อนไปอดีตซึ่งไม่ได้ไกลเลย แล้วเราก็เห็นกันอยู่ว่าอะไรบ้างที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา แล้วท่านก็จะได้ดูถึงเหตุการณ์ปัจจุบันว่าเหตุการณ์ปัจจุบันนั้นเราอยู่ในสถานะหรือสภาพ อย่างไร หรือบ้านเมืองไทยเรากําลังต้องการการปฏิรูปหรือการที่จะก้าวข้ามผ่านความขัดแย้ง ทั้งหลาย ซึ่งไม่เคยมีเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของชาติไทยเลยที่คนไทยจะแบ่งแยกกันออกเป็น ฝักฝ่าย แล้วก็เกิดวาทกรรมต่าง ๆ ทําให้เรารู้สึกแตกความสามัคคีกันอย่างมากในชาติ สิ่งหนึ่งก็คือสมาชิกหรือว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้มองไปถึงแนวทางที่ดี ในอนาคตด้วยจากการที่ดิฉันได้อ่าน ดังนั้นดิฉันก็ขอกราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นอย่างยิ่ง และที่ต้องกราบขอบพระคุณมากนั้นก็คือดิฉันเองนั้น ได้เป็นสมาชิกของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ กับคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ขอเรียนว่า ต้องขอบพระคุณท่านอย่างยิ่ง เพราะว่าทุกประเด็นที่กรรมาธิการทั้ง ๒ คณะที่ดิฉันทํางานอยู่ แล้วก็ได้ฟังเมื่อวานนี้ อย่างเช่นคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานก็ได้ขอบพระคุณหรือขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องของการที่ได้นําความคิดเห็นที่เราได้ กลั่นกรองแล้วอย่างดีที่เห็นว่าเป็นประโยชน์กับในด้านงานที่เราพิจารณานั้นนําไปบรรจุลงใน รัฐธรรมนูญ สําหรับ ๒ คณะที่ดิฉันทํางานอยู่บอกได้เลยว่า ๙๘-๙๙ เปอร์เซ็นต์ท่านเขียน ลงให้หมดทุกอย่างนะคะ ดิฉันขอเรียนว่ามีคําวิจารณ์ของเพื่อน ๆ สมาชิกสภาปฏิรูป หลาย ๆ ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้ยาวเกินไป ละเอียดเกินไป อย่าลืมนะคะว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปฏิรูป มีสิ่งใหม่ ๆ มากมายที่ดิฉันได้เรียนแล้วว่า ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้มองย้อนอดีต ดูเหตุการณ์ปัจจุบันแล้วมองไป ในอนาคตด้วย กําลังจะทําให้ประเทศเราก้าวไปข้างหน้า ดังนั้นแน่นอนว่ามีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้น มากมาย ถ้าไม่เขียนไว้โดยรายละเอียดแต่ยังใช้รูปแบบเดิมก็จะเกิดการตีความแล้วก็เกิด ความไม่เข้าใจอีกเช่นเดียวกัน ทําให้เป็นปัญหา ดังนั้นจึงเห็นว่าสิ่งที่ยาว ถ้าบอกว่ายาวแล้ว เกิดความเข้าใจอย่างดีทําให้การบริหารประเทศชาติบ้านเมืองนี้เป็นไปอย่างดีนั้นเป็นสิ่งที่ สมควรอย่างยิ่ง ดังนั้นการพูดอย่างละเอียดรอบคอบเป็นสิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่หรือคะ
และอีกสิ่งหนึ่งดิฉันขอเรียนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้มีทั้งหมด ๓๑๕ มาตรา แต่ว่ามีเพียงประมาณ ๕ มาตราเท่านั้นที่ได้มีการมาพูดวิพากษ์วิจารณ์กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคิดว่าทุกท่านคงทราบกันดีว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น แล้วก็อย่างที่ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติบางท่านได้พูดไว้แล้วว่า ถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มี คําวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองเก่า ๆ เลย นั่นล่ะเราเดินมาผิดทาง สิ่งที่เขาวิพากษ์วิจารณ์นั้น เพราะว่าเราทําในสิ่งที่คิดว่าประเทศชาติบ้านเมืองนี้จะดีขึ้น ดังนั้นจึงได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ที่เขาจะไม่สามารถทําในสิ่งที่เคยทํามา รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีสิ่งดี ๆ สิ่งที่ดีต่อประเทศชาติ เกิดขึ้นมากมาย เป็นการทําให้ประเทศชาติของเราก้าวไปข้างหน้าอย่างชนิดที่ไม่เคยมีอย่างนี้ มาก่อนในประวัติศาสตร์ ดิฉันขอพูดในส่วนที่ดิฉันได้เกี่ยวข้อง ก็จะเป็นเรื่องของการจัดตั้ง มีเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการร่างรัฐธรรมนูญไทยที่เรามีการนําเรื่องของ ศิลปวัฒนธรรมมาบรรจุลงในร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นหลักเป็นฐาน แล้วก็เป็นการทําครั้งแรก ที่จะช่วยทําให้นําเอาทั้งด้านของศิลปวัฒนธรรม ศาสนา จริยธรรม ซึ่งเราทราบกันดีว่า เสื่อมถอยไปอย่างมากในสังคมบ้านเรา ย้อนกลับมาเป็นกําลังสําคัญให้ประเทศชาตินี้ก้าวเดิน ไปข้างหน้าในลักษณะของไทยใหม่ที่เราจะต้องมีความรัก ความสามัคคีและภาคภูมิใจ ในความเป็นไทยของเรานะคะ
อีกอย่างหนึ่งก็คือการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งจะทําให้พี่น้อง ในส่วนรากหญ้าได้ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมที่เป็นสิ่งมีคุณค่าในพื้นบ้านทั่วทุกตําบล อําเภอ ทั่วประเทศได้ภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมของเรานะคะ และที่สําคัญก็คือทําให้มีคุณค่า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับศิลปวัฒนธรรมของไทยเราได้เป็นอย่างมากทีเดียว แล้วก็ในการ บรรจุลงไปในมาตราที่ได้มีการกล่าวถึงที่ดิฉันได้พูดนี้นั้นก็จะเห็นว่าเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เช่นเดียวกัน
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการปฏิรูปสื่อค่ะ ดิฉันอยากจะขอเรียน ท่านพี่น้องสื่อมวลชนและเพื่อน ๆ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านได้ทราบว่า สําหรับการปฏิรูปสื่อนั้นนอกจากการพูดเรื่องเสรีภาพบนความรับผิดชอบและจรรยาบรรณ ให้พี่น้องสื่อมวลชนได้ดูแลกันเองแล้วอย่างมีจรรยาบรรณ จริยธรรมแล้วนะคะ ยังไม่เคยมี รัฐธรรมนูญฉบับไหนที่เห็นความสําคัญของพี่น้องสื่อมวลชนด้วยการจะพูดถึงเรื่องลึกลงไป ถึงเรื่องของการส่งเสริมสวัสดิภาพและสวัสดิการให้กับบรรดาพี่น้องสื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่ ในงานสื่อสารมวลชนเหมือนอย่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ค่ะ ดังนั้นดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่ พี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านควรจะได้ให้ความสนใจ แล้วก็เห็นเลยว่าสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้ ได้ทําสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สื่อมวลชนเราเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังได้มีการตราลงไปว่า เราจะไม่ถูกครอบงําทั้งจากทุน จากรัฐบาล แล้วก็จากภาคที่เป็นเจ้านายเราก็คือทุนนั่นเองนะคะ และที่เน้นย้ําก็คือเรื่องของสวัสดิการ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานว่าถ้าเวลาดิฉันเกิน ขอไปหักลบในรอบที่ ๒ นะคะ
อีกสิ่งหนึ่งก็คือเราได้มีมาตรการในเรื่องของสื่อนั้นมีมาตรการในมาตรา ๒๙๖ ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้ ผู้บริโภคสื่อนั้นรู้เท่าทันสื่อด้วยค่ะ ซึ่งอันนี้ไม่เคยมีการพูด เพราะว่าในร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเราไม่เคยผ่านวิกฤติของการที่สื่อได้กลายเป็นเครื่องมือ ในการที่ทําให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมือง ดิฉันพูดอย่างนี้อาจจะทําให้พี่น้องสื่อมวลชน หลายท่านอย่าเข้าใจผิดนะคะว่าดิฉันว่าโทษสื่อ แต่เราต้องยอมรับว่ามีสื่อมวลชนที่แบ่งแยกข้าง แบ่งสี แล้วก็ทําให้เกิดสร้างความเกลียดชังหรือว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นสื่อมีส่วนเช่นเดียวกัน อันนี้เราต้องยอมรับนะคะ
อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขอหยิบยกขึ้นมาพูดนั้นก็คือเมื่อวานนี้มีการอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องของการที่มองเห็นว่ารัฐบาลผสมหรือว่าสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญพูดถึงหรือว่าออกแบบให้สภาหรือว่าคณะรัฐมนตรีเป็นรัฐบาลผสมนั้น ทําไมทุกท่านต้องมองว่ารัฐบาลผสมจะล้มเหลวอ่อนแออย่างเดียวละคะ ในเมื่อการที่จะคัดสรร คัดเลือกตั้งแต่ ส.ส. ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ที่เลือกตั้งโดยตรงจากพี่น้องประชาชน หรือ ส.ส. บัญชีรายชื่อนั้นเราเลือกตั้งในบริบทและกฎเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปค่ะ ดังนั้นเป็นไปได้หรือคะ ที่ท่านจะนําเอาภาพหรือคติพจน์เดิม ๆ มาคิดว่าถ้าเป็นรัฐบาลผสมแล้วบ้านเมืองนี้จะอ่อนแอ รัฐบาลจะทํางานไม่ได้ ในเมื่อเราได้คัดกรองแล้วอย่างที่ท่านประธานเนาวรัตน์ ขออนุญาต ที่เอ่ยนามได้พูดแล้วว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น และสิ่งที่สภาแห่งนี้ดําเนินการ เรากําลังทําเครื่องกรองน้ําค่ะ เรากําลังเปลี่ยนท่อกรองค่ะ ถ้าเราเปลี่ยนท่อกรองได้ดี ตามกฎเกณฑ์ที่เราคิดว่าดีที่สุดและทุกคนร่วมกันมุ่งมั่นที่จะทํานั้น ดิฉันเชื่อมั่นว่าเราจะได้ สิ่งที่ดี ๆ เป็นน้ําดีเข้ามาในประเทศชาติบ้านเมืองของเราค่ะ ดังนั้นข้อนี้ดิฉันก็อยากจะขอ ฝากไว้สําหรับท่านที่มีการวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องของรูปแบบที่จะมีการเป็นรัฐบาลผสมว่า บริบทได้เปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นอย่าเอาคติพจน์หรือคติภาพอันเดิม ภาพเดิมมาคิดว่ามันจะไม่ดี
อีกเรื่องหนึ่งดิฉันอยากจะขอเรียนด้วยความเคารพทุกท่านนะคะ ขอเรียนด้วยความจริงใจโดยไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งว่า ท่านยอมรับหรือไม่ว่า การเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชนนั้นถ้าเผื่อเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรมในประเทศที่มี ความเจริญแล้ว ประเทศอื่น ๆ อย่างเช่นสหรัฐอเมริกา มีรัฐธรรมนูญ ๑๐๐ กว่าปีไม่กี่มาตรา แต่ว่าทําไมเขาถึงเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ นั่นเพราะว่าพี่น้องประชาชนเขามีวินัย มีการศึกษา แล้วไม่ได้ถูกชักนําไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควรค่ะ อันนี้ดิฉันไม่ได้โทษพี่น้องประชาชน ของเรานะคะ แต่ดิฉันอยากจะขอให้ทุกท่านยอมรับสิ่งหนึ่งว่า การเลือกตั้งของเราที่เรียกร้องว่า เป็นประชาธิปไตยนั้น จริง ๆ แล้วโดยข้อเท็จจริงทุกท่านรู้ดีอยู่แก่ใจใช่ไหมคะว่าการเลือกตั้ง เหล่านั้นบริสุทธิ์ยุติธรรมจริงหรือไม่ เป็นเสียงบริสุทธิ์ที่พี่น้องประชาชนไม่ได้ถูกบล็อกโหวต (Block vote) หรือว่าชี้นําเลือกตั้งคนนั้น คนนี้ ดิฉันคงไม่ต้องพูดมากคิดว่าทุกท่านจะเข้าใจกันดี ดังนั้นดิฉันคิดว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจึงได้คิดค้นวิธีการที่จะทําให้พี่น้องประชาชน ยังใช้เสียงได้เหมือนเดิม ทั้งการเลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ แล้วก็มีการเลือกตั้งทางอ้อม ซึ่งสําหรับเรื่องนี้ที่ว่าจะมีคณะกรรมการคัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อให้พี่น้องประชาชน ได้คัดเลือกอีก ๑๐ คนในแต่ละจังหวัดนั้น ถ้าเป็นไปได้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อาจจะยกข้อนี้ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องมีในแต่ละจังหวัด อยากจะส่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อกี่ท่าน ก็ให้พี่น้องประชาชนเลือกโดยตรง อันนั้นดิฉันคิดว่าอาจจะทําให้ผ่อนคลายตรงนี้ลงได้บ้าง จะได้เข้าสอดคล้องกับสิ่งที่เรากําลังพูดว่าต้องการให้พี่น้องประชาชนและพลเมืองเป็นใหญ่ค่ะ
อีกประการหนึ่ง เมื่อวานมีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเรื่องของสภาขับเคลื่อน ดิฉันอยากขอเรียนว่า ด้วยความบริสุทธิ์ใจดิฉันคิดว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น พูดถึงสภาขับเคลื่อนนั้น หรือว่าคิดจัดตั้งขึ้นก็ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ค่ะ ดิฉันไม่ได้เข้าข้างท่านนะคะ แต่มองในหลักว่า เรื่องที่เราปฏิรูปนั้นมีมากมายเหลือเกินค่ะ ดังนั้นจะไม่เป็นการดีหรือคะ ถ้าเผื่อว่าเรามีคณะกรรมการของเราบางส่วนซึ่งร่างมากับมือ รู้เรื่องรายละเอียดอย่างดีนั้น เป็นเหมือนพี่เลี้ยงที่จะสืบต่อ แล้วก็ไม่ได้สืบต่อไปชั่วกัลปาวสาน อยู่แค่ ๕ ปี การปฏิรูป ประเทศที่ให้ก้าวไปข้างหน้านั้นไม่ใช่การใช้เวลาสั้น ๆ นะคะ ต้องมีการปฏิรูปแล้วใช้เวลามากค่ะ ซึ่งหลังจากที่สภาปฏิรูปนี้หมดสิ้นหน้าที่ลงแล้ว และมีการเลือกตั้งอย่างที่ทุกคนเรียกร้องนั้น ดิฉันคิดว่าพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านต้องช่วยกันโดย เฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมาธิการ เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของเราและพี่น้อง สปช. ใน ๗๗ จังหวัดของเรา ต้องช่วยกันลงไป ทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจในข้อดีของสิ่งที่เราปรารถนาจะทําให้บ้านเมืองนี้อย่างกระจ่างแจ้งค่ะ มิฉะนั้นก็จะดูตามสื่อต่าง ๆ ที่จะพูดแค่ ๕ มาตราในสิ่งที่เป็นด้านลบทั้งสิ้น ดังนั้นดิฉันคิดว่า จะไม่เกิดประโยชน์เลยในการเลือกตั้ง ขอเรียนถามว่าท่านอยากย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิม หรือคะ อยากให้มีสภาปฏิรูปในอนาคตข้างหน้าอีกหรืออย่างไร ดิฉันก็ขออนุญาตที่จะเรียน ไว้ตรงนี้นะคะ แล้วก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าสิ่งที่ดีอีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันเห็น ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือในมาตรา ๘๙ ค่ะ เป็นครั้งแรกเลยที่เราได้เห็นว่า ในร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้พูดถึงเรื่องของมีกลไกในการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้าง ความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และประชาชนในระยะยาว มีกลไกตรวจสอบ เปิดเผยการใช้จ่ายเงินของรัฐอย่างมี ประสิทธิภาพค่ะ อันนี้ก็จะเป็นหลักประกันได้ว่า นโยบายประชานิยมที่ทําให้เกิดผลเสีย ในภายหลังแก่เศรษฐกิจของประเทศชาตินั้นจะต้องถูกคิดทบทวนแล้วล่ะค่ะว่า ท่านทําได้ หรือไม่ อย่างไร อันนี้เป็นเพียงส่วนดีที่ดิฉันมองเห็นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เสียดายที่เวลา ในการพูดของดิฉันมีค่อนข้างน้อย ดังนั้นก็ขอให้กําลังใจคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อีกครั้งหนึ่ง และดิฉันเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าท่านทํางานเพื่อประเทศชาติเหมือนอย่างที่ พวกเราทุกคนในสภานี้ทําเช่นเดียวกันค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ