วิบูลย์ คูหิรัญ เสนอแนวทางแก้ไขข้อความในมาตรา 93 แนวทางนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยเฉพาะการใช้คำว่า "พลังงาน" แทนที่จะใช้คำว่า "พลังงานทดแทน" และ "พลังงานหมุนเวียน" และต้องการเพิ่มข้อความนี้ลงในรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการปฏิรูปท่อส่งแก๊สจาก ปตท. และสายส่งไฟฟ้าจาก กฟผ. เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายพลังงาน
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายวิบูลย์ คูหิรัญ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมใคร่ที่จะขอให้ความเห็นเกี่ยวกับภาค ๒ หมวด ๒ ทางด้านเกี่ยวกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๙๓ คือในมาตรา ๙๓ นี้เกี่ยวกับเรื่องทางด้านพลังงานนะครับ ก็เพียงแต่ว่าในมาตรา ๙๓ มีการใช้คํา ที่ซ้ําซ้อน คือมีคําว่า พลังงานทดแทน แล้วก็พลังงานหมุนเวียน ซึ่งจริง ๆ แล้วในการที่จะ ดําเนินการบอกว่าจะต้องให้ใช้ประโยชน์จากพลังงานให้มีประสิทธิภาพนี้นะครับ มันน่าจะใช้ คําเดียวก็น่าจะเพียงพอ คือใช้คําว่า พลังงาน คือมันจะครอบคลุมหมดนะครับ คืออันนี้ มาเขียนเพิ่มเข้าไป แยกเข้าไปอีกว่ามีพลังงานแล้วยังมีพลังงานทดแทนด้วยนะครับ ฉะนั้น ก็คิดว่าอันนี้น่าจะตัดออกนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกอันหนึ่งก็คือพลังงานหมุนเวียน บอกว่าใช้พลังงานหมุนเวียนทุกประเภทให้เต็มศักยภาพ จริง ๆ แล้วมันก็ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นพลังงานทุกอย่างมันก็น่าจะต้องใช้ให้ให้เต็มศักยภาพนะครับ คือไม่น่าจะมาใช้ คําว่า พลังงานหมุนเวียน อย่างเดียว ก็มันน่าจะต้องใช้ให้เต็มศักยภาพทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่าน่าจะใช้คําเดียวเป็นคํารวม คือพลังงาน เฉย ๆ เพราะฉะนั้นคํานี้ ก็น่าจะตัดออก
ทีนี้มีอีกอันหนึ่งก็คือเนื่องจากว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ ของภูมิภาค แล้วก็มีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางทางด้านพลังงาน เดิมนี่ทางคณะกรรมาธิการ ของทางด้านพลังงานก็ได้พิจารณาเห็นว่าเรื่องนี้เราน่าจะให้เป็นศูนย์กลางทางด้านพลังงาน แล้วก็ได้มอบหมายให้ทางคณะอนุกรรมาธิการซึ่งผมเป็นประธานอยู่มาศึกษาพิจารณา เราก็เห็นว่าเรื่องนี้มันน่าจะมีความสําคัญ ก็น่าจะใส่เข้าไปในรัฐธรรมนูญด้วยว่า มันน่าจะมี ความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางทางด้านพลังงานของภูมิภาคด้วยนะครับ และถ้าเผื่อเห็นว่า มีความสําคัญอันนี้แล้ว เนื่องจากว่าเราจําเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปเกี่ยวกับเรื่องทางด้าน ท่อส่งแก๊สจาก ปตท. แล้วก็ทางด้านสายส่งไฟฟ้าจาก กฟผ. เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่า เราก็น่าจะต้องเพิ่มข้อความในร่างรัฐธรรมนูญว่า ให้พร้อมเป็นศูนย์กลางด้านพลังงาน ของภูมิภาค แล้วก็อาจจะต้องไปเพิ่มที่ทางด้านในมาตรา ๒๘๘ ด้วย อาจจะเพิ่มเป็น อีกอนุหนึ่ง (๔) เพราะว่ามันจําเป็นในการที่จะเป็นศูนย์กลางก็คงจะต้องมีการปฏิรูปทางด้าน พลังงาน คือจะต้องมีการแยกเรื่องท่อแก๊สจาก ปตท. แล้วก็สายส่งไฟฟ้าจาก กฟผ. แล้วก็รวมทั้งระบบที่จะควบคุมในการรับส่งทางด้านแก๊สแล้วก็พลังงานไฟฟ้าออกมาเป็น หน่วยงานต่างหาก อันนี้ก็คงจะต้องไปทําทางด้านปฏิรูปใน (๔) ของมาตรา ๒๘๘ เพื่อที่ว่า จะได้ให้ประเทศไทยสามารถที่จะเป็นศูนย์กลางของทางด้านพลังงานในการที่จะซื้อขาย ซึ่งในขณะนี้จริง ๆ แล้วเราก็มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านไฟฟ้า คือทางด้านท่อก็ยังไม่ได้ เชื่อมต่อกับต่างประเทศ ที่มีเชื่อมต่อก็คงจะมีมาเลเซียอันเดียว แต่สําหรับทางด้านสายส่ง มันมีต่ออยู่แล้ว ทั้งทางด้านของลาว ของพม่า ของเขมร แต่ว่าอันนี้เป็นการต่อ ทางด้านลาวนี่ เป็นการที่เรารับมา แต่ว่าทางด้านพม่า ลาว แล้วก็เขมรนี่ก็เป็นการที่เราขายออกไป ซึ่งก็คงจะต้องไปพิจารณาในการที่จะแยกทําให้เป็นระบบที่สามารถที่จะส่งออกไปได้มากขึ้น เป็นระบบที่มีศักยภาพสูงขึ้นที่จะส่งออกไป อันนี้น่าจะต้องบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย นอกจากนั้นแล้วในส่วนที่มีการพูดถึงเรื่องการกําหนดนโยบายแล้วก็แผนติดตามประเมินผล ทางด้านปฏิรูปเราได้ระบุไว้ว่าเราจะมีการดําเนินการ แต่ว่าในตัวรัฐธรรมนูญเราไม่ได้บรรจุไว้ด้วย เพราะฉะนั้นก็เห็นว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญในการที่จะต้องให้ชุมชน ประชาชน แล้วก็องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น แล้วก็เอกชนนี่นะครับ นอกจากที่จะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ พลังงานแล้ว อะไรแล้วนี่ มันก็น่าจะต้องกําหนดไว้ด้วยว่าให้เขาเป็นผู้ที่จะเข้ามาร่วม ในการมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบาย แผน และในการที่จะติดตามประเมินผลต่าง ๆ ในการดําเนินการ เพราะฉะนั้นอันนี้มันมีอยู่ในมาตรา ๒๘๘ (๓) อยู่แล้วที่จะปฏิรูปนะครับ เพียงแต่ว่ามันเป็นส่วนที่มีความสําคัญก็น่าจะต้องมาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย อันนี้สําหรับ รายละเอียดทั้งหมดในการที่จะแก้ไขทั้งหลายผมจะขอส่งเป็นเอกสารไปภายหลังนะครับ ขอบพระคุณมากครับ