สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๘

สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ เสนอแนวคิดการเป็น "เทรดดิง เนชัน" โดยเน้นการจัดเรื่องโลจิสติกส์เป็นวาระสําคัญแห่งชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนโลจิสติกส์ไทย โดยเฉพาะการขนส่งทางน้ำและทางรถไฟ และขอให้รัฐธรรมนูญมีการบังคับใช้มาตราเกี่ยวกับโลจิสติกส์อย่างไม่มีการยกเลิก

นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์

ตอนนี้ขึ้นแค่ ๑๖ นาทีครับ กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ครับ รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการที่จะให้ ประเทศไทยนั้นเป็นเทรดดิง เนชัน (Trading nation) ผมขออนุญาตใช้เพาเวอร์พอยน์ (PowerPoint) ด้วยนะครับ ได้เรียนขออนุญาตแล้วนะครับ มีนโยบายในการที่จะทําให้ ประเทศไทยเป็นดิจิทัล อีโคโนมี (Digital economy) เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เน้นการค้า ชายแดน ส่งเสริมเอสเอ็มอีเป็นศูนย์กลางสินค้าฮาลาล เป็นครัวของโลก เป็นโลจิสติกส์ ฮับ (Logistics hub) ของอาเซียนเน้นเรื่องเกี่ยวกับการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และเน้นเรื่องเกี่ยวกับความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ เรื่องสําคัญ ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ จะไม่มีทางสําเร็จได้เลยถ้ารัฐบาลหรือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่จัดเรื่องของโลจิสติกส์เป็นวาระสําคัญแห่งชาติ โลจิสติกส์ไม่ใช่การขนส่งครับ การขนส่ง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลจิสติกส์ โลจิสติกส์เป็นกระบวนการของการวางแผนจัดเก็บ เคลื่อนย้ายสิ่งของจากสถานที่หนึ่งหรือหลายสถานที่ไปอีกสถานที่หนึ่งหรือหลายสถานที่ ในเวลาและวิธีการที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยมีค่าใช้จ่ายต่ําสุด มีระบบการสื่อสาร ข้อความเป็นตัวเชื่อม มีเทคโนโลยีเป็นส่วนสนับสนุนเพื่อสร้างความพึงพอใจต่อผู้บริโภค สร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลก จากการจัดลําดับ ความสามารถในการแข่งขันของโลกในเรื่องโลจิสติกส์ปรากฏว่าไทยนั้นสู้สิงคโปร์ไม่ได้ครับ สิงคโปร์อยู่อันดับที่ ๕ ของโลก มาเลเซียอันดับที่ ๒๕ จีนอันดับที่ ๒๘ และไทยอยู่อันดับที่ ๓๕ ห่างจากมาเลเซียถึง ๑๐ อันดับ ดังนั้นโลจิสติกส์จึงมีบทบาทความสําคัญอย่างมากต่อระบบ เศรษฐกิจโดยรวมทั้งระดับภูมิภาคและระดับประเทศ มีบทบาทความสําคัญต่อคุณภาพชีวิต ของประชาชน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม เกษตรอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การค้าระหว่าง ประเทศ การค้าบริการ เอสเอ็มอี รวมถึงสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ในปี ๒๕๕๗ หรือปีที่แล้วนี่ นะครับ ต้นทุนโลจิสติกส์ไทยต่อจีดีพีนั้นมากถึง ๑๔.๑ เปอร์เซ็นต์ มาจากค่าขนส่ง ๗.๓ เปอร์เซ็นต์ มาจากการเก็บรักษาสินค้าคงคลังและการจัดการ ๖.๘ เปอร์เซ็นต์ ในเมื่อโลจิสติกส์มีต้นทุนที่แพงแบบนี้จึงเป็นผลให้ประชาชนต้องซื้อของแพง สินค้าไทย ขายแข่งขันในต่างประเทศยาก ต้นทุนโลจิสติกส์ไทยต่อจีดีพีนั้น ๑๔.๑ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ ประเทศอื่นนั้น ๙-๑๑ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นรายได้ประเทศ ๑๐๐ บาท จึงต้องเสียค่าโลจิสติกส์ ถึง ๑๔.๑ บาท คําถามว่าทําไมต้นทุนโลจิสติกส์ไทยจึงสูง เกิดจากปัจจัยต่อไปนี้ครับ

๑. ใช้การขนส่งทางรถยนต์มากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ระบบรถเที่ยวเปล่า หมายความว่าสินค้าขนจากเชียงใหม่จะมาลงเรือที่แหลมฉบัง ตอนมามีสินค้ามา ตอนกลับ มีรถเปล่า ๆ กลับไปไม่มีสินค้าขนกลับไปด้วย นี่คือค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากระบบเที่ยวเปล่า นะครับ ไม่มีคลังสินค้าเพื่อจัดเก็บพืชผลทางการเกษตร หรือสินค้าอุตสาหกรรม ไม่มีศูนย์ กระจายสินค้าครบวงจร ในเมื่อต้นทุนโลจิสติกส์ไทยสูงแบบนี้ไทยเราจะต้องทําอย่างไรครับ จะต้องลดต้นทุนครับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ จะลดได้อย่างไรครับ ต้องเน้นการ ขนส่งทางน้ําครับ เพิ่มการขนส่งทางราง มีศูนย์กระจายและขนส่งสินค้าเกษตร สินค้า อุตสาหกรรมในแต่ละอําเภอ ลดการสต็อก (Stock) สินค้า การเน้นการขนส่งทางน้ํานั้นต้องมี การพัฒนาและใช้ท่าเรือชายฝั่ง ๓๘๑ แห่ง ท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการที่เคารพครับ ท่าเรือชายฝั่งประเทศไทยมี ๓๘๑ แห่ง ไม่ได้มีการมาใช้ให้เป็นประโยชน์เท่าที่ควรเลย นอกจากนี้เน้นการขนส่งทางน้ําโดยการต้องขุดคลองขนานกับแม่น้ําเจ้าพระยาเพื่อการขนส่ง ป้องกันน้ําท่วมและแก้ภัยแล้ง มีการขุดคลองเชื่อม ๒ ฝั่ง ระหว่างอันดามันและอ่าวไทย การเพิ่มการขนส่งทางรางนั้น จะต้องเชื่อมรางกับท่าเรือชายฝั่งและท่าเรือน้ําลึก เช่น เชื่อมจากท่าเรือชายฝั่งก็คือจาก แหลมฉบังหรือว่าจากท่าเรือสุราษฎร์มายังแหลมฉบัง หรือจากท่าเรือชายฝั่งมายังมาบตาพุด มายังสงขลา หรือใช้ท่าเรือเชียงแสนให้เป็นประโยชน์ในการขนส่งทางน้ําได้มากขึ้นนะครับ เชื่อมระบบรางกับเขตเศรษฐกิจพิเศษใน ๑๐ จังหวัด และจังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้เรามีรถไฟความเร็วสูงจากจังหวัดหนองคายมาจังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา ไปที่จังหวัดสระบุรี แล้วก็ไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วก็มาบตาพุดนะครับ เราต้องจัดให้มีการเชื่อมรางกับเขตเศรษฐกิจพิเศษใน ๑๐ จังหวัดเข้าด้วยกันนะครับ แต่ความสําคัญเหล่านี้นั้นปรากฏว่าท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้เมตตาบรรจุ คําว่า โลจิสติกส์ อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่กําลังใช้อยู่นี่นะครับ โดยบรรจุไว้ในมาตรา ๒๙๓ (๗) เป็นการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ข้อความที่บรรจุไว้มีว่า ปฏิรูปเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์ ปฏิรูประบบการขนส่ง รวมทั้งเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งทุกรูปแบบและ ทุกระดับทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อสนับสนุนการจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มคุณภาพชีวิต รวมทั้งสร้างกลไกในความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการปฏิรูปดังกล่าว ปรากฏว่ากราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพครับ กราบเรียนท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยความเคารพครับ เป็นความปลื้มปิติของคนที่อยู่ในแวดวงโลจิสติกส์ แสดงว่าท่านให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่าในมาตรา ๒๗๘ ท่านบัญญัติไว้ว่าอย่างนี้ครับ ข้อความที่ท่านพูดถึงในมาตรา ๒๙๓ (๗) นั้น ท่านใช้มาตรา ๒๗๘ ไปลบล้างทิ้ง มาตรา ๒๗๘ ระบุว่า ความในภาคนี้ให้สิ้นผลบังคับ ในวันที่ถัดจากวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ครบ ๕ ปี เว้นแต่พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวน ไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน รัฐสภา หรือ ครม. เสนอจัดให้มีการออกเสียงประชามติให้ บทบัญญัติในภาคนี้คงใช้บังคับอยู่ต่อไป ซึ่งต้องไม่เกิน ๕ ปีนับตั้งแต่วันที่พลเมืองผู้มีสิทธิ เลือกตั้งโดยเสียงข้างมากออกเสียงประชามติเห็นชอบ ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ นั่นหมายความว่าถ้ารัฐบาลชุดต่อไปในอนาคตไม่ให้ ความสนใจเรื่องโลจิสติกส์ ไม่ให้ความสนใจเรื่องซัพพลาย เชน มาตรา ๒๙๓ (๗) ก็จะหายไปเลย ประเทศไทยระบบโลจิสติกส์อย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ก็ยังมีการใช้การขนส่งทางบกมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์อยู่อย่างนั้น รถไฟที่จะจัดตั้งกรมรางก็ไม่สามารถที่จะบูรณาการกันได้ ปัจจุบันนี้เรื่องของโลจิสติกส์ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบโดยตรง สภาพัฒน์เป็นคนเริ่ม นโยบาย กระทรวงอุตสาหกรรมก็มีเรื่องโลจิสติกส์ แต่ไปฝากไว้อยู่อีกกรมหนึ่ง กระทรวง พาณิชย์ก็มีโลจิสติกส์แต่ไปฝากไว้แค่สํานัก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีโลจิสติกส์ ก็ไปฝากไว้แค่ระดับสํานัก ไม่มีหน่วยงานใดที่จะดูแลเรื่องโลจิสติกส์โดยตรง การบูรณาการ ต่าง ๆ จึงต่างคนต่างทํา ดังนั้นต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศไทยจึงได้สูงถึง ๑๔.๑ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการที่ผมกราบเรียนท่านประธานและท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในรายละเอียดเหล่านี้ก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าเรื่องโลจิสติกส์นั้นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจกัน เป็นเรื่องที่เขากําหนดเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมาเป็นแค่มาตราหนึ่ง แล้ว ๕ ปีให้ยกเลิกไป ดังนั้นผมจึงขอความกรุณา ขอเพิ่มความต่อไปนี้ครับ ในมาตรา ๘๘ หมวด ๒ เรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐครับ รัฐต้องส่งเสริมให้มีการจัดการด้านโครงสร้าง พื้นฐานและโลจิสติกส์โดยจัดให้มีพระราชบัญญัติสภาโลจิสติกส์แห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อคุณภาพ ชีวิตของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในเชิงการแข่งขัน ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ ผมขอกราบเรียนว่าทั้งหมดที่ผมยกมานี้นั้นไม่ใช่เป็นเรื่องเพื่อตัวเองแต่เป็นเรื่องของ เพื่อประเทศชาติในอนาคต ซึ่งเราจะต้องทําการปรับยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ของชาติ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจเท่าที่ควร จะเห็นได้ว่าได้มี กรรมาธิการหลายท่าน ได้มีสมาชิกสภาปฏิรูปหลายท่าน ได้มีการพูดถึงยุทธศาสตร์ของชาติ นะครับ โลจิสติกส์เป็นยุทธศาสตร์ชาติอย่างหนึ่งซึ่งจะต้องบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อเป็น ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้เกิดการแข่งขันนะครับ ผมขอกราบเรียนว่า เรื่องของโลจิสติกส์ขอย้ําว่าไม่ใช่เรื่องของการขนส่ง แต่การขนส่งเป็นส่วนหนึ่งของโลจิสติกส์ โลจิสติกส์นั้นครอบคลุมไปถึงองค์การคลังสินค้า ผมอยากเห็นองค์การคลังสินค้าเป็น หน่วยงานจัดเก็บพืชผลทางการเกษตรของท่านอุทัย ซึ่งท่านพูดถึงเรื่องการเกษตรเยอะมาก แต่ไม่เคยมีใครเอาเรื่องเกี่ยวกับองค์การคลังสินค้ามาเป็นศูนย์รับส่งกระจายสินค้าพืชผลทาง การเกษตร ไม่เคยมีหน่วยงานไหนพูดถึงองค์การคลังสินค้าที่มาพูดถึงสินค้าอุตสาหกรรมจาก เขตเศรษฐกิจพิเศษจะส่งไปถึงชายแดน จากชายแดนจะส่งไปถึงท่าเรือน้ําลึกได้อย่างไร ไม่เคยมีหน่วยงานใดที่จะให้การดูแลเรื่องแอลเอสพี (LSP) ก็คือโลจิสติกส์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Logistics Service Provider) อย่างจริงจัง โลจิสติกส์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์ คือใครก็คือ ผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งมีไม่ต่ํากว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน อาชีพเหล่านี้นับวันจะมี ชาวต่างชาติเข้ามาทําการธุรกิจแข่งขัน เมื่อกี้ท่านจิตร์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านได้ พูดถึงการแข่งขัน ขณะนี้มีบริษัทต่างชาติเข้ามาทําธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทย และถ้า รัฐบาลไทยไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ของชาติ แล้วเราจะไปสู้ ต่างชาติได้อย่างไร ถ้าเมื่อไรก็ตามที่ระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยถูกครอบงําและควบคุม โดยชาวต่างชาติ นั่นหมายถึงว่าบริษัทต่างชาติก็สามารถควบคุมระบบโลจิสติกส์ซึ่งเป็นสาย สําคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศได้ เขาจึงมีสิทธิในการกําหนดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้านการ ขนส่งระหว่างประเทศ จะมีสิทธิในการกําหนดค่าใช้จ่ายการขนส่งในประเทศ มีสิทธิ จะกําหนดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้านการจัดเก็บสินค้า การกระจายสินค้าทุกอย่างอยู่ในมือเขาหมด แล้วประเทศไทยถ้าเป็นอย่างนี้จะอยู่ได้อย่างไร ปัจจุบันนี้ชาวต่างชาติควบคุมระบบ โลจิสติกส์ในภาคเหนือ เช่น อาร์ 3 เอ (R3 A) มีบริษัทต่างชาติมาเปิดบริษัท แล้วตั้ง บริษัท ชิปปิง (Shipping) ดําเนินวิธีการศุลกากร ตลาดไทยถ้าเราเดินไปดู โยนก้อนหินขึ้นไป หนึ่งก้อน หินตกลงมาจะถูกคนต่างชาติที่ไปเปิดธุรกิจอยู่ในตลาดไทย คนเหล่านี้เข้าไปรับซื้อผลไม้ แล้วก็ขนส่งตู้เย็นใส่ตู้รีเฟอร์ (Reefer) จากจันทบุรี จากตราดไปยังเชียงขอม ข้ามสะพานไป ฝั่งห้วยทราย ไปยังบ่อเต็น บ่อหาน แล้วก็ไปยังประเทศจีน ผลไม้ไทยเหล่านี้จะถูกกว้านซื้อ โดยชาวต่างชาติ และใช้วิธีการตั้งล้ง แล้วก็รับซื้อในราคาที่กําหนดโดยคนต่างชาติ แล้วก็ เหมาทั้งสวน สิ่งเหล่านี้คือระบบโลจิสติกส์ที่กําลังถูกต่างชาติรุกราน ผมยังไม่เห็นรัฐบาลไทย ที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมอยากจะเห็นระบบโลจิสติกส์ประเทศไทย ให้มีความสําคัญในระดับยุทธศาสตร์ของประเทศ และเพื่อที่จะเตรียมรองรับสิ่งที่กําลัง เกิดขึ้นเพื่อรองรับเออีซี (AEC) เพื่อรองรับเอฟทีเอ (FTA) เพื่อรองรับการค้าระหว่างประเทศ ที่กําลังจะเข้ามา ผมอยากกราบเรียนว่าสิ่งเหล่านี้นั้น ผมย้ําว่าทั้งหมดที่ผมพูดนั้นผมไม่ได้พูด เพื่อตัวเอง แต่ผมพูดเพื่อประเทศไทยของเราในอนาคต พูดเพื่อลูกหลานไทยที่เกิดมา ในอนาคต ไม่ใช่เกิดไปแล้วทุกอย่างถูกควบคุมโดยชาวต่างชาติ บริษัทต่างชาติทั้งหมด พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าต้องนําปรับใช้อย่างจริงจัง ต้องมีการแก้ไข

และท้ายที่สุด ผมอยากกราบเรียนว่าเรื่องของโลจิสติกส์นั้นเป็นเรื่อง ยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่ต้องให้ความสนใจเอาใจใส่และดําเนินการอย่างจริงจัง จึงขอกราบเรียน ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าช่วยเถอะ ช่วยบรรจุมาตรา ๘๘ ตามข้อความที่ผมอ่าน เมื่อกี้นี้ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๘ ด้วยนะครับ อย่าให้ชาวโลจิสติกส์ทั้งหลายในประเทศไทย ซึ่งมีประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน เกิดความรู้สึกผิดหวังต่อท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเขาจะจําชื่อท่านเอาไว้เลย ทั้งหมด ๓๖ ท่าน เขาจะจําชื่อท่านเหล่านี้ ไว้เลย เพราะว่าเขาหวังว่าท่านจะช่วยดูแลเขา ช่วยดูแลธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทย ช่วยทําให้คนไทยได้มียุทธศาสตร์ชาติ และโลจิสติกส์ของประเทศ ผมกราบเรียนว่าทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกจากส่วนลึกของหัวใจที่อยากเห็นโลจิสติกส์เป็น ยุทธศาสตร์ที่ให้ความสนใจ และขอเถอะครับ ไม่ใช่ว่าพอ ๕ ปีแล้วหมดไปเลย มาตรา ๒๙๓ (๗) กรุณาเขียนใส่ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๘๘ เพิ่มอีกวรรคหนึ่งเข้าไป เพิ่มเนื่องจาก พ.ร.บ. สภาโลจิสติกส์แห่งชาติ ผมขอวิงวอนว่าให้ท่านกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญโปรดให้ความสําคัญในเรื่องแบบนี้ ขอบพระคุณครับ