อมรวิชช์ นาครทรรพ เสนอแนวคิดในการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการปฏิรูปการศึกษา และเสนอแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมกับภูมิสังคมและพัฒนาการของโลก รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และระบบข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดในการคุ้มครองและพัฒนาคนเยาวชน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาสภาพแวดล้อมและปัจจัยเสี่ยงต่อเด็ก และเสนอให้เพิ่มมาตราในกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ผม อมรวิชช์ นาครทรรพ สปช. ด้านการศึกษาครับ ผมจะขออนุญาตอภิปราย ในเวลาที่มี ๑๐ นาที เพียง ๒ มาตราคือมาตรา ๘๔ แล้วก็มาตรา ๘๕ ในเรื่องของการศึกษา แล้วก็เรื่องเด็ก เยาวชน
ในส่วนแรก เรื่องการศึกษาครับท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการ โดยหลักคิดที่ว่า เรื่องการปฏิรูปการศึกษานั้นคงต้องยึดหลักของการกระจายอํานาจ เรื่องของการ จัดการศึกษาที่จัดเป็นพื้นที่ตอบโจทย์เรื่องเศรษฐกิจสังคมตามสภาพระบบเศรษฐกิจและ ภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ เรื่องนี้เป็นเรื่องซึ่งโดยตรรกะของการปฏิรูปนั้นต้องสร้างการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน ตรงนี้เองผมคิดว่าเรื่องที่ขาดหายไปและอาจจะขออนุญาตเพิ่มเติมในเรื่องนี้ เป็นอีกอนุมาตราหนึ่งก็คือเรื่องบทบาทของภาคเอกชน ซึ่งผมคิดว่าจะมีส่วนสําคัญมาก ในการเข้ามาเป็นข้อเหวี่ยง มาเป็นคานงัดสําคัญในการปฏิรูปการศึกษาหลาย ๆ ด้าน อันที่จริงตอนนี้ที่มีการวิพากษ์การศึกษาไทยอยู่มากว่าเราล้มเหลวในแทบจะทุก ๆ ด้าน ที่จริงก็มีหน่ออ่อนแห่งความริเริ่มที่ดีเกิดขึ้นมากมายนะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณที่เป็น ความร่วมมือกับภาคเอกชนที่ทําให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ท่านอาจจะไม่ทราบว่าตอนนี้เรามีเด็กนักศึกษาอาชีวะร่วม ๖๐,๐๐๐ คน จากสถาบันอาชีวะร่วม ๔๐๐ แห่ง ร่วมมือกับสถานประกอบการประมาณ ๘,๐๐๐ แห่ง ทําสิ่งที่เรียกว่าการอาชีวะ ทวิภาคีที่ให้นักศึกษาอาชีวะเข้าไปทํางาน ในสถานประกอบการขณะที่เรียนอาชีวะอยู่ แล้วก็ประกันการจ้างงาน หลายคนที่จบในสาขา ที่เป็นความต้องการสูงได้เงินเดือนสูงกว่าระดับปริญญาตรีด้วยซ้ําไป ในระดับอุดมศึกษาเอง หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าตอนนี้เรามีนักศึกษาประมาณ ๓๐,๐๐๐ คนทุกปี ที่เรียน ในหลักสูตรที่เรียกว่าสหกิจศึกษา ที่มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมประมาณ ๑๐๐ แห่ง ร่วมกับ สถานประกอบการอีกประมาณกว่า ๑๐,๐๐๐ แห่ง สิ่งเหล่านี้เป็นการริเริ่มที่ดีครับ แต่คงต้องการการสานต่ออีกมากมาย ต้องการการกระตุ้น การส่งเสริมที่นําภาคเอกชน มาเป็นคานงัดสําคัญในการทําให้เรื่องความร่วมมือเรื่องนี้นําไปสู่การปฏิรูปการศึกษา ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ ตอบโจทย์ตลาดงานได้อย่างแท้จริง ในส่วนเรื่องของการวิจัยเช่นกัน มีหน่ออ่อนแห่งความริเริ่มเกิดขึ้นดี ๆ มากมายในอดีตนะครับ เป็นงานวิจัยซึ่งผมใช้คําว่า เป็นงานวิจัยซึ่งเคี้ยวได้ กินได้ เปลี่ยนชีวิตประชาชนได้ ท่านสมาชิกอาจจะไม่ทราบนะครับ ตอนนี้อาหารที่เราทาน ๆ กันอยู่ จะเป็นมะเขือ พริก แตงกวาที่เราทานกันในห้องอาหาร ทุกวัน ๆ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ มาจากเมล็ดพันธุ์ที่เป็นการพัฒนาพันธุ์ของนักวิจัยของอาจารย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งธุรกิจตลาดเมล็ดพันธุ์พืชนี่ไปเป็นธุรกิจซึ่งมีมูลค่าการตลาด ปีหนึ่งร่วม ๗,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าตลาดก็ถือว่าไม่น้อย นี่ก็เป็น สิ่งที่เราบริโภคทุกวัน อันนี้เป็นงานวิจัยที่ผมใช้คําว่าเปลี่ยนชีวิตประชาชนได้ เคี้ยวได้ กินได้ นะครับ กระดาษที่ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกใช้เขียนอยู่ทุกวัน ๆ นี้ ๑ ใน ๔ เป็นกระดาษ ที่ผลิตในพื้นที่ภาคตะวันตกซึ่งแต่เดิมผลิตไม่ได้เนื่องจากดินมีความเป็นด่างสูง นี่ก็เป็นฝีมือ ของนักวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เข้าไปพัฒนาพันธุ์ยูคาลิปตัสที่ทนด่างได้ดีทําให้เกิด พื้นที่การผลิตยูคาลิปตัสซึ่งเอามาทํากระดาษนี้ในพื้นที่ภาคตะวันตกร่วม ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ คิดเป็นมูลค่าร่วม ๔,๐๐๐ ล้านบาท นี่ก็เป็นฝีมือของนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งร่วมมือกับบริษัทเยื่อกระดาษนะครับ สิ่งเหล่านี้เป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนที่นําไปสู่ การเปลี่ยนแปลงชีวิตประชาชน นําไปสู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ แต่สิ่งเหล่านี้คงจะสานต่อไป ไม่ได้ไกล ถ้าเราไม่มีการส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงจัง ที่ผ่านมามันเป็นการร่วมมือเฉพาะราย เฉพาะกิจ เฉพาะกรณี ผมจึงใคร่อยากขอเสนอว่า
ในประเด็นแรก ในมาตรา ๘๔ อยากขอเสนอท่านคณะกรรมาธิการได้กรุณา พิจารณานะครับ ถ้าจะเติม (๗) อีกสัก ๑ ข้อ ที่อาจจะเขียนว่าเป็นเรื่องการส่งเสริมสนับสนุน ให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทสําคัญในการจัดการศึกษาและการวิจัยเพื่อตอบสนอง การพัฒนาประเทศ ก็จะเป็นประโยชน์ แล้วก็จะเป็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่จะสําคัญมาก ในการทําให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนสําคัญในการปฏิรูปการศึกษาครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานยังคงอยู่ในมาตรา ๘๔ นะครับ เห็นด้วยกับ ท่านสมาชิกบางท่านที่อภิปรายก่อนหน้านี้ว่าสังคมไทยกําลัง ที่จริงเป็นสังคมซึ่งเราก็เป็น สังคมซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมานานแล้วนะครับ แล้วจะหลากหลายยิ่งขึ้น เรามีทั้งชนกลุ่มน้อย ลูกชนเผ่า มากมายบนแผ่นดินนะครับ ที่ผมคิดว่าเรื่องการศึกษา เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลายนี้เป็นเรื่องสําคัญมาก ตรงนี้เองก็อยากจะขอท่านกรรมาธิการได้พิจาณาเพิ่มเติมนะครับ ในมาตรา ๘๔ (๑) นี้นะครับ ในส่วนที่ได้เขียนถึงเรื่องการจัดการศึกษาที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางนะครับ พัฒนาคนให้เกิด ความรู้ มีศีลธรรม พัฒนาจิตใจ ปัญญาและทักษะชีวิต ให้กรุณาพิจารณาเพิ่มเติมสักประโยค นะครับ เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมนะครับ
ประการที่ ๓ เรื่องการศึกษาตลอดชีวิตครับท่านประธาน ผมคิดว่าประเทศไทย จะหลุดจากกับดักรายได้ประเทศปานกลางไม่ได้ถ้าไม่พูดเรื่องการศึกษาของแรงงานไปจนถึง การศึกษาตลอดชีวิตนะครับ รวมไปถึงการศึกษาของผู้สูงอายุด้วยนะครับ ใน ๑๐ ปีข้างหน้า ประชากร ๒๐ เปอร์เซ็นต์จะเป็นผู้สูงอายุนะครับ แล้วก็ในอีก ๑๕ ปีข้างหน้าประชากร ผู้สูงอายุจะมีมากกว่าจํานวนเด็กประมาณ ๒ เท่านะครับ แล้วก็จะเพิ่มขึ้นเป็น ๑ ใน ๓ ของประชากรทั้งหมดภายใน ๓๐ ปี คือปี ๒๕๘๘ สิ่งเหล่านี้ต้องการสิ่งที่ผมเรียกว่า เป็นการศึกษาตลอดชีวิตนะครับ ในประเด็นนี้ก็อยากจะขอเสนอท่านกรรมาธิการได้กรุณา พิจารณาว่า ใน (๔) ที่เขียนว่า มีการพัฒนาหลักสูตรทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่นเพื่อให้มีการ เรียนการสอนที่เหมาะสมกับภูมิสังคมและพัฒนาการของโลกนะครับ อยากจะขอเสนอ พิจารณาแก้ไขเป็น มีการพัฒนาหลักสูตรทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการศึกษา ตลอดชีวิตสําหรับประชาชนทุกช่วงวัยครับ ที่ผมคิดว่าจะเป็นการวางทิศทาง การวาง แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ
ประเด็นที่ ๔ ในมาตรา ๘๔ เช่นกันครับ (๖) เรื่องการส่งเสริมการศึกษาวิจัย ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ผมขอเรียนสั้น ๆ ว่าผมสนับสนุนประเด็นของท่านอาจารย์ ชัชนาถ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ที่น่าจะยกเรื่องนี้เป็นอีกมาตราหนึ่งนะครับ ที่น่าจะพูดถึง เรื่องสําคัญ ๒-๓ เป็นอย่างน้อยนะครับ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ด้านระบบวิจัยของประเทศและการลงทุนด้านการวิจัยของประเทศ แล้วเรื่องที่สําคัญมาก ก็คือเรื่องระบบข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับเรื่อง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีทั้งสิ้น ก็อยากเสนอเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งให้คณะกรรมาธิการ ได้กรุณาพิจารณาว่าในมาตรา ๘๔ (๖) ในเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี น่าจะให้ความสําคัญ มากกว่านี้หรือไม่ เพราะว่าแทบทุกประเทศที่ประสบความสําเร็จในการปฏิรูป ใช้เรื่อง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนทั้งสิ้นนะครับ
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ในมาตรา ๘๕ เรื่องเด็ก เยาวชน ผมคิดว่า ก็ต้องขอบพระคุณท่านกรรมาธิการนะครับได้กรุณาเน้นย้ําเรื่องนี้ แต่คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเพิ่ม ประเด็นสําคัญไปอีกเรื่องหนึ่งครับ ตอนนี้เรามีปัญหาเรื่องสภาพแวดล้อมทางสังคม แล้วก็ ปัจจัยเสี่ยงกับเด็กค่อนข้างมาก เรามีแม่วัยรุ่นปีหนึ่ง ๑๓๐,๐๐๐ คนนะครับ ปีหนึ่ง ๓๖๕ วัน หารก็วันละ ๓๕๖ คนมาทําคลอด เรามีเด็กในสถานพินิจเกือบ ๆ ๕๐,๐๐๐ คน เรามีเด็กที่ ถูกละเมิดทางเพศ ๑ คนทุก ๒ ชั่วโมงนะครับ ปีหนึ่งกว่า ๔,๐๐๐ คน ผมอยากขอ ความกรุณาท่านกรรมาธิการได้พิจารณาที่ได้กรุณาเขียนไว้แล้วนะครับ ว่ารัฐต้องคุ้มครอง และพัฒนาเด็กเยาวชนให้มีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรมและ จริยธรรม อยากให้เติมสักประโยคเถอะครับที่ผมว่าสําคัญมากจะเป็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ที่สําคัญมากนั่นก็คือเรื่องของการจัดสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กนะครับ หรือท่านจะเขียนในลักษณะที่ตรงไปตรงมาอย่างที่ผมเห็นก็ได้นะครับ นั่นก็คือเรื่องการขจัด สภาพแวดล้อมและปัจจัยเสี่ยงสําหรับเด็ก ซึ่งอันนี้คิดว่าจะเป็นประเด็นสําคัญที่ทําให้ มาตรานี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ ผมก็ขออนุญาตเสนอความคิดเห็นในการเสนอแก้ไขเพียง ๒ มาตราเพียงเท่านี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ