เทียนฉาย กีระนันทน์ แจ้งเวลาพูดของท่านว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ และหารือเรื่องการค้าปลีกที่มีการผูกขาดของธุรกิจรายใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนมีรายได้น้อย และขอขอบคุณและเรียกคุณศานิตย์ นาคสุขศรี มาพูดในเวลา 10 นาที
ตกลงท่านใช้ไป ๑๒ นาที ๑๕ วินาที เชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ คุณจิตร์เหลือ ๕ นาทีนะครับ
ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม ขออภิปรายในมาตรา ๘๘ นะครับ ซึ่งอยู่ในภาค ๒ หมวด ๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๘๘ นั้นขอเสนอแนะในวรรคสอง วรรคหนึ่งนั้นคงไม่มีข้อเสนอแนะใด ๆ ทั้งสิ้น ในวรรคสองนั้นขอให้ใช้ข้อความใหม่ดังนี้นะครับ รัฐต้องส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบเสรี อย่างเป็นธรรม เกิดการกระจายรายได้สูงสุดและลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจและสังคม มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน และนําหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการประกอบกิจการ รวมทั้งส่งเสริม และสนับสนุนให้องค์กรภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในทางเศรษฐกิจทั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในทางเศรษฐกิจของประเทศ คุ้มครอง ส่งเสริม และขยายโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน และต้องป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ส่วนวรรคสามและวรรคสี่คงเดิมนะครับ ด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้นะครับ เนื่องจากปัจจุบันนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยถูกผูกขาดโดยทุนใหญ่ นะครับ ท่านจะเห็นว่าการค้าในปัจจุบันนี้โดยเฉพาะในภาคของการค้าปลีก ค้าส่ง จะมีโมเดิร์น เทรด (Modern trade) กับเทรดดิชันนอล (Traditional) คือการค้าแบบใหม่ กับการค้าแบบโบราณซึ่งเราเห็นกันก็คือพวกโชห่วย การค้าปลีกแบบใหม่นั้นจะเห็นว่า ประกอบไปด้วยธุรกิจใหม่ ๆ อย่างเช่น ดิสเคาท์ สโตร์ (Discount store) หรือซุปเปอร์ เซนเตอร์ (Super center) ที่รู้จักใน ๓-๔ รายยักษ์ใหญ่นะครับ ประเภทที่ ๒ คือซุปเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ประเภทที่ ๓ คือ ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ (Department store) ประเภทที่ ๔ คือ คอนวีเนียนซ์ สโตร์ (Convenience store) ซึ่งขณะนี้รายเดียวก็มีตั้ง ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ สาขา แล้วนะครับ ประเภทที่ ๕ คือโฮลเซล แคช แอนด์ แคร์รี (Wholesale cash and carry) อันนี้ก็มีแมคโครประเภทเดียว ประเภทที่ ๖ คือสเปเชียลตี สโตร์ (Specialty store) อย่างบูธกับวัตสัน ประเภทที่ ๗ แคททีคอรี คิลเลอร์ (Category killer) นะครับ อันนี้เดี๋ยวนี้ ก็เลิกไปแล้ว ประเภทที่ ๘ เกิดใหม่ครับ ดิสเคาท์ คอนวีเนียนซ์ สโตร์ (Discount convenience store) มีการลดราคาในส่วนนี้ และประเภทที่ ๙ ขณะนี้คือ คอมมูนิตี มอลล์ (Community mall) นะครับ ทั้ง ๘-๙ ประเภทนั้นก็นําหน้าเทรดดิชันนอล ไปแล้ว แล้วโดยขณะนี้ถ้าจะติดตามจะเห็นว่าการค้าปลีกโดยเฉพาะในส่วนของค้าปลีก ขนาดใหญ่ซึ่งมี ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ สาขาทั่วประเทศ เขากําลังขยายกิจการที่จะครอบคลุม ไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามสั่ง แม้กระทั่งตอนนี้มีการซักเสื้อซักผ้านะครับ แล้วล่าสุดก็คือ มีไวท์ ฮอร์ส (White horse) คือม้าขาว คือจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่รู้จะมี อะไรอีก อนาคตอาจจะขายหวย ขายอะไรก็ไม่รู้ ที่จะตามมา สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าที่ให้มี การเพิ่มเติมในส่วนของมีเกิดการกระจายรายได้สูงสุดก็เพราะว่าการที่เสรีและเป็นธรรม มันเป็นในแง่ของกฎหมาย เพราะฉะนั้นเขาทําการค้าเสรีและเป็นธรรมในแง่กฎหมาย แต่ไม่เกิดการกระจายรายได้ เกิดกระจุกตัว ประชาชนคนไทยจะเอาอะไรกินนะครับ อนาคตข้างหน้าคงไม่มีอาชีพ อาหารตามสั่งแน่นอนครับ ต้นทุนของเขานั้นทั้งซัพพลาย เชน (Supply chain) ราคาถูกหมด แต่ของประเภทร้านเล็ก ๆ นั้นอยู่ไม่ได้เพราะต้นทุนสูง กาแฟสดข้างนอก ๔๕ บาท ๕๕ บาท แต่ของเขาประมาณ ๓๕ บาทนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดการสยายปีกในส่วนนี้ไปแล้ว และตอนนี้กําลังดีล (Deal) กับห้างใหญ่ห้างหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นทั้งค้าส่ง ทั้งค้าปลีกรายใหญ่ ทั้งซุปเปอร์ เซนเตอร์ ถ้าตกอยู่ในกํามือเมื่อไร ผมคิดว่าอนาคตการประกอบการของคนไทยคงจะทํางานลําบากนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของลดความเหลื่อมล้ําก็เหมือนกัน ที่ให้ไปอยู่ในเรื่องของลดความเหลื่อมล้ํา ทางเศรษฐกิจและสังคมก็เพราะว่าความเหลื่อมล้ํานั้นมันไม่ใช่เรื่องของรายได้อย่างเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเอาความเหลื่อมล้ําไปอยู่ตอนหน้า มันก็เหมือนกับว่าการค้าที่ลดความเหลื่อมล้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ มีงานวิจัยของสถาบันการศึกษาใหญ่ ๆ แห่งหนึ่งนะครับ ศึกษาเมื่อปี ๒๕๒๙ ขณะนั้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์บนที่รวยสุด กับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ล่างที่จนสุด ห่างกัน ๒๐ เท่า รายได้ต่างกัน ๒๐ เท่า ปี ๒๕๕๔ มาทํางานวิจัยใหม่ ปรากฏว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์บนกับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ล่าง ต่างกัน ๒๑ เท่า มันหมายถึงอะไร มันหมายถึง การพัฒนาเศรษฐกิจของเรามันล้มเหลวใช่หรือไม่ มันทําให้ไม่เกิดการกระจายรายได้ ใช่หรือไม่ ถ้าอนาคตข้างหน้าเหลือแต่รายใหญ่รายเดียวหรือไม่กี่รายที่รัฐจะส่งเสริมให้เกิดเสรี นะครับ ผมย้ําว่าเสรีและเป็นธรรมตามกฎหมาย ขณะที่คนไม่มีทางที่จะทํามาหากินเป็นได้ แค่ลูกจ้าง เราจะมีค่าแรงขั้นต่ําไปทําไม ผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่เคยส่งลูกส่งหลานเรียน จนจบดอกเตอร์มาจะทําอะไรกิน เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เขียนเอาไว้ในเรื่องการส่งเสริม เสรีเป็นธรรม ให้เกิดการกระจายรายได้สูงสุดแล้วเพื่อจะไปลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ และสังคม ผมคิดว่าประเทศนี้คงหาทางออกได้ลําบาก อนาคตข้างหน้าเราอาจจะมีแต่โจร หรือรั้วของเราอาจจะต้องสูงถึง ๖ เมตรเหมือนในทวีปแอฟริกาใต้นะครับ ส่วนในเรื่องของ สุดท้ายที่ขอแก้ไขเป็น ป้องกันการแก้ไขที่ไม่เป็นธรรม ตัดคําว่า ผูกขาด เพราะใน พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า มันมีไม้กระบองอยู่ ๕ ตัวนะครับ ผูกขาดเป็นเพียงตัวหนึ่งเท่านั้น นะครับ มีเรื่องการควบรวม มีในเรื่องของในการที่ฮั้วกันนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ฝากไว้ ว่าถ้าจะทําให้เศรษฐกิจรากหญ้า หรือเรียล เซคเตอร์ (Real sector) เป็นไปตามที่เรา ต้องการและเกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง เกิดการกระจายรายได้ สิ่งนี้เป็นสิ่งสําคัญที่จะ นําไปสู่การลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจและสังคมครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เรียนเชิญคุณศานิตย์ นาคสุขศรี ครับ ๑๐ นาทีครับ