สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๘

ชัยพร ทองประเสริฐ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดความเหลื่อมล้ำและกระจายอำนาจให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการปฏิรูปภาครัฐ และการกระจายอำนาจให้มากขึ้น เพื่อพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรบริหารท้องถิ่นขนาดใหญ่ และเรียกร้องให้กระจายอำนาจจริง ๆ โดยจะต้องเขียนชัดว่าบังคับว่าจะต้องกระจายไป

นายชัยพร ทองประเสริฐ

ท่านประธานสภา ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านกรรมาธิการ กระผม นายแพทย์ชัยพร ทองประเสริฐ สปช. จังหวัดอํานาจเจริญครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณแล้วก็ชื่นชมที่คณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญได้อุตสาหะภายใต้ระยะเวลากรอบจํากัด แล้วก็ภาวะพิเศษ ซึ่งมีเงื่อนไข หลายประการ ซึ่งเราต้องมาช่วยกันในการที่จะฟื้นฟูประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน แล้วก็สันติสุข อย่างไรก็ตามภายใต้การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ สิ่งหนึ่งซึ่งเรารอคอยก็คือว่า กรอบกติกาที่จะมาเป็นหลัก สถานการณ์ของประเทศเกิดความแตกแยก มีความรุนแรง มีการทุจริต มีการหาผลประโยชน์ส่วนตัวและพรรคพวก มีการโทษกันไปโทษกันมา ปัจจัยที่ เกี่ยวข้องเยอะมาก และปัจจัยหลายอย่างน่าจะนําประเทศไปสู่ความถดถอยในอนาคตได้ ถ้าเราไม่ร่วมมือกัน อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายในขณะที่เกิดปัญหาก็มีการโทษกันนะครับว่า นักการเมืองโกงกิน ข้าราชการตามน้ํา สื่อขายตัว เมื่อไรข้าราชการ นักธุรกิจมาเจอกับ นักการเมือง โกงแน่ ปัญหาของประเทศภายใต้ความสับสนวุ่นวายอย่างนี้ละครับ ในสถานการณ์พิเศษอย่างนี้ เราต้องถือวิกฤติเป็นโอกาส ถ้าเราสาวลึกลงไปว่าพื้นฐานของปัญหาเกิดจากอะไร ของประเทศ ปัจจัยที่สําคัญก็คือว่าที่มันเกิดความแตกแยก ความรุนแรง เนื่องจากมันมี ความเหลื่อมล้ํามากเกินไปในสังคม คนรวยจํานวนน้อยรวยมาก คนจนจํานวนมากจนจริง ๆ ขาดโอกาส แล้วภายใต้ปัญหาของการรวบรวม มีการรวมอํานาจ การกระจุกอํานาจ ทําให้มี โอกาสของการบิดเบือน เล่นพรรค เล่นพวก หาผลประโยชน์ แล้วก็โกงกินทุจริต ผมก็ดีใจนะครับว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ได้ไปดําเนินการภายใต้ระยะเวลาที่จํากัดแล้วก็รับฟัง เสียงจากทุกฝ่าย ในขณะที่พวกเราเองรับฟังเสียงมาจากภาคประชาชน คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญเองก็ฟังเสียงทั้งจาก สนช. ทั้งจากพรรคการเมือง แล้วก็ภายใต้สถานการณ์ แบบนี้แล้วอยากจะให้หลาย ๆ เรื่องได้บรรจุเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเป็นบรรทัดฐานได้ เรื่องความยาวมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าสมมุติว่ามันจะกะทัดรัด เป็นไปได้ ก็จะเป็นประโยชน์ มีหลายคนได้พูดไปถึงเรื่องของการที่จะลดความเหลื่อมล้ํา คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้กรุณาแบ่งเป็นในเรื่องของหมวดสิทธิ แนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐและการปฏิรูป มีการพูดถึงเรื่องสถาบันการเมือง มีการพูดถึงเรื่องสิทธิ หมายถึงการสร้างความเข้มแข็งในฐานรากของชุมชนท้องถิ่นกันไปพอสมควรแล้ว ในเวลาที่ จํากัดผมเองก็ต้องขอเรียนประธานอย่างนี้นะครับ ถ้าผมเกินเวลา ๑๐ นาที ผมก็ขอเอาไปหัก ในรอบสองที่ผมจะพูดภาค ๔ ในเรื่องของการปฏิรูป ในส่วนที่สําคัญที่สุดก็คือการจัดการ ภาครัฐ การจัดการภาครัฐตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินซึ่งมีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น มันมีส่วนท้องถิ่นมาก วันนี้ส่วนราชการเองเวลาปฏิรูปเราก็รู้ว่าส่วนราชการ อุ้ยอ้าย ไม่มีประสิทธิภาพ ซ้ําซ้อน ถ้าเราแลหลังไป ถ้าเราอยากปฏิรูประบบราชการก็เอา ข้าราชการมาคุยกันเพื่อลดกําลังภาครัฐจาก ๑๔ กระทรวงมันก็เลยเหลือ ๒๐ กระทรวง จาก ๑๓๐ กรม มันก็เกือบจะ ๒๐๐ กว่าแล้ว เพราะฉะนั้นภาครัฐเองไม่มีประสิทธิภาพและ ซ้ําซ้อนวันนี้ท้องถิ่นมาก มีการพยายามที่จะให้มีการกระจายและมอบภารกิจไปท้องถิ่นก่อน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นแผน แผนมันก็ไม่ต้องทํา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จึงรู้ว่าถ้าทําเป็น แผนเฉย ๆ ไม่ได้ต้องออกเป็น พ.ร.บ. แผน ต้องมีสภาพบังคับ พอออกเป็น พ.ร.บ. แผน ก็จะเห็นว่ามี พ.ร.บ. ออกมาขั้นตอนที่ ๑ การกระจายอํานาจจะเห็นว่าภายใต้สถานการณ์ ที่มีทุกข์บีบคั้นภัยคุกคามก็จะกระตือรือร้นกันนะครับ ปี ๒๕๔๙ ได้กําหนดทั้งระยะเวลาและ เป้าหมาย ปริมาณ พอใกล้จะปี ๒๕๔๙ ก็ดิ้นรนกันไป ก็ที่บอกนะครับ ถ้าไม่มีเหตุการณ์พิเศษ ปี ๒๕๔๙ ก็ผิดกฎหมายกันเยอะเลย ในเรื่องนี้ละครับสําคัญ เพราะฉะนั้นในการลดความเหลื่อมล้ํา ในการที่จะวางโครงสร้างให้มีประสิทธิภาพการปฏิรูปประเทศจึงสําคัญ เรารู้ว่าจะต้องมีเรื่อง ที่จะต้องทํามาก ถ้าเราคิดแบบเดิม ๆ ว่าถ้ามีเรื่องจะต้องทํามากก็ต้องตั้งหน่วยงานเพิ่ม แล้วหน่วยงานที่เพิ่มก็เพิ่มไป ท้องถิ่นอยากทํางานอะไรก็เพิ่มไป ไม่มีปัญหาถ้ามีคนจ่ายเงิน แล้วเงินพอ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ มันเค้กก้อนเดียวกัน ในสถานการณ์การกระจายอํานาจมันจึง ไม่เกิดขึ้น เรามีประสบการณ์เรียนรู้จากสถานการณ์ พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนฯ ว่า การกระจายอํานาจมันจะต้องดูว่าเจ้าของอํานาจเดิม ดูภารกิจและความพร้อมของคน จะรับอํานาจเดิมนี่มันอาจจะมีจุดอ่อน เพราะเราเร่งตามแผนแรก ๒๖๘ ภารกิจ เดินได้น้อย มากครับ แล้วสําคัญที่สุดปริมาณงานนี่ เจ้าของอํานาจเองโดยธรรมชาติไม่มีใครอยากจะสูญเสียอํานาจ และสําคัญอีกอันหนึ่งก็คือหน่วยงานที่เราจะต้องรองรับภารกิจในขณะที่ใหม่ แล้วยังไม่พร้อม ก็จะมีปัญหา วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของการ กระจายอํานาจท่านตั้งเอาไว้เป็นหมวด ในหมวด ๗ ๖ มาตรา แล้วในหมวดของการปฏิรูปอีก ๑ มาตรา ในส่วนนี้ผมคิดว่าผมจะขอใช้เวลาภาคหลังไปพูดถึงในเรื่องของการปฏิรูปการ กระจายอํานาจ แต่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต แล้วชวนมาดูว่าประสบการณ์ถ้าไม่มีสถานภาพ บังคับไม่สร้างสถานการณ์ว่าทุกคนจะต้องกระจายเป็นภารกิจ มันก็จะเป็นปัญหาการ เจริญเติบโตขึ้นของทุกหน่วยงาน สร้างอาณาจักรตนเอง เป็นภาระของประเทศ

มาดูมาตรา ๘๒ ก็ขอดู (๓) นะครับ การกระจายอํานาจและการจัดภารกิจ อํานาจหน้าที่และขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจนระหว่างส่วนราชการ ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรบริหารท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคํานึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้นผมก็ว่าได้ใจเยอะนะครับ แล้วถ้าเขียน อย่างนี้ก็น่าจะดีสิครับ

มาดูต่อไป วรรคสอง ต่อจาก (๗) เป็นวรรคสอง การจัดทําบริการสาธารณะใด ที่องค์กรบริหารท้องถิ่น ชุมชน หรือบุคคล มีในเจตนารมณ์แล้วนะว่าบุคคลหมายความว่าอะไร สามารถดําเนินการได้โดยมีมาตรฐานคุณภาพและประสิทธิภาพไม่น้อยกว่ารัฐ ถ้าคนอื่นทําได้ หน่วยงานอื่นทําได้ไม่น้อยกว่ารัฐ รัฐพึงกระจาย ฟังดูถ้าจะดีนะ แต่ว่าผมเรียนนะครับว่า ถ้าเขียนอย่างนี้จะไม่กระจาย เรามีประสบการณ์ พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนฯ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้ว ขนาดมีกฎหมาย มีสภาพบังคับก็ยังไม่เดิน รัฐพึงกระจาย ภารกิจดังกล่าวให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน หรือเอกชนดังกล่าวดําเนินการภายใต้ การกํากับดูแลที่เหมาะสมจากรัฐ แล้วจะต้องเขียนว่าอะไร ผมไม่ต้องคิดใหม่หรอกครับ ท่านลองไปดูมาตรา ๒๑๑ วรรคสอง ดูนะครับ ก็เขียนไว้ดีแล้วนี่ครับ ทําไมไม่ใช้คําเหมือนเดิม วรรคสอง ข้อความเกือบเหมือนกันเลย การกระทําบริการสาธารณะใดที่ชุมชนหรือบุคคล สามารถดําเนินการได้โดยมีมาตรฐาน คุณภาพและประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าองค์กรบริหารท้องถิ่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องกระจายครับ อันนี้ผมเห็นว่า ๑.นี่นะครับ ฝากนิดเดียวครับ ไปดูเจตนารมณ์ ๒ มาตรานี้การนิยามศัพท์จะไม่เหมือนกัน ท่านก็ไปแก้เสีย ให้มันตรงกัน แล้วก็เติมไปเสีย ผมขอต่อเลยนะครับ จะไปหักเวลาช่วงหลังครับ แล้วถ้าท่าน จะกรุณา แล้วเห็นประโยชน์ว่าภาครัฐวันนี้เราก็เห็นพวกเรากันเองนี่มานั่ง ไม่มีการเสนอ องค์กรไหนยุบได้หรอกครับ แต่ว่าในเจตนารมณ์ของท่านว่าถ้าการจัดบริการที่เขาพร้อม แล้วเขาได้ดีต้องไปตามกฎหมายมันก็ยุบโดยปริยายอย่างนี้เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอ ความกรุณาท่านว่าถ้าจะให้มันเกิดการกระจายอํานาจจริง ๆ มันก็จะต้องเขียนซึ่งท่าน ก็เจตนาดีแล้วละครับ ก็เขียนเสียให้ชัดว่าบังคับ ว่าจะต้องกระจายไป ถ้าเขาจัดได้ดีกว่า เพราะว่าเดิมเรามีข้อมาทักท้วงกันว่าท้องถิ่นไม่พร้อม วันนี้มันก็เขียนชัดแล้วว่าเขาจัดได้ดี แล้วก็ได้ดีกว่า การกระจายอํานาจมันจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายต่ํา วันนี้ถ้าเกิดปัญหาซึ่งเขายกคําพังเพยว่าถ้าไฟไหม้อยู่เชียงใหม่ ไฟไหม้สุราษฎร์ธานี ไฟไหม้ อุบลราชธานีจะเอาน้ําจากเจ้าพระยา เอาคนจากคนกรุงเทพฯ ไปดับนี่มันไม่ทันหรอกครับ การกระจายอํานาจจึงเป็นแนวทางของการปฏิรูปในการพัฒนาระบบของรัฐ ผมจะเชื่อมไว้นิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าไว้เวลาถึงภาคปฏิรูปเดี๋ยวจะไม่มีโอกาสได้พูด ว่าในส่วนของท้องถิ่นที่ท่านเขียนไว้ในมาตรา ๒๘๕ ท่านกําหนดระยะเวลาในเรื่องของการ ที่จะให้มีองค์กร การจัดองค์กรท้องถิ่นได้ แต่สําคัญที่สุดผมฝากนิดเดียวครับ เรามีประสบการณ์แล้ว ท่านต้องกําหนด หาทางที่จะกําหนดให้มีปริมาณระยะเวลาซึ่งต้อง กระจายในหมวดปฏิรูปด้วย วันนี้ผมก็อยากจะขอขอบพระคุณในส่วนของกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญที่ดูแลเรื่องท้องถิ่นนะครับ แล้วท่านก็ประสานกัน ปรึกษากันตลอด แล้วเรื่องนี้ มันต้องเชื่อมกันหลายอย่าง ผมเองขออนุญาตอภิปรายในเบื้องต้นเท่านี้นะครับ แล้วเรื่องนี้ จะต่อในเรื่องของการปฏิรูปอีกทีครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ