สุชาติ นวกวงษ์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยเสนอการเปลี่ยนแปลงมาตรา 7, 8 และ 86 เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปที่มีภาคเอกชนเป็นหนึ่งในองค์กรที่เกี่ยวข้อง และเรียกร้องให้รัฐดูแลการให้บริการสาธารณสุขภาคเอกชน เนื่องจากภาคเอกชนให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชนประมาณ 46 ล้านครั้ง และมีโรงพยาบาลเอกชนประมาณ 424 แห่ง สุชาติ นวกวงษ์ ยังหารือเรื่องการบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเรียกร้องให้รัฐบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและชุมชน
ทราบครับ สวัสดีครับท่านประธานครับ เมื่อวันจันทร์ผมใช้เวลาไป ๘ นาทีแล้วครับ วันนี้ผมกลับมาขออนุญาตพูดถึงรัฐธรรมนูญ ที่ผมได้รับมาเมื่อวันเสาร์อีกครั้งหนึ่ง ผมก็จะขอพูดแบบเดิมครับ นั่นคือผมเป็นพลเมือง เพราะว่าผมได้รับการยกฐานะในรัฐธรรมนูญให้ผมเป็นพลเมือง ผมมีความภูมิใจที่ได้เป็น พลเมือง เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรม นําชาติสู่สังคม เพราะฉะนั้นผมก็พอใจแล้วก็ภูมิใจที่ท่านกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณายกให้ผมเป็นพลเมืองนะครับ ผมคงไม่สามารถอภิปรายทั้งหมด ได้นะครับว่าการเป็นพลเมืองจะต้องทําอย่างไร แต่ว่าในฐานะพลเมืองผมก็ขอขอบคุณ ที่ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาเอารัฐธรรมนูญมาให้ผมอ่านนะครับ แล้วก็ผมมี ความเห็นอะไร ผมก็จะขอปรึกษากับท่านประธานเพื่อที่จะเรียนไปถึงท่านกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ
ครั้งนี้ผมจะพูดถึงภาค ๒ ในส่วนของผู้นําการเมืองเล็กน้อย แล้วก็จะพูดถึง เรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เพราะว่ามาตรา ๗๓ บอกว่ารัฐต้องมีผู้นําการเมืองที่ดี ต้องเป็นคนดีด้วยนะครับ ผมเชื่อว่าถ้าเรามีผู้นําทางการเมืองที่ดี ประเทศก็อาจจะมี การพัฒนาที่ดีขึ้นนะครับ แล้วก็ในมาตรา ๗๔ บอกว่าผู้นําการเมืองต้องมีจริยธรรมที่ดีนะครับ ท่านประธาน ทีนี้ผมก็เกิดความสงสัยว่าคําว่าจริยธรรมที่ดีมันจะแปลว่าอย่างไร ผมเป็นพลเมือง ผมอาจจะได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติก็ได้ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าผมต้องเป็นผู้มีคุณธรรมแล้วก็จริยธรรมอย่างสูง ผมจึงสามารถตรวจสอบคนอื่นได้ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าสมาชิกสมัชชาคุณธรรมที่มาอยู่กับผมเป็นคนดีเหมือนผมหรือเปล่า ถ้าแปลว่าผมเป็นคนดีนะครับ ผมสมมุติว่าผมเป็นคนดี เพราะฉะนั้นคนที่จะตรวจสอบคนอื่นได้ ต้องเป็นคนดีด้วย จึงจะเป็นที่ยอมรับนะครับ เพราะฉะนั้นเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ในสมัชชา คุณธรรมต้องสามารถตอบโจทย์ได้ว่าเป็นคนดี เป็นสมาชิกสมัชชาคุณธรรมได้อย่างไร จึงจะสามารถตอบคนอื่นได้ เพราะเมื่อบอกเขาว่าคนอื่นที่เป็นนักการเมืองเป็นคนไม่ดีแล้ว ยังมีบทลงโทษด้วยนะครับ ลงโทษในชั้นนี้ ลงโทษเขาห้ามเล่นการเมือง ๕ ปี แต่ผมคิดว่า ๕ ปีนี้น้อยไป เราน่าจะให้เขาเลิกเล่นการเมืองไปเลยนะครับ เพราะว่าเขาเป็นคนไม่ดีครับ เพราะเขาเป็นคนไม่ดี ต้องเลิกเล่นไปเลย จะให้เขากลับมาทําไมอีก ๕ ปี เขาก็เป็นคนไม่ดี ต่อไปอีก เพราะฉะนั้นต้องเลิกไปเลยครับ สมมุติว่าถ้าผมเป็นคนไม่ดี ผมจะกลับมาอีก ทําไมละครับ เพราะว่าผมเป็นคนไม่ดีไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นการเป็นคนไม่ดีอย่างน้อยมี ๓ ระดับนะครับ ดีนิด ๆ หรือไม่ก็ผิดนิดหน่อย ผิดปานกลาง แล้วก็ผิดอย่างร้ายแรง อะไรที่บอกว่าผิดปานกลาง อะไรที่บอกว่าผิดอย่างร้ายแรง ถ้าผิดปานกลางให้เขาเล่น การเมืองถัดมาอีก ๕ ปีหรือเปล่า หรือว่าถ้าผิดอย่างร้ายแรงนี้เลิกไปเลย กรุณา ๆ กรุณาเลิกไปเลยใช่ไหมครับ อันนี้ต้องตั้ง มาตรฐานนะครับ เพราะฉะนั้นใน (๑) (๒) ของมาตรา ๗๔ นี้ ผมก็อยากจะให้มีการแก้ไขว่า ถ้าผิดอย่างร้ายแรงกรุณาเลิกไปเลย พลเมืองเขาไม่อยากได้อีกแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกรณีนี้ ผมก็อยากจะเรียนไปถึงท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ไหม กรณีอย่างนี้ ทีนี้มาตรา ๗๘ นะครับท่านประธานครับ มาตรา ๗๘ นี้บอกว่ารัฐต้องกําหนด นโยบายบริหารราชการแผ่นดิน ทีนี้การบริหารราชการแผ่นดินนี้ก็มีหลายเรื่องที่รัฐบาลต้องทํา แต่เรื่องหนึ่งที่กําหนดไว้ในมาตรา ๘๒ บอกว่า บริการสาธารณะบางเรื่องรัฐบาลไม่ต้องทําเองก็ได้ เอาไปให้ท้องถิ่นทํา ท้องถิ่นก็คงหมายถึงองค์การบริหารท้องถิ่นดังที่กําหนดไว้ เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญ ในมาตรานี้บอกว่าการจัดทําบริการสาธารณะใดที่องค์กรบริหารท้องถิ่น ชุมชน หรือบุคคล คําว่า บุคคล ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าให้เปลี่ยนเป็นเอกชน ได้ไหมครับ เปลี่ยนจากคําว่า บุคคล นี้ เป็นเอกชน เพราะว่ามันจะไปสอดคล้องกับมาตรา ๒๘๓ ในหมวดปฏิรูปที่บอกว่าองค์กรภาคเอกชน องค์กรเอกชน แล้วก็องค์การบริหารท้องถิ่น เพราะฉะนั้นคําพูดจะได้เป็นแนวทางเดียวกันนะครับ ดังนั้นกรณีเช่นนี้ คําว่า เอกชน ในมาตรา ๘๒ บุคคลขอให้เปลี่ยนเป็นเอกชนก็จะสอดคล้องกับมาตรา ๘๓ นะครับ ทีนี้ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นอีกเรื่องหนึ่งคือในมาตรา ๘๔ ผมจะดูเวลาของผมด้วยครับ เวลาของผมตอนนี้เหลืออีก ๖ นาทีนะครับ ผมพยายามจะพูดให้เร็วเพื่อที่จะรักษากติกา คือ ๑๒ นาที
มาตรา ๘๖ รัฐต้องจัดและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุข ที่เหมาะสมและมาตรฐาน ส่งเสริมให้นําแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านมาใช้ในการให้บริการ ประชาชน แต่ว่าการบริการสาธารณสุขปัจจุบันนี้ครับ ท่านประธานครับ ไม่ได้ดําเนินการ ที่ฝ่ายรัฐอย่างเดียว ภาคเอกชนเขาก็ให้บริการสาธารณสุขกับประชาชนเช่นเดียวกันนะครับ ต้องใช้คําว่า ให้บริการสาธารณสุขแก่พลเมืองไทยเช่นเดียวกัน ผมเป็นพลเมืองไทย ผมสามารถไปขอใช้บริการที่โรงพยาบาลเอกชนได้ เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ มาตรานี้ ผมก็อยากจะขอให้ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญช่วยกรุณาเติมเข้าไปเถอะครับ เติมหลังจากคําว่า ในการให้บริการ เติมว่า ดูแลการให้บริการสาธารณสุขภาคเอกชน ตามสมควร เราอย่าไปรังเกียจภาคเอกชนเลย ผมไม่ได้มีโรงพยาบาลเอกชนอยู่ในมือ ถ้าหากว่า ผมไปบริหารโรงพยาบาลเอกชนเอง ผมอาจจะทําให้โรงพยาบาลเอกชนเจ๊งก็ได้นะครับ เพราะว่าผมบริหารไม่เป็นดังนั้นเราอย่ารังเกียจคนที่เขาทํางานภาคเอกชน เขาให้บริการ ประชาชน ผมมีตัวเลขสนับสนุน ท่านประธานครับ ตัวเลขสนับสนุนมีอย่างนี้ครับ ขนาดโรงพยาบาลของเอกชนในประเทศไทยขณะนี้มีประมาณ ๔๐๐ โรง ไล่ตั้งแต่ขนาดเล็ก ไม่เกิน ๓๐ เตียง ๕๘ โรง ไม่เกิน ๕๐ เตียง ๕๕ โรง ไม่เกิน ๑๐๐ เตียง ๑๐๓ โรง ไม่เกิน ๒๐๐ เตียงนี้ ๗๖ โรง แล้วก็มากกว่า ๒๐๐ เตียงนี้ครับประมาณ ๓๔ โรง นอกนั้นก็เป็นเล็ก ๆ รวมกันทั้งประเทศ ๔๒๔ แห่ง มีเตียงทั้งสิ้น ๓๓,๐๐๐ กว่าเตียง อันนี้เป็นตัวเลขเมื่อ ๒-๓ ปีนี้เอง ส่วนนี้นะครับ เขามาแบ่งเบาภาระของประเทศเพราะว่าทั้งประเทศมีสถานพยาบาลของรัฐ ประมาณ ๑,๐๐๐ แห่ง ให้บริการสาธารณสุข ให้บริการทางด้านการแพทย์แก่ประชาชน พลเมืองไทยนี้ครับ ประมาณ ๑๘๐ ล้านครั้ง ไม่ใช่ ๑๘๐ ครั้ง ๑๘๐ ครั้งผมเองก็เกือบจะ หมดแล้วครับ ๑๘๐ ล้านครั้ง ในปริมาตรนี้นะครับ มีผู้ป่วยมารับบริการภาคเอกชนนี้นะครับ ๔๖ ล้านครั้ง อันนี้คือการแบ่งเบาภาระของภาคเอกชน เพราะฉะนั้นรัฐซึ่งมีหน้าที่ดูแล เรื่องของสุขภาพประชาชนให้ทั่วถึงอยู่แล้ว ควรจะให้ความเอื้ออาทรกับภาคเอกชนเขา ตามสมควร เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอไว้เมื่อสักครู่ว่ารัฐควรจะให้การดูแลด้านการให้บริการสาธารณสุข ภาคเอกชนตามสมควร คําว่า ตามสมควร เราก็ต้องไปกําหนดทีหลังว่าตามสมควรคืออะไร ผมยังมีเวลาอีกนิดหนึ่ง ผมให้ตัวเลขสัดส่วนของพยาบาลและแพทย์ มีคนป่วยมาใช้บริการ เมื่อสักครู่ผมเรียนว่าภาคเอกชน ๔๖ ล้านคน แล้วก็อยู่ในโรงพยาบาลเอกชนประมาณ ๒.๕ วัน ต่อคน ในขณะที่ภาครัฐให้บริการทั้งสิ้น ๑๘๐ ล้านครั้ง ผ่านระบบประกันสุขาภาพ ๔๖ ล้านคน ผ่านระบบสวัสดิการราชการ ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ผ่านระบบประกันสังคมประมาณ ๑๔ ล้านคน แล้วก็กลุ่มผู้ใช้โรงพยาบาลภาคเอกชนประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ คน อันนี้ผมเอา ตัวเลขมาชี้ให้เห็นว่าการให้บริการภาคเอกชนยังมีความหมายกับคนไทย เพราะว่าอะไรครับ ท่านประธาน การพัฒนาระบบสาธารณสุขเป็นเรื่องที่ต้องส่งเสริมให้ประชาชน ให้พลเมือง อย่างผมดําเนินการเอง ที่เรียกว่าสุขภาพดีไม่มีขายอยากได้ต้องทําเอาเอง ถ้าหากว่าสุขภาพดี ขายได้ ผมคงเห็นเศรษฐีไปซื้อสุขภาพไว้ประจําตัวเองอ้วนท้วนกันทั้งหมด แต่หลังนี้ครับ การให้บริการสุขภาพต้องให้บริการไปถึงภาคประชาชน ภาคพลเมือง ซึ่งอยู่ระดับล่างสุด ผมอยากจะเน้นเรื่องของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล เพราะฉะนั้นการให้บริการ สาธารณสุขควรจะไปถึงจุดโน้นครับท่านประธาน เพราะว่าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลนั้น มีประชาชนจํานวนมากรออยู่ อยากได้บริการสาธารณสุขที่ดีเช่นเดียวกัน
อีกประการหนึ่งผมอยากจะเรียนบอกว่า เวลาผมเหลือน้อยมากแล้ว มาตรา ๙๒ ครับท่านประธาน ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของชาติ ของประชาชน ผมอยากจะให้เติม คําว่า และอนุรักษ์ ผมอยากให้ความหมายว่าการบริหารจัดการกับคําว่า อนุรักษ์ มีความแตกต่าง กันอยู่นิดหนึ่ง การบริหารจัดการหมายถึงการดําเนินการของบุคคลตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป เพื่อให้บรรลุผลตามที่ต้องการ ส่วนการอนุรักษ์หมายถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างชาญฉลาดและยาวนาน เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณาให้ช่วยเติมคําว่า รัฐต้องบริหารจัดการ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและชุมชน ในมาตรานี้ด้วย ผมดูเวลา นิดเดียว ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมกราบเรียนแล้วก็ต้องการสื่อสารไปถึง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน ผมอยากเรียนถามว่า ทั้งหมดนี่ผมพูดในฐานะที่ผมเป็นพลเมือง ผมจะต้องไปแก้ไขพระราชบัญญัติประจําตัว ประชาชนให้เป็นพระราชบัญญัติประจําตัวพลเมืองหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับท่านประธาน