สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง หารือเรื่องแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วภายใน 10 ปี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับปรุงมาตรา 78, 79, 80 และ 81 เพื่อให้ประเทศไทยมีความสามารถในการต่อสู้ในเวทีระหว่างประเทศ และเสนอให้มีการจัดตั้ง "Joint economic development area" เพื่อเชื่อมโยงการค้าและการพัฒนาในพื้นที่ชายแดน
กราบเรียนท่านประธาน ผม สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง สปช. หมายเลข ๒๑๙ ครับ ท่านประธาน ผมจะมีข้อเสนออยู่ ๗ ข้อ แต่ว่าก่อนจะถึงข้อเสนอนี้ ผมจะขอคอมเมนท์ (Comment) ในเรื่องหมวด ๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ คือตั้งแต่ เมื่อวานนี้แล้วก็ตอนเช้า ท่านบวรศักดิ์ก็ได้อธิบายถึงความสําคัญคือความจําเป็นของ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ผมส่วนตัวเชื่อจากอ่านรัฐธรรมนูญทั้งหมด เชื่อว่าอันนี้เป็นหัวใจ ของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะมันเป็นตัวที่จะชี้ทิศทางไปในอนาคต เพราะฉะนั้น มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่หมวดนี้จะต้องเขียนให้ดี ให้กระชับ ท่านประธานครับ สถานการณ์ ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลง ไปทุก ๆ วินาทีที่มันผ่านไป เรากําลังตกอยู่ในสภาพที่ถูกบีบบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลง ภายในประเทศโดยเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในเอเชียกําลังโตขึ้นเร็วมาก เราเป็นส่วนหนึ่ง ของเอเชีย เราโตไม่ทันเขา คนอื่นเขาก็จะแซงหน้าเราไปหมด จากการประมาณของทางไอเอ็มเอฟ (IMF) อีก ๔ ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นประเทศใหญ่อันดับที่ ๔ ในอาเซียน จากปัจจุบัน อยู่อันดับที่ ๒ เราหล่นไปอยู่อันดับ ๔ อีก ๔ ปีข้างหน้านี้เองนะครับ จะเห็นว่าความไม่สงบ ทางการเมือง มันส่งผลกับทางเศรษฐกิจกับประเทศอย่างมหาศาล เราต้องรีบแก้สถานการณ์ ตรงนี้โดยเร็ว ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ผมว่าปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมายังมีอีกเยอะครับ ประเทศ ในอาเซียนตอนนี้มีหลายประเทศที่มันชี้ตัวอย่างให้เราเห็น ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี สังคมไม่ดี จะเป็นปัญหาอย่างไร ประเทศอินโดนีเซียนะครับ ใช้เวลาเกือบ ๑๕ ปีหลังจากที่มีปัญหา ทางการเมืองกว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาในปัจจุบันนี้ ประเทศฟิลิปปินส์ใช้เวลาเกือบ ๓๐ ปี ท่านประธาน เราไม่มีเวลามากขนาดนั้นในการที่จะมาปรับตัว ปัญหาที่เกิดขึ้นยิ่งแก้ได้เร็ว เราก็จะสําเร็จได้เร็วปัญหาก็ยิ่งน้อย เรายิ่งปล่อยเวลาผ่านไป มันก็จะยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ จากที่เราฟังกันเรื่องของปัญหาทางการเมือง เรามองไปข้างหน้าแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะ เห็นด้วยนะครับว่าอีก ๕ ปี ผมว่าการเมืองก็คงจะยังไม่สามารถที่จะมีความสงบได้ถึงแม้ว่า จะมีรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้งแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราจําเป็นที่จะคิดถึงแผนยุทธศาสตร์ในการที่จะนําพาประเทศออกไป จากวังวนตัวนี้ ผมมีข้อเสนอ ข้อเสนอของผมตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเราจะต้องมองไป ๒ ข้าง เราต้องมองไปข้างนอก เราต้องมองข้างหน้า เหมือนเราเดินเราต้องมองไปข้างหน้า เรามองไปข้างนอก เราชําเลืองไปข้างหลังนี่ได้ เรียนจากอดีตแต่อย่าไปปักหลักอยู่ที่ข้างหลัง เราก็ก้าวไม่ออก ไปข้างหน้าไม่ได้ ข้อเสนอของผมคือประเทศไทยจะต้องทําเป้าหมาย มาร่วมกัน ผมเสนอว่าประเทศไทยต้องเป็นประเทศพัฒนาแล้วให้ได้ภายในปี ๒๕๗๕ อันเดียวเลยครับ จากเป้าหมายหลักอันนี้เราสามารถไปทํารายละเอียดออกมาว่าเราควรจะมี การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือจะเรียกว่าปฏิรูปเรื่องอะไรต่าง ๆ ให้มันเข้าหาเป้าอันนี้ ทุก ๆ คน ทุก ๆ ภาคส่วนทําไปพร้อม ๆ ด้วยกัน เราก็จะถึงเป้าอันนี้ร่วมกัน ทางการเมือง ก็ปล่อยให้เขาเล่นกับการเมืองกันไป สงกรานต์เที่ยวนี้ทําให้ผมได้คิดอยู่ข้อหนึ่งว่า คนที่เขาอยากจะเล่นสงกรานต์ อยากจะเปียก อยากจะสนุกก็ให้เขาเล่นไป หาที่ให้เขาเล่น คนที่ไม่อยากจะเล่น ไปชอปปิง เซ็นเตอร์ (Shopping center) หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่อยากจะเล่นก็ไม่ต้องเล่น คนอยากจะเล่นก็หาที่ให้เขาเล่นไป ผมคิดว่าการเมืองยังมีเวลา ที่จะต้องปรับตัวในประเทศไทยเยอะ แต่จะต้องไม่ให้การปรับตัวทางการเมืองมามีผลกระทบ กับทางด้านเศรษฐกิจ ด้วย สแทรททิจี (Strategy) ด้วยยุทธศาสตร์กลยุทธ์ตอนนี้ผมขอเสนอว่า เรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ๗ ข้อด้วยกัน
ข้อที่ ๑ เรื่องยุทธศาสตร์ของประเทศ ให้เติมคําว่า ให้ประเทศไทย เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ลงในมาตรา ๗๘ ในปัจจุบันนี้ จะออกกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ออกเพื่อที่จะทําให้ประเทศไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้ว
ส่วนที่ ๒ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะต้องลงไปให้มันชัดว่า ถ้าประเทศไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้วบทบาทของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะเป็นอย่างไร นี่อยู่ในมาตรา ๗๙ ถึงมาตรา ๘๐
อันต่อมาก็คือเรื่องของมาตรา ๘๑ เรื่องระหว่างประเทศ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เรื่องสําคัญมาก มีคนพูดอยู่หลายครั้ง ประเทศไทยส่วนใหญ่เราจะมองแต่เฉพาะภายในประเทศ ถ้าไปดูมาตราต่าง ๆ ดูข้อเสนอต่าง ๆ จะเห็นว่าเรามีพูดถึงเรื่องระหว่างประเทศ เรื่องต่างประเทศ น้อยมาก ทั้งที่ประเทศไทย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) เป็นเรื่องของการนําเข้าและส่งออก เราพึ่งต่างประเทศเยอะ แล้วเราก็อยู่ในวังวนของการเมืองเป็นตัวเล่นตัวหนึ่งในระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเราก็มีบทบาทค่อนข้างจะสําคัญในเวทีอาเซียน เราจะใช้เวทีต่างประเทศ ให้มันเป็นประโยชน์กับประเทศไทยในการที่จะทําให้ประเทศไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ได้อย่างไร มาตรา ๘๑ ในปัจจุบันก็ร่างมาดีแต่ว่ายังมองอยู่เฉพาะภายในประเทศ คําถาม ก็คือว่าเราจะทําให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเอื้อต่อการที่ทําให้เราเป็นประเทศพัฒนาแล้ว เราควรจะต้องทําอย่างไร อันนั้นผมว่าน่าจะเป็นเนื้อหาในการที่จะปรับปรุงมาตรา ๘๑ ผมก็ยังไม่มีเวิร์ดดิง (Wording) ที่มันชัดเจนนะครับ
ในส่วนที่ ๓ เรื่องของการแบ่งกลไกในการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งอยู่ใน มาตรา ๘๒ กับมาตรา ๘๓ ต้องเน้นว่าการบริหารราชการแผ่นดินโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัด ชายแดน ต่อไปจะเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก สําคัญมากสําหรับประเทศไทย เพราะการค้าชายแดน มันจะเพิ่มขึ้นเยอะ และปัญหาที่จะเกิดขึ้นชายแดนก็จะมีมากขึ้น มันจะต้องมีการเตรียมพร้อม ที่จะทําให้ชายแดนรอบ ๆ ของเราเป็นเนื้อเดียวกัน มีการเชื่อมโยงในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะ เรื่องของนโยบายให้มันเป็นเนื้อเดียวกัน ในคณะอนุกรรมการด้านต่างประเทศเราเสนอให้มี การจัดทําเรื่องจอยนท์ อีโคโนมิค ดีเวลอปเมนท์ แอเรีย (Joint economic development area) ในพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อที่จะทําให้เกิดเขาเรียกว่าซิมูเลท บอร์เดอร์ (Simulate border) ในประเทศของเรากับประเทศเพื่อนบ้าน ในเรื่องของหลักการซึ่งเป็นมาตราต่อลงมานะครับ ผมอยากจะให้มีเรื่องของการพูดถึงหลักการต่าง ๆ รวมเอาไว้ทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น บทบาทระหว่างภาครัฐกับเอกชน ซึ่งท่านประภาศรีได้พูดไว้เมื่อสักครู่ต้องแบ่งให้มันชัดเจน ซึ่งความจริงตอนนี้ก็มีอยู่แล้วบางส่วน การแยกระหว่างหน่วยงานที่เป็นนโยบาย หน่วยงาน ที่เป็นกํากับดูแล หน่วยงานที่ดําเนินการ แล้วก็ความเป็นเจ้าของทั้ง ๔ อันให้มันมีหลักการ เขียนเอาไว้อยู่ในเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แทนที่จะไปกระจัดกระจาย อยู่ในจุดต่าง ๆ นะครับ
อีกอันหนึ่ง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการพูดถึงเรื่องการตรวจสอบไว้อยู่ทั้งหมด ๖๑ มาตรา คิดเป็น ๑๖ เปอร์เซ็นต์ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะตรวจกันไปถึงไหนครับ ผมคิดว่าเอามารวมกันไว้ในที่เดียว ตรวจครั้งเดียวละครับ ใช้หลักการให้มันถูกต้อง ตรวจทีเดียวให้มันจบอยู่ที่นี่ มันจะได้ไม่เยิ่นเย้ออ่านแล้วก็เข้าใจนะครับ
อีกอันหนึ่งอันที่ ๖ ก็คือเรื่องของการดําเนินการ คือต้องมีการทําแผนบรรจุไว้ว่า เราควรจะมีการทําแผนยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ที่ทําให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนา แล้วบรรจุไว้เป็นอีกส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ ซึ่งอันนี้ผมจะพูดต่อไปอีกตอนหนึ่งนะครับ
อันสุดท้ายข้อ ๗ ผมอยากจะเสนอขอแก้ชื่อหมวดนะครับ หมวด ๕ ผมอยากจะ เสนอว่าให้เปลี่ยนชื่อหมวดจากการคลังและงบประมาณนี้เป็นเศรษฐกิจ หมวดเศรษฐกิจ คือเอาเศรษฐกิจมารวมอยู่ในหมวดนี้ด้วยกันทั้งหมดนะครับ สแทรททิจีในการที่จะแก้ไข ผมจะพูดต่อในภาค ๔ ต่อไป ขอบคุณมากครับท่านประธาน