จรัส สุทธิกุลบุตร แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปและลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในภาค 2 และภาค 4 ของร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการวางยุทธศาสตร์ของชาติ การปฏิรูปการผังเมืองและการใช้พื้นที่ การปฏิรูปการศึกษา การกระจายบทบาทหน้าที่ลงสู่ท้องถิ่น และการเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่ง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและกระจายโอกาสให้กับประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จรัส สุทธิกุลบุตร สมาชิกลําดับที่ ๓๑ ต่อไปก็จะเป็นเสียงจากมุมมองของชาวต่างจังหวัดต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอให้กําลังใจสําหรับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องทํางาน อย่างหนักและขอขอบพระคุณที่ท่านได้นําประเด็นที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน และรับฟังความคิดจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งนี้ได้มาบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งมีกว่า ๒๔๐ ประเด็น เพราะฉะนั้นจึงจะอ้างอิงได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นสร้างพลเมือง ให้เป็นใหญ่ ซึ่งในวันจันทร์ที่ผ่านมาเราได้มีคําใหม่อีกคําหนึ่งนะครับว่า สร้างประโยชน์ของพลเมืองให้เป็นใหญ่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีมิติใหม่ เช่น ภาค ๒ ในหมวดเกี่ยวกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาค ๔ การปฏิรูป ลดความเหลื่อมล้ํา สร้างความปรองดอง ผมเป็นคนใหม่ ในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงหยิบเรื่องใหม่ ๆ ในร่างรัฐธรรมนูญมาอภิปรายนะครับ นั่นก็คือ ผมขออภิปรายในภาค ๒ และภาค ๔ ซึ่งผมได้ขอเวลาไว้นะครับ สําหรับวันนี้ก็คงจะเป็นการพูด ในภาค ๒ นะครับ
สําหรับในภาค ๒ หมวด ๒ นั้นว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งแม้กระทั่งหลาย ๆ ท่านได้ตีความ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อวาน บอกว่าอาจจะไม่มีผลบังคับใช้ แต่ในช่วงเช้าท่านอาจารย์บวรศักดิ์ได้ให้ความกรุณามาอธิบายว่ายังมีผลในการบังคับใช้ แต่ผมคิดว่ามีผลจริง ๆ นะครับ เพราะผมเชื่อแน่ว่ามันจะมีผลในการปฏิบัติได้ แต่จะต้องใช้ ควบคู่กับภาค ๔ ซึ่งภาค ๒ กับภาค ๔ นั้นจะต้องมีการควบคู่ด้วยกันนะครับ ซึ่งในการปฏิรูป และลดความเหลื่อมล้ําได้นั้นจะต้องมีการบรรจุความชัดเจนครอบคลุมไว้ในแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐก่อนนะครับ ถึงจะครอบคลุมอย่างที่ผมได้นําเรียนนะครับ
ในการเดินหน้าประเทศไทยนั้นผมเห็นด้วยว่าจะต้องมีการวางยุทธศาสตร์ ของชาติ ซึ่งเมื่อวานก็มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องความสําคัญของการกําหนด ยุทธศาสตร์ของประเทศชาติไว้นะครับ ในยุทธศาสตร์ของชาตินั้นควรจะให้ความสัมพันธ์ หรือความสําคัญกับการวางผังการใช้พื้นที่ของประเทศ ซึ่งผมอาจจะหมายถึงคําว่าผังชาติ ซึ่งจะมีผลชี้นําในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ให้เกิดการใช้พื้นที่ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนในเรื่องด้านโลจิสติกส์ (Logistics) และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศของเรา เป็นการกระจายโอกาส ลดความสูญเสีย ลดความสิ้นเปลือง ลดความเหลื่อมล้ํากับพี่น้องประชาชน ในประเทศ เกิดให้มีการใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างจริงจังนะครับ ผมจะขอลงประเด็น เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับที่ผมได้ทํางานร่วมกับกรรมาธิการที่ผมเกี่ยวข้อง และในบางประเด็น ที่ผมได้รับฟังความคิดเห็นมาและได้มีพี่น้องประชาชนได้ฝากมานะครับ ซึ่งก็คงจะเกี่ยวกับ เรื่องการผังเมือง การใช้พื้นที่ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์นะครับ เรื่องการกระจาย อํานาจสู่ท้องถิ่น เรื่องการเข้าถึงบริการภาครัฐ โดยเฉพาะเรื่องสาธารณสุขและการศึกษานะครับ
ผมขอลงที่มาตรา ๘๑ เกี่ยวกับเรื่องการส่งเสริมสัมพันธไมตรีและความร่วมมือ กับนานาชาติ คือผมไม่มีการเพิ่มข้อความในมาตรานี้นะครับ เพียงแต่ว่าขอให้ในมาตรานี้ ได้ให้ความสําคัญหรือมีเจตนารมณ์รวมไปถึงการวางผังระหว่างประเทศ และการเชื่อมโยง ระบบโลจิสติกส์กับประเทศเพื่อนบ้านด้วย เพราะว่าต่อไปในอนาคตความใกล้ชิด ของประเทศเพื่อนบ้านกับประเทศไทยของเรานั้นจะมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจะเกิด เขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นในการทําสัญญาหรือสัมพันธไมตรี กับเพื่อนประเทศของเรานั้นควรจะคํานึงถึงการวางผังและการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ ด้วยนะครับ
มาถึงในมาตรา ๘๓ เรื่องรัฐต้องส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ท้องถิ่นนะครับ ผมอยากจะเพิ่มใน (๑) ด้วยคําว่า การผังเมืองและการใช้พื้นที่ เพราะในการปฏิรูปการผังเมือง ที่คณะอนุกรรมาธิการได้ทําอยู่นั้นจะมีการกระจายหน้าที่การทําผังเมืองสู่ชุมชน ท้องถิ่น พร้อมทั้งงบประมาณและเครื่องไม้เครื่องมือและองค์ความรู้ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเพิ่ม ใน (๑) ด้วยคําว่า การผังเมืองและการใช้พื้นที่ ลงไปด้วยนะครับ
สําหรับมาตรา ๘๔ เรื่องการศึกษานั้น ซึ่งเขียนได้อย่างดีมาก แต่ผมอยากจะมี ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ เพราะเป็นคําร้องมาจากผู้ปกครองในต่างจังหวัดว่าในการโยกย้าย ของบรรดาครูบาอาจารย์ ปกติฤดูกาลโยกย้ายมักจะเป็นในช่วงเปิดเทอม และมากกว่านั้น ในหลาย ๆ ครั้งโยกย้ายในช่วงที่ระหว่างมีการเรียนการสอนกันอยู่ ซึ่งมันก็จะเกิดผลกระทบ ต่อคุณภาพการเรียนการสอนของเด็กนักเรียน ซึ่งจริง ๆ มีผลเกิดขึ้นนะครับ เพราะว่าล่าสุด ที่ผมลงไปรับฟังในพื้นที่ คําร้องเรียนตรงนี้มาจากผู้ปกครองนั้นก็คือว่าในการสอบโอเน็ต (O-NET) ในเทอมที่ผ่านมามีโรงเรียนแห่งหนึ่งในหมวดวิชาหนึ่งในระดับชั้นหนึ่งว่า ผลการสอบโอเน็ตนั้นตกลงไปอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งโดยปกติแล้ววิชานี้ โรงเรียนนี้จะเป็นอันดับต้น ๆ ของในระดับจังหวัดนะครับ ซึ่งในการ ประชุมร่วมกันของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับทางสมาคมครูผู้ปกครอง ได้ผลสรุปออกมาว่านักเรียนบอกว่าในเทอมการศึกษาที่ผ่านมานั้น ในวิชานี้ที่ว่าผลการเรียน ตกไปอย่างมีนัยสําคัญนั้นก็คือว่าเกิดขึ้นจากการว่ามีการเปลี่ยนโยกย้ายครูผู้สอนในระหว่างเทอม ซึ่งเด็กก็จะเกิดการสับสน เพราะว่าเทคนิคการสอนของครูแต่ละคนนั้นอาจจะไม่เหมือนกัน อันนั้นก็คือเป็นคําร้องเรียนมาจากผู้ปกครองนะครับ ก็ฝากมาถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง การปฏิรูปการศึกษาว่าในเรื่องการโยกย้ายนั้นควรจะมีการโยกย้ายให้แล้วเสร็จภายในช่วง ปิดเทอมนะครับ ในช่วงเปิดเทอมนั้นควรจะเป็นคุณครูที่เป็นตัวจริงเสียงจริงนะครับ
มาถึงมาตรา ๘๕ เรื่องสวัสดิการหลักประกันคุ้มครอง ผมก็จะขอให้มี การกระจายบทบาทหน้าที่ลงสู่ท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์ เพื่อยกระดับศักดิ์ศรีคุณภาพชีวิต ของพลเมืองอย่างแท้จริงโดยมีชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม ก็คือไม่มีการว่าเปลี่ยนข้อความในนั้น แต่ว่าอยากให้เจตนารมณ์ตรงนี้ให้ลงไปอย่างชัดเจนนะครับ แล้วมีข้อถามกลับมาหาผม เกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๘๕ นี้ เขาจะถามว่าในมาตรานี้รวมไปถึงเด็กที่เกิดจากคนต่างด้าว ที่มาทํางานในประเทศไทยหรือเปล่า ซึ่งเขาคงหมายถึงว่าเด็กที่เกิดจากผู้ใช้แรงงานที่มาจาก ต่างประเทศที่จากประเทศเพื่อนบ้านของเราว่าหมวดนี้รวมถึงด้วยหรือเปล่า ซึ่งพอพูดถึง เรื่องแรงงานนั้นก็คงต้องโยงไปถึงในมาตรา ๙๐ ที่พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องแรงงานว่าในมาตรา ๙๐ นี้ เช่นกันว่ารวมถึงแรงงานต่างด้าวด้วยใช่ไหม อันนี้เป็นข้อคําถามที่ฝากมาถึงคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ
มาถึงมาตรา ๘๖ ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตรา ๙๑ ด้วย นั่นก็คือเรื่องการเข้าถึง บริการของรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการด้านสาธารณสุขซึ่งอยู่ในมาตรา ๘๖ ขอเพิ่มคําสั้น ๆ เพียงคําว่า พอเพียง หลังคําว่า ทั่วถึง ซึ่งจะอยู่ที่บรรทัดแรกนะครับ จะมีคําว่า อย่างทั่วถึง พอเพียง ซึ่งคํานี้ผมเคยได้อภิปรายที่สภาแห่งนี้ในช่วงก่อนหน้านี้นะครับ ในเรื่องการเข้าถึง บริการด้านสาธารณสุขว่าขอให้มีคําว่า พอเพียง จริง ๆ แล้วในประเทศไทยของเราทุกวันนี้ มีการบริการที่เข้าถึงด้านสาธารณสุขนั้นกระจายไปทั่วนะครับ แต่ในพี่น้องตามชนบทนั้น บางทียังมีการขาดในบางครั้ง เพราะฉะนั้นผมอยากจะเพิ่มคําว่า พอเพียง นะครับ ซึ่งเมื่อเพิ่ม ในมาตรา ๘๖ แล้วก็ต้องมาเพิ่มในมาตรา ๙๑ ด้วย ซึ่งก็จะขอเพิ่มคําว่า พอเพียง ต่อท้ายคําว่า ทั่วถึง ด้วยเช่นกันนะครับ
ต่อไปเป็นมาตรา ๘๘ ซึ่งว่าด้วยเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ เมื่อวานก็มีผู้พูดถึง ในเรื่องนี้อยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่องเพิ่มด้านโลจิสติกส์ขึ้นมานะครับ ผมก็อยากจะย้ําอีกในที่ประชุมนี้ อีกครั้งหนึ่งนะครับว่าควรจะมีการเพิ่มอีกวรรคหนึ่งขึ้นมาโดยตรงนะครับ นั่นก็คือขอเพิ่มคําว่า รัฐต้องให้ความสําคัญเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ ระบบการขนส่งต่อเนื่อง หลากหลายรูปแบบทางบก ทางน้ํา ทางราง ทางอากาศ ทางท่อ เชื่อมโยงในประเทศ และต่างประเทศ นี่คือข้อความวรรคที่ต้องการเพิ่มเติมในมาตรา ๘๘ นะครับ ขออีกมาตราหนึ่ง ก็คือมาตรา ๙๒ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมไปถึงเรื่องการผังเมือง ซึ่งเขียนได้ดีอยู่แล้ว เพียงแต่จะขอเพิ่มในวรรคสี่ บรรทัดที่ ๓ ต่อท้ายคําว่า สาธารณูปการ ด้วยคําว่า การคมนาคมขนส่ง กราบขอบพระคุณครับ