สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๘

พรรณวีรินทร์ รัตนวานิช เสนอชื่นชมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและขออนุญาตอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญในภาค 2 หมวด 2 มาตรา 18 เธอหาข้อเสนอแนะหลายประการ เช่น การให้พลเมืองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและบริหารจัดการกิจการของตนเอง การอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย และการจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม

นางพรรณวีรินทร์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและสมาชิกทุกท่าน ดิฉัน นางพรรณวีรินทร์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมและขอเป็นกําลังใจให้กับ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน ที่ได้ช่วยกันระดมสมองรังสรรค์รัฐธรรมนูญร่างแรก ซึ่งมี ๔ ภาค ๓๑๕ มาตรา ดิฉันได้เข้าชื่อขออภิปรายยกร่างรัฐธรรมนูญในภาค ๒ หมวด ๒ มี ๑๘ มาตรา เพราะเห็นว่าในหมวด ๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มีเนื้อหาสาระและมี ความสําคัญกับองค์กรและกระบวนการแนวทางในการออกกฎหมายและกําหนดนโยบาย ของรัฐบาล และเนื่องจากในหมวดนี้มีเพื่อนสมาชิกได้ลงชื่ออภิปรายเป็นจํานวนมาก และหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วหลายมาตรา ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ําซ้อน และประหยัดเวลาอันมีจํากัด ดิฉันจึงขอตัดมาตราที่จะอภิปรายเหลือเพียง ๒ มาตรา ที่มีความสําคัญค่ะ

ท่านประธานที่เคารพคะในภาค ๒ หมวด ๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๘๓ รัฐต้องส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น จะเป็นส่วนสําคัญที่จะส่งเสริม ให้เกิดระบบการบริหารประเทศที่เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นต่าง ๆ ได้กําหนดนโยบายและแผน ให้สอดคล้องกับสภาพของปัญหาและความต้องการของพลเมืองในพื้นที่ รวมทั้งกําหนดให้รัฐ ส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถบริหารจัดการดูแลกิจการหลาย ๆ ด้านของตนเอง อันได้แก่ การศึกษา การดูแลชีวิตและทรัพย์สิน คุ้มครองชนพื้นเมืองและชนชาติพันธุ์ ของชุมชนท้องถิ่นให้ดํารงอัตลักษณ์ของตนได้อย่างมีศักดิ์ศรี การรักษาศิลปะและวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี มรดก ภูมิปัญญาของท้องถิ่นและของชาติ การดูแลรักษา สิ่งแวดล้อมและการจัดบริการสาธารณสุขทุกประเภท ซึ่งการดําเนินการดังกล่าวจะเป็นไป ตามหลักการสําคัญของการปกครองท้องถิ่น คือการปกครองตนเองของพลเมือง พลเมือง จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรธรรมชาติและผลผลิตจากการลงแรงงาน และแรงสมองของพวกเขาเอง ซึ่งจะทําให้พลเมืองมีความสุข มีเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ ชุมชนและท้องถิ่นจะได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึง มีความเจริญก้าวหน้า และยั่งยืน เพราะไม่มีใครที่จะเข้าใจสภาพปัญหาและหาทางออกของท้องถิ่นได้ดีกว่า คนในท้องถิ่นเอง และไม่มีใครที่จะทําเพื่อผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ท้องถิ่นเท่ากับคนในท้องถิ่นเอง เพราะคนท้องถิ่นเป็นเจ้าของพื้นที่ย่อมรักและหวงแหนทรัพย์สมบัติที่มีค่ามากที่สุด แต่ละชุมชนของเขานะคะ ซึ่งความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและพลเมืองมีคุณภาพนั้น เป็นหัวใจสําคัญอย่างยิ่งของกลไกในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปสู่ความมั่นคงและมั่งคั่ง จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อพลเมืองมีคุณภาพ มีชีวิตที่ดี มีความสุข ปลอดภัยในการดํารงชีวิต มีรายได้ ที่พอเพียง ปลอดหนี้สิน ประกอบอาชีพที่สุจริต สามารถที่จะเสียภาษีให้กับรัฐได้ นั่นคือ เป้าหมายสําคัญของการมีเศรษฐกิจที่ดีของประเทศชาติอันนําไปสู่ชุมชนเข้มแข็งที่จะทําให้ เกิดความมั่นคงขึ้นในทุก ๆ ด้าน ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ําและความไม่เป็นธรรม อันเป็นต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ ในบ้านเมืองเรามาช้านานนะคะ

ดังนั้นจากมาตรา ๘๓ (๔) ส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาอันดีงามของชุมชนของท้องถิ่นและของชาตินั้น คําว่า ภูมิปัญญาดีงามของชุมชนของท้องถิ่นและของชาติ เป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจชาติ เพราะศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า จึงจําเป็นต้องอนุรักษ์ และพัฒนาให้คงสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน อีกทั้งเป็นคุณค่าที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้เป็นอย่างดี ประเทศไทยเราได้เปรียบกว่าประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนเป็นอย่างมากทั้งทางด้านภูมิประเทศ ภูมิศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี อันดีงาม อีกทั้งมีกีฬาท้องถิ่นที่โด่งดัง เช่น ปัญจสีลัต มวยไทย เป็นต้น และการแพทย์แผนไทย ก็เป็นภูมิปัญญาที่อยู่คู่คนไทยมาช้านานตั้งแต่ดึกดําบรรพ์ และควรที่จะได้รับการพัฒนา และสนับสนุนเช่นกัน เราจึงควรส่งเสริมและพัฒนาในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นขุมสมบัติที่เรามีอยู่แล้วโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เพื่อนํามาสู่รายได้ของประเทศให้ยั่งยืน คู่บ้านเมืองต่อไป กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผ่านถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ในมาตรา ๘๓ (๔) ดิฉันจึงขอเพิ่มถ้อยคําที่มีความหมายและมีพลัง อย่างยิ่งบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญคือคําว่า ภูมิบ้านภูมิเมือง อันหมายถึงสถานที่เสนอเรื่องราว และประวัติของชุมชนท้องถิ่นที่ประมวลศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของแต่ละชุมชนที่มีคุณค่า นํามารวบรวมและจัดแสดงนําเสนออย่างมีศิลปะ มีชีวิตชีวา ให้ผู้มาเยือนได้รับรู้และเข้าใจ รวมทั้งเป็นศูนย์รวมความภาคภูมิใจของชุมชนนั้นเอง และในมาตรา ๘๓ นี้จะไปสอดคล้อง กับมาตรา ๙๔ รัฐต้องส่งเสริมวัฒนธรรมและศิลปะโดยคํานึงถึงวัฒนธรรมในทุกมิติ เพื่อให้เป็นรากฐานเอกลักษณ์ของชาติและท้องถิ่น บริหารจัดการวัฒนธรรมเพื่อพัฒนา คุณค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม และเปิดพื้นที่ลานวัฒนธรรมสําหรับกิจกรรม ด้านศิลปวัฒนธรรม คําว่า ลานวัฒนธรรม จะไม่มีในมาตรา ๙๔ นี้นะคะ จึงขออนุญาต ผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เติมคําว่า ลานวัฒนธรรม ต่อจากเปิดพื้นที่สาธารณะด้วย

ต่อไปนะคะ สําหรับกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมโดยรัฐต้องจัดสรรงบประมาณ ค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่พอเพียงเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้พลเมือง ชุมชน และองค์กรบริหารท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการดําเนินการตามมาตรานี้ สําหรับมาตรานี้ในฐานะที่ดิฉันอยู่ใน คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรมและศาสนาต้องขอขอบพระคุณ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญผ่านท่านประธานที่เคารพ ที่ได้บัญญัติการเปิดพื้นที่ สาธารณะสําหรับกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมไว้มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ แล้วขออนุญาตใช้เวทีนี้ รณรงค์ให้พลเมืองไทยทุกคนช่วยกันแต่งกายด้วยผ้าไทย ใช้ของที่ผลิตด้วยงานฝีมือคนไทย ซื้อสินค้าไทยที่มีคุณภาพ มีรูปลักษณ์ได้มาตรฐาน มีแบรนด์ของแต่ละชุมชน ในท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อให้เกิดรายได้เป็นสินค้าออกเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง แล้วนํามาสู่ เศรษฐกิจที่ดีของประเทศชาติต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน

สําหรับเวลาของดิฉันที่เหลืออีกประมาณ ๙ นาที ขออนุญาตมอบให้กับสภา ไว้สะสมให้เหมือนกับการสะสมไมล์ของการบินไทยนะคะ เผื่อท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ เกิดจะเกินเวลาขออนุญาตใช้เวลาที่เหลืออยู่นี่นะคะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ