เทียนชัย ปิ่นวิเศษ ขอขอบคุณที่ได้พูดหลังอาจารย์ปรีชา และขอเวลา 20 นาทีเพื่ออภิปราย เทียนชัย ปิ่นวิเศษ พูดถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับรองและปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้สร้างนวัตกรรม และขอให้มีการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเพื่อประโยชน์การเจรจาทางการค้า
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผม เทียนชัย ปิ่นวิเศษ ต้องขอบพระคุณครับ โชคดีครับ ได้พูดหลังท่านอาจารย์ปรีชา เพราะมีบางประเด็นบางเรื่องซึ่งจะสอดคล้องแล้วก็ล้อกับที่ ท่านอาจารย์ปรีชาได้อภิปรายไปนะครับ ก่อนอื่นผมต้องใคร่ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาให้ผมได้อภิปรายในวันนี้นะครับ เพราะจาก ๒ วันที่ผมได้ฟังท่านสมาชิก ได้อภิปรายมาทําให้คําอภิปรายซึ่งผมเตรียมไว้ประมาณนี้นะครับ ขณะนี้เหลือเพียงเท่านี้ครับ เพราะว่าผมจะไม่อภิปรายซ้ําในประเด็นที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ดังนั้นผมใคร่ ที่จะขอใช้เวลาในการอภิปรายเพียงครั้งเดียวจะใช้เวลาประมาณสัก ๒๐ นาที แต่ถ้าหากว่า เวลาเหลืออยู่ผมก็จะขออนุญาตยกเวลาที่เหลือให้กับทางสภาแห่งนี้นะครับ
ผมใคร่ที่จะขออนุญาตอภิปรายใน ๓ มาตราด้วยกัน โดยขอเริ่มในหมวด แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตราที่ผมจะขออภิปรายก็คือมาตรา ๘๔ (๖) และมาตรา ๘๘ วรรคท้าย โดย ๒ มาตรานี้จะเชื่อมโยงกับการอภิปรายในมาตรา ๒๙๑ ท่านประธานที่เคารพ หากว่าเรามองอยู่รอบ ๆ ตัวเรานับตั้งแต่เราตื่นนอนขึ้นมาจนถึงเวลาที่เรากลับไปเข้านอน อีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เราพบเห็นเราจะเห็นได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสีฟัน เครื่องแต่งกาย ปากกา หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ ล้วนมีจุดเกาะเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาทั้งสิ้นครับ ท่านประธาน ไม่ว่าจะด้านลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างนี้ครับ เช่น บทกลอนของท่านอาจารย์เนาวรัตน์ นั่นคืองานวรรณกรรม ภาพเขียนของท่านอาจารย์ปรีชานั่นคืองานศิลปกรรม ข้าวไร่ลืมผัว เพชรบูรณ์ ส้มโอทับทิมสยาม ปากพนัง ผ้าตีนจก แม่จัน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือแม้แต่คําปราศรัย หรือว่าคําสุนทรพจน์ก็คืองานวรรณกรรม ทั้งหมดนี้เราจะพบได้เลยว่า มันล้อมรอบอยู่ตัวเราและเป็นงานทรัพย์สินทางปัญญาทั้งสิ้น จะกล่าวโดยสรุปก็คือว่า ทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ทุกหนทุกแห่งรวมถึงในสภาแห่งนี้ด้วยครับ แต่มีที่หนึ่ง ผมหาแล้วไม่เจอ ไม่พบถ้อยคําคําว่า ทรัพย์สินทางปัญญา เลย ในรัฐธรรมนูญที่ผมถืออยู่นี้ ไม่มีถ้อยคําคําว่า ทรัพย์สินทางปัญญา อยู่เลย เราจะว่าสภาแห่งนี้ไม่ได้ให้ความสําคัญ เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ก็ไม่ใช่ครับ เพราะตอนที่สภาแห่งนี้ได้ตั้งกรรมาธิการขึ้นมา ๑๘ คณะด้วยกัน ๑ ในคณะกรรมาธิการนั้นชื่อว่า คณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา และกรรมาธิการชุดดังกล่าวนี้เอง ได้นําเสนอต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต่างกรรมต่างวาระพร้อมชี้แจงแสดงเหตุผล ถึงความสําคัญและความจําเป็นที่จะต้องบรรจุบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ปรากฏว่าบทบัญญัติว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาไม่มีอยู่ครับ ท่านประธานที่เคารพ ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มาตรา ๘๖ ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจน เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และใน (๒) ได้บัญญัติถึงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเอาไว้ พร้อมอรรถาธิบายแสดงถึงเจตนารมณ์ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ และหนึ่งในนั้นก็คือว่า เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเพื่อประโยชน์การเจรจาทางการค้า ในสภาวะปัจจุบันกระบวนการเจรจาทางการค้าทั้งทวิภาคีและพหุภาคีหนึ่ง ในหัวข้อ ในการเจรจานั้นก็คือทรัพย์สินทางปัญญา ในขณะนี้สภาแห่งนี้มีแนวทางในการที่จะปฏิรูป ประเทศเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยมีวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานแห่งความคิด เราต้องการส่งเสริมให้มีการสร้างสรรค์เทคโนโลยี มีนวัตกรรมนําไทยและสนับสนุนการสร้างงาน ทรัพย์สินทางปัญญาอีกครั้งครับ แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีถ้อยคําคําว่า ทรัพย์สินทางปัญญา อยู่เลย โดยเฉพาะในด้านการศึกษา เพราะเราต้องการสร้างสังคมแห่งการเคารพสิทธิ เรามีความจําเป็นต้องให้ความรู้ในเรื่องสิทธิของแต่ละบุคคล และในขณะเดียวกันเพื่อให้เขาตระหนักในสิทธิของผู้อื่นและจะต้องไม่มีการก้าวล่วงหรือว่า ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นและหนึ่งในนั้นก็คือว่าต้องมีการรู้และเข้าใจในเรื่องสิทธิทรัพย์สิน ทางปัญญาด้วย สังคมส่วนหนึ่งยังมีความสับสนในด้านทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ครับ โดยลืมไปว่า การใช้สิทธิของตนนั้นได้กระทบและละเมิดสิทธิทางทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น แม้แต่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเองยังสับสนในประเภทของงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา เช่นมีหลายคนเป็นผู้ใหญ่ เรียกคําว่า ลิขสิทธิ์ยา แทนที่จริง ๆ แล้วมันคือสิทธิบัตรยา ในมาตรา ๘๔ ในร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า รัฐต้องจัด ส่งเสริมและทํานุบํารุงการศึกษาอบรมทุกระดับ และทุกแบบโดย (๖) บัญญัติว่า ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยและพัฒนา ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมและการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว รวมทั้งการคุ้มครองภูมิปัญญา และสิทธิประโยชน์ที่เกิดขึ้น ผมขอเน้นคําว่า ภูมิปัญญา ซึ่งถ้าท่านกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจะให้ความหมายว่าภูมิปัญญา จะหมายรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาด้วย กระผมเห็นว่าถ้อยคําดังกล่าวยังไม่ชัดเจนครับ ซึ่งต่างจากรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๐ บัญญัติไว้ ชัดเจนกว่าโดยใช้ถ้อยคําว่า ทรัพย์สินทางปัญญา ในขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้คําว่า ภูมิปัญญา ซึ่งคําว่า ภูมิปัญญา หรือว่าวิสดอม (Wisdom) เป็นคําที่เป็นนามธรรมครับ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่าภูมิปัญญาคือพื้นความรู้ ความสามารถ ภูมิปัญญาคือความสามารถในการคิด โดยสรุปคําว่า ภูมิปัญญา ก็คือคําที่เป็นนามธรรม เป็นฐานทางความคิด ในขณะที่ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นรูปธรรม เราสามารถสัมผัสได้ รับรองสิทธิได้และคุ้มครองสิทธิได้ ดังนั้นเพื่อความชัดเจนและจะไม่ต้องเป็นการที่ทิ้งภาระ ในการแปลความในอนาคต กระผมใคร่ขอเสนอผ่านสภาแห่งนี้เพื่อขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้ครับ ใน (๖) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา และการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวรวมถึงการคุ้มครอง ภูมิปัญญา ทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิประโยชน์ที่เกิดขึ้น ในมาตรา ๒ ที่ผมจะขออนุญาต อภิปรายก็คือมาตรา ๘๘ ว่าด้วยเรื่องส่งเสริมแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วรรคท้าย เกี่ยวด้วยเรื่องรัฐต้องส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย รัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้จริง ๆ ครับ และขนาดกลาง ซึ่งในวรรคดังกล่าวรัฐให้ส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าและบริการ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องครับ แต่ไม่เพียงพอ เพราะเราจะเห็นได้เลยว่าไม่ว่าจะในยุโรป ประเทศออสเตรเลีย ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี และประเทศจีน ก็มีการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจโดยนําภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ แต่สิ่งที่ ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างจริงจังและมีมูลค่าที่มหาศาลคือการนําทรัพย์สินทางปัญญา มาใช้ควบคู่ไปด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ (Brand) หรือที่เรียกว่าเครื่องหมายการค้า หรือการนําทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ควบคู่ไปนะครับ หรือว่าการเข้าถึงและนําทรัพย์สิน ทางปัญญาไปพัฒนาเพื่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ การจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขออนุญาตยกตัวอย่างครับ ส้มโอทับทิมสยาม ปากพนัง ปัจจุบันนี้ลูกละ ๔๕๐ บาทถึง ๕๐๐ บาทครับ ผมขอแสดงความยินดี กับท่านอาจารย์สืบพงศ์ซึ่งเป็นชาวนครศรีธรรมราชด้วยนะครับ การนําทรัพย์สินทางปัญญา มาใช้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ําและเพิ่มรายได้ และคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย และขนาดกลางได้ครับ ดังนั้นผมขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ วรรคท้ายดังนี้ครับ รัฐต้องส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจขนาดย่อม และขนาดกลาง วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม ส่งเสริมและสนับสนุนสินค้า และบริการจากภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยนําทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่า ทางเศรษฐกิจ ถ้อยคําที่เหลือให้ยืนตามเดิมครับ
มาตรา ๓ ซึ่งผมจะขออนุญาตอภิปรายเป็นมาตราสุดท้ายคือมาตรา ๒๙๑ ว่าด้วยเรื่องการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผมได้พูดถึงทรัพย์สินทางปัญญา ที่ปรากฏอยู่ในรอบตัวเราและทรัพย์สินทางปัญญามีความเกาะเกี่ยวจนเกือบจะเป็นเนื้อเดียว กับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและวิจัย ซึ่งงานเหล่านั้นผู้สร้างสรรค์ต้องการจะสร้างงาน ขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของประชาสังคมครับ แต่ในขณะเดียวกันผู้สร้างสรรค์ก็สมควรที่จะได้รับ การเคารพในสิทธิ ในสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาและเขาควรที่จะได้รับการคุ้มครองในสิทธิในผลงาน ของเขา รวมทั้งการได้รับการคุ้มครองในสิทธิทางเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผลงานที่เขาสร้างมาเหล่านั้นก็จะตกเป็นงานสาธารณะ ตกเป็นงานของประชาสังคมที่ได้ใช้ ประโยชน์กัน ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้เรากําลังให้พวกเขาสร้างผลงานนวัตกรรมที่ดี ให้สังคม สร้างยาดี ๆ เพื่อรักษาโรค สร้างงานวิจัยดี ๆ เพื่อนํามาต่อยอดพัฒนา และนํามาใช้ ในเชิงพาณิชย์ เราต้องการคํากลอนที่ไปล้อจากท่านอาจารย์เนาวรัตน์ เราอยากเห็นภาพวาด อันวิจิตรอลังการจากท่านอาจารย์ปรีชา เราอยากเห็นความยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์ไทย สู่สายตาชาวโลก เราต้องการบทเพลง ภาพยนตร์ไทย เพลงไทย ผ้าไทย อาหารไทย และวัฒนธรรมไทย เพื่อเชิญชวนชาวโลกมาเที่ยวประเทศไทย เราอยากนํานวัตกรรม และเทคโนโลยีมาสร้างความเจริญให้กับสังคมไทย แต่เรากลับไม่พูดถึงมาตรการเรื่องการปฏิรูป การรับรองสิทธิ และการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของเขาเหล่านั้นเลย ท่านอาจารย์ปรีชาได้แตะไว้เมื่อสักครู่พูดถึงสิทธิอื่น ๆ ซึ่งผมเข้าใจว่านั่นก็คือสิทธิ ทางทรัพย์สินทางปัญญานะครับ ดังนั้นถ้าหากว่าเราไม่ได้พูดถึงเรื่องการปฏิรูปด้านการรับรองสิทธิ การปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของเขาเหล่านั้น เรากําลังเชิญชวนนักประดิษฐ์ นักคิด นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักสร้างนวัตกรรมกลับบ้าน กลับเมืองไทย เพื่อกลับมาใช้ ๑ สมอง ๒ มือ เพื่อสร้างงานที่มีค่าให้กับประชาสังคมไทย แต่ถ้าเราไม่ได้มีการพูดถึง เรื่องการรับรองสิทธิ และปกป้องสิทธิให้เขาเหล่านั้น เช่นนี้จะมีสักกี่คนครับที่จะมั่นใจว่า สิทธิของเขาจะได้รับการคุ้มครองและได้รับการรับรอง กรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา ได้ให้ความเห็นทั้งวาจาและลายลักษณ์อักษร ต่อท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญถึงความสําคัญในการปฏิรูปทรัพย์สินทางปัญญา และการรับรองคุ้มครองสิทธิ เพราะว่าการรับรองและคุ้มครองสิทธินั้นไม่ได้หมายถึง การกระทําแต่เฉพาะในขอบเขตประเทศไทยเท่านั้น แต่งานของคนไทยได้แพร่ขยายไป ในระดับนานาชาติแล้ว แต่เราไม่ได้พูดถึงว่ารัฐจะช่วยเอสเอ็มอีส์ของไทยในการที่จะได้รับ การรับรองสิทธิและพิทักษ์สิทธิในต่างประเทศอย่างไร เพราะงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม จะไม่หยุดยั้งเพียงแค่ชายขอบเขตประเทศไทยเท่านั้น พรมแดนไม่ใช่ขีดจํากัด ของงานประดิษฐ์ พรมแดนไม่ใช่ขีดจํากัดของงานทรัพย์สินทางปัญญา และงานเหล่านั้นจะด้อย คุณค่าถ้าไร้ซึ่งความรับรองและการปกป้องสิทธิ รัฐกําลังผลักดันดิจิทัล อีโคโนมี (Digital economy) และดิจิทัล อีโคโนมีจะก้าวเดินต่อไปไม่ได้ครับ ถ้าขาดคอนเทนท์ (Content) หรือเนื้องาน และการมีบิก ดาตา (Big data) หรือว่าข้อมูลรวม ซึ่งทั้งคอนเทนท์และดาตา ล้วนผูกโยงกับทรัพย์สินทางปัญญาทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๙๑ ดังนี้ครับ มาตรา ๒๙๑ ให้มีการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ ทรัพย์สินทางปัญญาตามแนวทางดังต่อไปนี้
(๓) สร้างฐานข้อมูลการประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญา และจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวอย่างทั่วถึง รวมทั้งส่งเสริม ให้มีการนําผลการศึกษา วิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นไปใช้ในกระบวนการผลิตและการให้บริการ
(๔) จัดให้มีและพัฒนากลไกในการคุ้มครองแบ่งปันและการนําผลงาน การประดิษฐ์คิดค้นและการสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญา มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
(๕) สนับสนุนหรือลงทุนให้องค์กรบริหารท้องถิ่น ชุมชน และผู้ประกอบการ รายย่อยในภาคเกษตรกรรม ภาคการผลิต และภาคบริการ ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ข้อความที่เหลือ ให้คงเดิมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ได้ใช้สติปัญญาและความอุตสาหะในการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ดีให้กับพลเมืองสยาม พลเมืองไทย แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่สมบูรณ์เลยครับถ้าท่านไม่กรุณาแก้ตามที่ผมร้องขอ ขอบพระคุณครับ