ยงยุทธ เสนอเพิ่ม "ยุทธศาสตร์ชาติ" ในหมวด 2 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘

ยงยุทธ สาระสมบัติ เสนอให้เพิ่มคำว่า "ยุทธศาสตร์ชาติ" ลงในหมวด 2 ของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เพื่อเป็นแผนแม่บทที่ครอบคลุมการพัฒนาประเทศระยะยาวอย่างน้อย 20 ปี โดยเรียกร้องให้ภาคเอกชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา พร้อมทั้งหารือประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗๘ เพื่อจัดตั้งองค์กรจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และเสนอให้เร่งรัดการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะแรก รวมถึงหารือแนวทางการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเสนอให้จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา ๘๔ ให้มีสภาพบังคับ

พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ผม ศาสตราจารย์พิเศษ พันตำรวจตรี ดอกเตอร์ ทันตแพทย์ยงยุทธ สาระสมบัติ ที่พูดนี้เพื่อให้พวกเพื่อน ๆ หายง่วงนะครับ ความจริงที่พูดมานั้นเป็นเรื่องที่ผมสำเร็จตามนั้นจริง ๆ แต่เพื่อให้พวกเราหายง่วงเท่านั้นเอง ผมต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ให้ความสำคัญ ของยุทธศาสตร์ชาติตามที่ทางคณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดินได้พยายามเสนอนะครับ โดยท่านกรุณาบัญญัติเอาไว้ ๒ มาตรา ในร่างมาตรา ๑๗๙ ที่ว่าในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ยุทธศาสตร์ชาติ ในมาตราที่ ๒ ที่ท่านได้กรุณาบัญญัติไว้ก็คือในมาตรา ๒๘๔ (๑) ที่ว่า การบริหารราชการ แผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณต้องดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ นับเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์การทำรัฐธรรมนูญของประเทศไทยที่ผ่านมา ๑๙ ฉบับ ที่ท่านคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้เพิ่มคำว่า ยุทธศาสตร์ชาติ เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่เรียนตรงนี้ำ้าเรา ไปพิจารณาาึงประเทศที่พัฒนาแล้ว ต้องขออภัยที่เอ่ยาึง เมื่อเช้านี้ท่านกรรมาธิการ คณะเศรษฐกิจ ๒ ได้พูดาึงว่า ประเทศไทยต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องมี ยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ได้มีการซักซ้อมกันมาก่อน ฉะนั้นผมจึงเห็นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งว่า เราจะต้องให้ความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติมากกว่าที่ท่านได้กรุณาบัญญัติไว้ ทั้งนี้ เพราะอะไร เพราะยุทธศาสตร์ชาตินั้นมีความสำคัญมากต่อการพัฒนาประเทศ เพราะเป็น แผนแม่บทที่เป็นกรอบชี้นำการกำหนดนโยบายและแผนด้านต่าง ๆ อย่างน้อยที่สุดก็ ๑๐ ด้าน ตามมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว สำหรับการพัฒนาประเทศ กำหนดทิศทางเป้าหมาย หรือแนวทางพัฒนาการบริหารราชการการจัดสรรงบประมาณ และเป็นแนวทางสำหรับ พัฒนาของภาคเอกชนและภาคประชาชน ยุทธศาสตร์ชาติไม่ใช่เพื่อหน่วยงานของรัฐเท่านั้น เป็นแนวทางของภาคเอกชนด้วย ยกตัวอย่างเช่นขณะนี้ประเทศไทยมีนโยบายที่จะพัฒนา ระบบรางอีกหลายพันกิโลเมตรแต่าามว่าประเทศไทยในขณะนี้มีโรงงานทำรางราไฟหรือยัง มีโรงงานทำหมอนราไฟหรือขณะนี้ใช้คอนกรีตมีอยู่ ๔ โรงำามต่อไปว่าทำได้วันละเท่าไร เดือนละเท่าไร ได้ไม่กี่หมื่นครับำ้าเราพัฒนาระบบรางขึ้นมา ยกตัวอย่างระบบรางอย่างเดียวครับ ต้องเพิ่มเป็นแสนแต่มีอยู่แค่ ๔ โรง นี่คือแนวทางสำหรับภาคเอกชนที่จะไปลงทุน ที่จะ เตรียมการ หรือา้าเรามองดูว่าประเทศไทยจะต้องเป็นเมดิคอล ฮับ (Medical hub) ทาง ภาคเอกชนเขาจะได้เตรียมการว่าเขาจะลงทุนอะไร อย่างไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับ ภาคประชาชนครับ พ่อแม่ก็จะได้รู้ว่าควรจะให้ลูกเรียนอะไร เพื่อจะรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในประเทศชาติต่อไปในอนาคต นี่คือตัวอย่างนะครับ ของเรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ แต่เป็นแผน ๕ ปี บังเอิญแผน ๕ ปีเหล่านั้นมันขาดความต่อเนื่องด้วย รัฐบาลแต่ละสมัยที่มาก็จะเปลี่ยนเพราะอะไรครับ คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เกินครึ่งหนึ่งเลือกโดยนักการเมือง เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจริง แต่นักการเมืองเป็นคนเลือก ขณะนี้ ประเทศจีนอยู่ในแผนพัฒนาฉบับที่ ๑๒ เริ่มต้นฉบับที่ ๑๒ ประเทศไทยอยู่กลางแผน ของแผนที่ ๑๑ มาเลเซียอยู่แผนที่ ๑๐ ทุกท่านคงทราบดีนะครับำ้าเราเปรียบเทียบกับความเจริญ ของประเทศเหล่านั้นเราอยู่ในลำดับใด ฉะนั้นที่เราพูดาึงว่าเป้าประสงค์ของประเทศเรา ต้องการความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนำ้าเรายังไม่มียุทธศาสตร์ชาติโอกาสจะเกิดขึ้นลำบากมาก และไม่ใช่เพียงมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเท่านั้นนะครับ ยุทธศาสตร์ชาติจะต้องมองาึงอธิปไตย และศักดิ์ศรีในประชาคมโลกด้วย แต่ก่อนเราเคยมองประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ข้างประเทศเรา ๓๐ ปีที่แล้วเราค่อนข้างจะดูแคลน บางประเทศ แต่เดี๋ยวนี้ประเทศอื่นดูแคลนประเทศเราครับ เราต้องยอมรับความจริงตรงนี้ เราจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปสำหรับลูกหลานหรือไม่ ยุทธศาสตร์ชาตินั้นเป็นวิสัยทัศน์ ที่จะมองไปในอนาคตอย่างน้อย ๒๐ ปี จาก ๒๐ ปีนั้นแล้วค่อยมาวิเคราะห์ต่อไปาึงยุทธศาสตร์ ด้านต่าง ๆ จากยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ นั้นเรามาดูต่อไปาึงแผนพัฒนาแต่ละ ๕ ปี ฉะนั้น ผมเห็นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องเพิ่มคำว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ลงไปในหมวด ๒ ของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ผมขอเสนออย่างนี้นะครับ

ประการที่ ๑ กำหนดยุทธศาสตร์ชาติเป็นชื่อหมวดร่วมกันแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ

ประการที่ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗๘ ให้สอดคล้องกับชื่อหมวด

ประการที่ ๓ เพิ่มมาตรา ๗๘/๑ ที่ว่า แผ่นใสขึ้นทันไหมครับ เพาเวอร์พอยต์ า้าไม่ทันผมขออนุญาตอ่านนะครับท่านประธาน

มาตรา ๗๘/๑ รัฐต้องจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อเป็นแม่บทที่เป็นกรอบชี้นำ การกำหนดนโยบายและแผนต่าง ๆ สำหรับการพัฒนาประเทศ กำหนดทิศทาง เป้าหมาย หรือแนวทางการพัฒนาประเทศ การบริหารราชการแผ่นดิน การจัดสรรงบประมาณ และเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาของภาคเอกชนและภาคประชาชนเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน รวมทั้งมีอธิปไตยและศักดิ์ศรีในประชาคมโลก หลายคนคงเคย ประสบเพื่อนจากต่างชาติมา มาาึงบอกช่วยพาไปพัฒน์พงศ์ที นั่นพูดบาร์เบียร์ (Bar beer) ที่ประเทศไทยนี่ดีนะที่พัทยา ศักดิ์ศรีของเราอยู่ที่ไหนครับ ฝากช่วยกันคิดครับ ฉะนั้นนั่นคือ ประเด็นที่ ๓ มาตรา ๗๘/๑ นะครับที่ขอเพิ่ม

าัดไปนะครับ ควรจะต้องมีหลักการต่อไปด้วยว่าให้มีองค์กรยุทธศาสตร์ชาติ เป็นองค์กรจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศเสนอรัฐสภา

ประการาัดไปครับ การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติต้องสอบาามความเห็นประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขอความเห็นชอบของรัฐสภา ต้องขอเพิ่มอีกมาตราหนึ่งครับ มาตรา ๗๘/๒ จะต้องมีการเร่งรัดการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะแรก เพราะเราไปบัญญัติไว้แล้ว ในมาตรา ๑๗๙ และมาตรา ๒๘๔ (๑)ำ้ารัฐบาลต่อไปบอกว่ารัฐธรรมนูญท่าน สปช. เขียนไว้ว่า ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดิน จัดสรรงบประมาณต้องตามยุทธศาสตร์ชาติ แล้วยุทธศาสตร์ชาติอยู่ที่ไหนล่ะครับ ฉะนั้นในมาตราอีกมาตราหนึ่งฉะนั้นต้องเร่งรัดทำ การตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติคงจะไม่ตั้งโดย สปช. ครับ ร่างไว้แล้วครับในฐานะที่ กระผมเป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดทำร่างกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติได้ร่างไว้เสร็จแล้ว ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานำ้า ๑๐ นาทีไม่พอผมขอต่อนะครับแล้วไปหักทีหลัง ร่างกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติวาระที่หนึ่งร่างไว้เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในวาระที่สอง กำลังดูรายละเอียด และพร้อมที่จะนำกลับมาสู่สภาแห่งนี้เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้ช่วยกัน พิจารณาปรับปรุง คิดว่าภายในเดือนหน้าคงจะพร้อมหลังจากที่นำเข้ามาแล้ว ในหลักการ เข้ามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม และท่านทั้งหลาย ท่าน สปช. ทั้งหลายได้กรุณา ให้ข้อแนะนำเราก็นำไปปรับปรุงนะครับ นั่นคือในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ จะกรุณาให้ผม ต่อหน่อยไหมครับ ท่านประธานกรุณาพยักหน้า ผมต่ออีกนิดเดียวครับ

มาตรา ๘๔ วรรคหก ท่านกรุณาร่างไว้แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ การส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เห็นด้วยครับ แต่ท่านให้ความสำคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมน้อยไปหน่อย บังเอิญ ผมไม่ได้ซักซ้อมเหมือนกันนะ เมื่อเช้านี้ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สิน ทางปัญญาพูดาึง ผมเขียนตรงนี้ไว้ก่อนแล้วและผมพูดาึงตั้งแต่สมัยเราสัมมนากันครั้งแรก า้าจำไม่ผิดที่เมืองทองธานี วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมควรจะต้องเร่งรัด ไม่ใช่ แค่รัฐต้อง ในมาตรานี้ มาตรา ๘๒ำึงมาตรา ๙๕ำ้าผมจำไม่ผิด แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ต้อง ต้อง ต้องำึงท่านจะบอกว่าตรงนี้ไม่มีสภาพบังคับ ประทานโทษครับำ้าไม่มีสภาพบังคับ เขียนไว้ทำไม ท่านเป็นแนวให้เขาครับ เพราะฉะนั้นา้าท่านไม่ให้ความสำคัญเท่ากันหมดว่า ต้อง ต้อง ต้อง แสดงว่าไม่มีอะไรสำคัญกว่าอะไรเลยอย่างนั้นใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ต้องจัดลำดับความสำคัญครับ ยิ่งประเทศชาติของเรา ๑. มีเวลาน้อย ๒. มีทรัพยากรน้อย ท่านกรุณารับพิจารณาตรงนี้ด้วย ส่วนในมาตราอื่นผมขอใช้ตอนไปอภิปรายในส่วนอื่นครับ เป็นพระคุณครับท่านประธาน ขอบคุณคณะกรรมาธิการอีกครั้งที่อุตส่าห์ใช้เวลาวิริยะสาหัส อย่างมากในการที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมกำลังพิจารณาอยู่ว่าผมจะให้ดี ดีภาษาไทย หรือดีภาษาอังกฤษ แต่ผมว่าเป็นดีภาษาไทยนะครับ ขอบคุณครับ