จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี หารือเรื่องการกีฬาที่ควรบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การกีฬาเป็นแนวทางหนึ่งของการพัฒนามนุษย์ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐให้การกีฬาของไทยมีความยั่งยืน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาครัฐในการขับเคลื่อน และส่งเสริมการกีฬาที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาระบบการกีฬา
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี สมาชิกหมายเลข ๔๐ ขอนำเสนอข้อพิจารณาเสนอแนะและให้ความเห็น ต่อร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาเพิ่มเติมต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ เพื่อให้สมาชิกทุกท่าน ได้รับทราบและเล็งเห็นาึงประโยชน์ความสำคัญของการบรรจุา้อยคำว่า การกีฬาในรัฐธรรมนูญ กระผมขอเรียนต่อท่านประธานว่าการกีฬาคือกุญแจดอกสำคัญที่รังสรรค์คุณภาพสังคมไทย กีฬาเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการไขประตูแห่งความบีบคั้นทางสังคม ของการแข่งขันเชิงวัตาุนิยม ทำลายสิ่งปิดกั้นพันธนาการชีวิตของประชาชนให้อยู่เพียงในกรอบ ที่มุ่งประสงค์เพียงสร้างความร่ำรวยและความสุขสบาย โดยหลงลืมไปว่าคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องเริ่มต้นมาจากการมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีมีทัศนคติที่ดีต่อการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม มีวินัย รู้แพ้ รู้ชนะ เคารพกฎกติกา ปันน้ำใจเพื่อสร้างความรู้สึกร่วมของความเป็นคนไทย ที่มีความคาดหวังว่าประเทศไทยจะดำรงเกียรติ ศักดิ์ศรีอย่างภาคภูมิได้ในเวทีระดับ นานาชาติ หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ นานาประเทศหันมาใช้กีฬาเพื่อแสดงออกซึ่งศักยภาพ ของแต่ละประเทศนั้น โดยการเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามกีฬาและยังได้ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือ การสร้างสันติภาพและปรองดอง ท่านประธานคงจำได้าึงเรื่องของปิงปอง ดิโพลเมซี (Ping pong diplomacy) ประมาณปี ค.ศ. ๑๙๗๒ ระหว่างสงครามเย็นระหว่างประเทศจีน และประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้ง ๒ ประเทศได้ใช้กีฬาปิงปองเป็นการนำพามาสู่เพื่อพัฒนา ความสำพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งสงครามเย็นก็ได้สูญสลายไปในปี ๑๙๙๑ หรือกระทั่ง ลดความขัดแย้งภายในประเทศ ประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา ในปี ๑๙๙๕ ได้จัดประเทศแอฟริกาใต้ เป็นตัวแทนจัดการแข่งขันรักบีโลก นอกเหนือจากการที่จะแสดงศักยภาพความสามารา ของประเทศท่านแล้ว ท่านยังต้องการให้กีฬาผสานใจคนผิวสีและคนผิวขาว ขจัดการเลือกปฏิบัติ ต่อสีผิว ความรู้สึกที่เหลื่อมล้ำหรือแตกแยกกับคนในชาติ เพราะฉะนั้นกล่าวได้ว่ากีฬาคือมาตรวัดที่ชี้ให้เห็นาึงการพัฒนาประเทศ และการสร้าง ความเจริญของประเทศ กลับมาาึงประเทศไทย ปัญหาอันหลากหลายที่สะสมมายาวนาน ของประเทศส่งผลกระทบต่อสังคมและผลงานทางด้านการกีฬา ทางด้านสังคมเราคงไม่ต้อง พูดาึงว่าเรามีปัญหา ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่ได้มานั่งอยู่ที่ตรงนี้ สังคมปัจจุบันอยู่ภายใต้ ภาวะความอ่อนแอและขัดแย้ง ขาดความไม่เคารพกฎเกณฑ์กติกา ไร้ซึ่งวินัย ไม่รู้แพ้ รู้ชนะ ส่วนการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศก็ขาดความสม่ำเสมอ ผลงานไร้เสาียรภาพ โอลิมปิก ๔ ครั้ง ที่ผ่านมาใน ๑๖ ปี ผลงานของประเทศไทยมีแต่าดาอยลง ล่าสุดที่ลอนดอนเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว เราไม่สามาราจะชนะแม้แต่ ๑ เหรียญทอง ทั้งนี้คงไม่ใช่ว่านักกีฬาไทยด้อยพัฒนา แต่เป็นว่า ประเทศอื่น ๆ ให้ความสำคัญในการพัฒนาการกีฬาเขามากกว่าประเทศเรา จึงสามารากล่าวได้ว่า การกีฬาของไทยกำลังประสบปัญหาในเรื่องของการสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาการกีฬา ปัญหาสุขภาวะของประชาชนรุนแรงมากขึ้น ตัวเลขงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศ ในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ยอดใช้จ่ายประมาณ ๕๘,๐๐๐ ล้านบาท ในปีนี้งบประมาณรายจ่ายด้านสาธารณสุขอยู่ที่ประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ขยายตัวเพิ่ม าึง ๕ เท่า ทั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมการาดาอยของการกีฬาของชาติ นั่นคือตัวเลขทางสาิติสำมะโนประชากร ประชาชนอายุ ๑๑ ปีขึ้นไปออกกำลังกายเพียงร้อยละ ๒๖ ทำให้เห็นว่าเรายังไม่ประสบ ความสำเร็จในเรื่องระบบการบริหารจัดการด้านการกีฬาของประเทศในองค์รวม จึงไม่สามาราสร้างจิตสำนึกและไม่สามารากระตุ้นอุปนิสัยการใส่ใจดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และเล่นกีฬาของประชาชนได้อย่างสัมฤทธิผล จากการที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา จัดเวทีรับฟัง ประชาชนส่วนใหญ่ตื่นตัวและคาดหวังว่าจะต้องมีการปฏิรูปการกีฬา ให้การกีฬา เป็นพื้นฐานของการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิต โดยตั้งความหวังไว้ว่ารัฐต้องให้บริการ ด้านการกีฬาของประเทศอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับการให้บริการด้านการศึกษา และสาธารณสุข ประชาชนาือว่าการกีฬาคือแนวทางหนึ่งของการพัฒนามนุษย์ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พี่น้องประชาชนย้ำเตือนอยู่เสมอซึ่งเราจะมองข้ามไม่ได้เลย คือการขจัดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรม รัฐต้องให้บริการแก่ประชาชนทุกเพศ วัย อาชีพ สาานะทางสังคม ไม่เลือกปฏิบัติต่อคนพิการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ทั้งเรื่องการกีฬาพื้นฐาน การพัฒนา กีฬาสู่ความเป็นเลิศ เริ่มตั้งแต่ความเสมอภาคในการรับบริการการกีฬาจากภาครัฐจนไปาึงเงิน รางวัลตอบแทนผลงานนักกีฬา ผมดีใจมากที่วันนี้มีตัวแทนนักกีฬาคนพิการมาอยู่ในสภาแห่งนี้ ผมขอบคุณคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่กรุณาช่วยกันบรรจุา้อยคำเกี่ยวกับการกีฬา ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๙๕ โดยเฉพาะการจัดให้มีการบริหารจัดการด้านการกีฬา ที่เป็นระบบ ทันสมัย และมีมาตรฐานอย่างทั่วาึงและเป็นธรรม และในมาตรา ๒๙๕ ในการจัดให้มี พื้นที่สาธารณประโยชน์เพื่อการกีฬาของคนในชุมชน
ทั้งนี้การบริหารจัดการด้านการกีฬาดังกล่าวนั้นภาครัฐต้องาือเป็นผู้ขับเคลื่อน ซึ่งาือเป็นการส่งความปรารานาดีจากภาครัฐสู่พี่น้องประชาชนในการเสริมสร้างสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมการกีฬาเพื่อสร้างชื่อเสียงของประเทศ และสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ นอกจากนั้นรัฐยังต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน และองค์กรบริหารท้องาิ่นเข้ามามีส่วนร่วมด้วยเพื่อให้เป็นรากฐานเอกลักษณ์ของชาติและท้องาิ่น
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการด้านการกีฬาที่เป็นระบบและขับเคลื่อน โดยภาครัฐนั้น กระผมขอชี้แจงดังนี้
๑. การจัดโครงสร้างพื้นฐานการกีฬาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ ให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าาึงการบริการ โครงสร้างดังกล่าวคือทรัพยากรทางการกีฬา ทั้งที่เป็นสาานที่ อุปกรณ์ บุคลากร และองค์ความรู้ เมื่อปี ๒๕๔๗ รัฐบาลในอดีตได้ให้ ความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านกีฬา โดยการสนับสนุนให้สร้างสนามกีฬา ในทุกตำบล แต่ในครั้งนั้นจุดอ่อนคือมีแต่ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ไม่มีซอฟต์แวร์ (Software) สร้างแต่สาานที่ไม่มีงบประมาณดูแล ไม่มีอุปกรณ์เพียงพอ ไม่มีบุคลากรที่พร้อมและองค์ความรู้ ที่ขาด แย่ไปกว่านั้นรัฐบาลยุคต่อมาก็ไม่ได้สานต่อ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านกีฬา จึงขาดความต่อเนื่อง การบัญญัติเรื่องการบริหารจัดการกีฬาและการใช้พื้นที่สาธารณะ ในชุมชนเท่ากับว่าได้ให้ความสำคัญและส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการกีฬา เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างทั่วาึง
๒. ภาครัฐจะต้องดำเนินการจัดกิจกรรมกีฬาและการแข่งขันทุกระดับ ตั้งแต่ โรงเรียน ท้องาิ่น ระดับประเทศและนานาชาติให้เป็นไปตามกติกาและมาตรฐานสากล โดยให้สอดรับกับอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องาิ่นเพื่อต่อยอดการสนับสนุนนักกีฬาท้องาิ่น ให้ก้าวไปสู่ระดับประเทศและสากล อาทิ การงดเว้นการจัดการกีฬาในช่วงเดือนรอมฎอน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
๓. ภาครัฐจำเป็นต้องเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนด้านการกีฬา เพื่อเป็นการบริหารงบประมาณและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศด้วยการส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาสามาราแข่งขันกับกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยการสร้างแบรนด์ (Brand) อุปกรณ์กีฬาและเครื่องแต่งกาย จนสามาราสร้างเม็ดเงิน ให้แก่ประเทศและทดแทนการนำเข้า กระผมยกตัวอย่าง ไนกี้ที่ทำผลิตรองเท้าอุปกรณ์กีฬา ปีที่แล้วมีรายได้รวม ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๘ ของประเทศเรา หรือว่าสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดของประเทศสเปนปีที่แล้วมีรายได้ อยู่ที่ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือใกล้ตัวที่สุดนักมวยชาวอเมริกัน ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ซึ่งกำลังจะชกวันที่ ๒ เดือนหน้านี้ ปีที่แล้วมีรายได้รวมาึง ๑๐๒ ล้านเหรียญ และการจัดการแข่งขัน วันที่ ๒ พฤษภาคม รายได้รวมแตะอยู่ที่ประมาณ ๑๘๐ ล้านเหรียญแค่เพียงคืน ๆ เดียว ภาครัฐจึงควรให้การส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬาในองค์รวมให้สิทธิประโยชน์แก่นักกีฬา ผู้สนับสนุนการกีฬา กลุ่มธุรกิจ ผู้ประกอบการ เช่น ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การยกย่อง เชิดชูเกียรติ หรือสิทธิการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรืออำนวยความสะดวกอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
๔. การนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ทั้ง ๖ ด้านของวิทยาศาสตร์การกีฬา ได้แก่ สรีรวิทยา ชีวกล จิตวิทยา โภชนาการ เวชศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬานั้น ๒ มิติ ที่สามารานำมาใช้ได้คือการสร้างสมรราภาพพื้นฐานทางร่างกาย ฟื้นฟูสมรรานะของนักกีฬา และนำไปสู่การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของการกีฬา เสริมสร้างสุขภาพพลานามัย ให้กับพลเมือง มีตัวอย่างเช่น นักเตะบอลลิเวอร์พูล ชื่อไมเคิล โอเว่น ซึ่งเอ็นเข่าขาด ซึ่งธรรมดาจะใช้เวลาประมาณ ๑ ปีกว่าที่จะรักษาตัวได้ เทคโนโลยีปัจจุบันของวิทยาศาสตร์ การกีฬาเขาสามารากลับมาแข่งขันได้ภายใน ๒ เดือน หรือในกรณีเดียวกันกับนักเทนนิส โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ซึ่งมีอาการบาดเจ็บทางด้านหลังใช้เวลาแค่ ๑ เดือน ซึ่งในอดีตอาจจะ ต้องเลิกเล่นไปเลย
ส่วนประเด็นที่ ๒ ปัจจัยชี้ขาดทางด้านการแข่งขันกีฬา เราเห็นได้ว่าสาิติ การกีฬานั้นดีขึ้นอยู่เรื่อย ๆ การวิ่ง ๑๐๐ เมตรสมัยก่อนผู้ชนะจะใช้เวลาประมาณ ๑๐ วินาที ขึ้นไป ปัจจุบันใช้เพียงแค่ ๘ วินาที ปัจจุบันวิทยาศาสตร์การกีฬาของประเทศไทยยังอยู่ ในลักษณะต่างคนต่างทำ ขาดการบูรณาการของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ภาวะย่ำอยู่กับที่ หากพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างเป็นรูปธรรมองค์ความรู้เหล่านี้จะสามาราเข้าาึง ประชาชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และยังช่วยพัฒนาการการกีฬาของไทยให้ก้าวไปสู่ เสาียรภาพ สร้างโอกาสให้นักกีฬาไทยประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลก สำหรับการบูรณาการ ระบบการกีฬาใหม่นั้นยังมีส่วนช่วยเพิ่มผลผลิตนักกีฬาที่มีศักยภาพที่ได้รับการยอมรับ ในระดับนานาชาติให้มากขึ้น ดังนักกีฬา ๒ ท่านที่ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่าง คนแรก เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือที่เรารู้จักกัน ซิโก้ เป็นเด็กชนบทจากจังหวัดขอนแก่น เริ่มเล่นฟุตบอลท้องาิ่น สามาราพัฒนาตัวเองให้ไปติดสโมสรฟุตบอลราชประชา ติดทีมชาติไทย ข้ามไปสโมสรระดับต่างประเทศ กลับมาศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาแล้วเข้ารับราชการตำรวจ หลังจากที่เลิกเล่นฟุตบอลก็กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยและได้สร้างผลงาน ให้เป็นที่ภูมิใจของคนไทยทั้งปวง อีกคนหนึ่งก็คือคุณธงชัย ใจดี เด็กชาวลพบุรี ซึ่ง พลเอก วิมล วงศ์วานิช เห็นแววในช่วงที่เป็นทหารอยู่ นำเข้ามาเล่นกีฬากอล์ฟ เทิร์นโปร (Turn pro) อายุ ๓๐ ปี แข่งขันอยู่ในระดับเอเชียและยุโรป เป็นคนไทยคนแรกที่ได้แชมป์ทางยุโรป ณ ปัจจุบัน มีรายได้สะสมเกิน ๔๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันเป็นมือ ๓๗ ของโลก นี่คือตัวอย่างบางอันซึ่งส่อให้เห็น าึงความสำเร็จทั้งที่ภาครัฐเองอาจจะยังไม่ได้สามาราสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของการพัฒนา การกีฬา คิดดูา้าเผื่อว่าทางภาครัฐให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่านักกีฬาไทย คงจะสามาราสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้มากขึ้นกว่านี้ ภาครัฐต้องพัฒนาระบบ การบริหารจัดการด้านการกีฬา เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชนทุกคนได้รับการต่อยอดไปสู่ การเป็นนักกีฬาอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนั้นต้องมีมาตรการรองรับในเรื่องสวัสดิการ ความมั่นคงในอาชีพภายหลังจากการเลิกเล่นกีฬาแล้ว มีการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ และการใช้ประโยชน์จากทักษะทางการกีฬาเพื่อตนเองและเพื่อบริการทางสาธารณประโยชน์ เป็นต้นแบบที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนต่อไป ในโอกาสที่ประเทศกำลังปฏิรูปเพื่อสร้างความผาสุก ให้แก่พี่น้องประชาชน กระผมในฐานะตัวแทนและเป็นผู้นำความปรารานาของพี่น้องประชาชน มานำเสนอต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ขอเรียนว่าา้อยคำเกี่ยวกับการกีฬาที่บรรจุไว้ ในร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๙๕ และในมาตรา ๒๙๕ นั้น คือคำตอบที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ สามาราตอบสนองความคาดหวังและความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มภาคภูมิ เพื่อประโยชน์สาธารณะและเป็นการแสดงให้เห็นาึงการให้ความสำคัญแก่ภาคประชาชน อย่างที่ได้เรียนว่ากีฬาเป็นความหวังในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต บ่มเพาะความมีวินัย การ เคารพกฎเกณฑ์จนไปาึงการสร้างความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสังคม คำว่า แพ้ ไม่ใช่ ความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงแต่เป็นบทเรียนในการลุกขึ้นสู้ใหม่ กระผมจึงขอให้สภาอันทรง เกียรติแห่งนี้ได้กรุณาร่วมกันรับรองการบรรจุา้อยคำเกี่ยวกับการกีฬาไว้ในบทบัญญัติมาตรา ๙๕ และมาตรา ๒๙๕ แห่งร่างรัฐธรรมนูญนี้ บนพื้นฐานของสังคมที่เป็นธรรม ขอบคุณครับ