เกษมสันต์ จิณณวาโส หารือเรื่องการปฏิรูประบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเสนอแนวคิดการสร้างหอเกียรติยศเพื่อยกย่องผู้มีความสำเร็จในด้านกีฬา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายเกษมสันต์ จิณณวาโส สมาชิกสภาปฏิรูป ลำดับที่ ๑๖ ในประเด็นที่จะขออภิปราย ในรอบที่ ๒ ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายในเวลา ๑๐ นาที อยากจะอภิปรายและแสดงความเห็น ในเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยเฉพาะในเรื่องของแนวทางการปฏิรูประบบ บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นหลัก โดยเฉพาะในเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับใน (๑) (๒) (๕) ผมอยากจะกราบเรียนที่ประชุมอย่างนี้ครับว่าในเรื่องมาตรา ๒๘๗ นั้น ก่อนหน้านี้มีโอกาส อ่านเจตนารมณ์ที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้หยิบยกขึ้นมา อ่านแล้วก็ใจหาย แต่ผมอยากนำเรียนอย่างนี้นะครับว่า ระบบงานที่ประเทศไทยทำไว้โดยเฉพาะเรื่องรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเราทำตามมาตรฐานในต่างประเทศที่ทำเหมือน ๆ กัน ในรูปแบบลักษณะเดียวกันมีอยู่ ๑๒๖ ประเทศ แต่เมื่อไปอ่านเจตนารมณ์ที่จะมีการปรับแก้ ก็เลยไปมองว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นประเทศไทยอาจจะเป็น ๑ ใน ๑๒๖ ประเทศที่ไม่เหมือนกับ นานาประเทศ ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่ผมอยากฝากให้ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ช่วยกรุณากลับไปพิจารณา ประเด็นสำคัญก็คือว่าที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ำึงปี ๒๕๕๗ มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ๑,๔๔๑ โครงการ ใน ๑,๔๔๑ โครงการ ผมอยากนำเรียนท่านอย่างนี้ครับว่า มีประเด็นที่ฟ้องร้องเป็นคดี ระหว่างตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ำึงปี ๒๕๕๗ มีอยู่ ๑๔ คดีเท่านั้น และศาลยกฟ้องไป ๕ คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาอีก ๙ คดี จริง ๆ แล้วเป็นเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่เป็นปัญหา แล้วมีการร้องเรียนก็คือร้องเรียนในเนื้อหารายงานเพียง ๐.๐๗ เปอร์เซ็นต์ ของรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบหลังจากการดำเนินการ คือร้องเรียนเรื่องมาตรการต่าง ๆ เพียง ๑.๒ เปอร์เซ็นต์ของจำนวน ๑,๔๐๐ กว่าโครงการ ที่มีการคัดค้าน ๔.๗ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่อยากจะนำเรียนว่ากระบวนการ ที่ดำเนินการอยู่นั้นมันเป็นสิ่งที่ดำเนินการเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ซึ่งมาตรการ ทางด้านการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เราพยายามจะพูดาึงเรื่องการป้องกัน การแก้ไข การเยียวยา และการลดผลกระทบ ตอนนี้สิ่งที่ปรากฏอยู่ในมาตรา ๒๘๗ (๑) (๒) รวมาึง (๕) นั้น ผมได้นำกราบเรียนต่อที่ประชุมเมื่อวานนี้ว่าา้าทุกอย่างในโครงการต่าง ๆ า้าเกิดอยู่ในกระบวนการร่วมคิดร่วมทำตั้งแต่ทำกระบวนการที่เราทำการวางระบบตั้งแต่ การจัดทำโครงการหรือร่วมคิดร่วมทำตั้งแต่เรื่องของการวิเคราะห์ เรื่องของการวางแผน การกำหนดนโยบาย การแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งการกำหนดกิจกรรมและโครงการ โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมทุกอย่างมันจะจบสิ้นในระบบของมันเอง ดีไม่ดีสิ่งที่เราพยายาม อยากจะปฏิรูปนั้นอาจจะไม่มีความจำเป็นด้วยซ้ำไป เพราะว่าทุกอย่างมันได้ข้อยุติร่วมกัน สิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนต่อมาก็คือว่าในสิ่งที่เราพูดาึงนั้น เราได้พยายามกระจายอำนาจ ขณะนี้เราได้กระจายอำนาจการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมออกไป ๗ จังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดที่เป็นพื้นที่คุ้มครอง แต่ที่เราอยากจะทำไปมากกว่านั้นา้าหาก จังหวัดใดมีความพร้อมทางด้านบุคลากรโดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสงขลา หรือจังหวัดที่คิดว่ามีความพร้อมเราสามาราที่จะนำเสนอ ต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเพื่อที่จะจัดตั้งคณะกรรมการผู้ชำนาญการเพื่อพิจารณา โครงการต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เกิดการกระจายอำนาจ ทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ พอย้อนกลับมาสิ่งที่เราเขียนไว้ในมาตรา ๒๘๗ ผมเห็นว่าเราลงรายละเอียดมาก เพราะว่า ในหลักการา้าบอกว่าเราอยากจะปฏิรูปในเรื่องของระบบหรือโครงการการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยให้มีการปฏิรูปโครงสร้างองค์กร กลไก หรือเครื่องมือ ทางด้านการบริหารจัดการแล้วา้าเราระบุว่า เป็นรายสาขา เพราะในบางมาตราท่านพูดาึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนั้นได้กล่าวาึงการพัฒนา รายสาขาหรือรายภาคำ้าเราพูดาึงอย่างเช่นในเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เราก็รวมาึง เรื่องดิน น้ำ ป่า แร่ พลังงาน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่องสิ่งแวดล้อมเราก็พูดาึง เรื่องขยะ น้ำเสีย กากของเสียอันตราย ฝุ่น เสียง ซึ่งรวมความก็คือมลพิษ แต่า้าเราใช้คำว่า การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรายสาขาเพื่อให้มีการปรับปรุงกลไกทั้งหมด อย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัยโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม สิ่งที่เราระบุไว้ในรายละเอียด ใน (๑) (๒) นั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงรายละเอียด ซึ่งผมเองเห็นว่าสิ่งที่กระผม นำเรียนต่อท่านกรรมาธิการนั้นกว้างขวางและครอบคลุมในทุก ๆ เรื่อง ทีนี้ส่วนบางประเด็น ที่มาเพิ่มเติมอยู่ใน (๒) ก็คือเรื่องของการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ ได้มีโอกาสคุย กับคณะกรรมาธิการบางท่าน ตรงนี้ก็เป็นการแปลภาษาอังกฤษ เป็นภาษาไทยที่อธิบายก็ยัง อาจจะไม่ตรงกัน หรือความเข้าใจไม่ตรงกัน แต่ท้ายสุดผมคิดว่าา้าเรามองว่าเป็นเรื่องของ การประเมินยุทธศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม หรือว่าการประเมิน ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์นั้นคือมองให้เห็นภาพรวมทั้งหมด ทั้งทุก ๆ สาขานั้น เป้าประสงค์ก็คือเราอยากดูเรื่องขีดความสามาราในการรองรับของพื้นที่ ดูในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ที่จะดำเนินการต่อเนื่องในระยะยาวเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้า้ารับตรงนี้ได้ก็อาจจะมีการโยกย้ายา้อยคำตรงนี้ไปไว้ในมาตรา ๙๒ ก็จะเป็น ประโยชน์
ส่วนสุดท้ายนี้นะครับจะไม่เกี่ยวกับมาตรา ๒๘๗ พอดีผมในอีกฐานะหนึ่ง ก็เป็นกรรมาธิการอยู่ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับ คณะกรรมาธิการหลายครั้ง ต้องกราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการที่ได้กรุณาหยิบเรื่องนี้ ใส่ไว้ ๒ เรื่องในมาตรา ๙๕ แล้วมาตรา ๒๙๕ ต้องกราบขอบพระคุณ แล้วคาดหวังว่าสิ่งที่ เราอยากเห็น คือการพัฒนาการกีฬาที่มีอย่างทั่วาึง
สุดท้ายอยากจะฝากคณะกรรมาธิการช่วยกรุณานิดหนึ่งครับ คนที่ทำหรือ เล่นกีฬาเป็นอาชีพ เมื่อวันหนึ่งเขาาึงจุดสุดยอดแล้วต้องรีไทร์ (Retire) จากการกีฬา เราน่าจะมีการจัดตั้งหอเกียรติยศ หรือฮอล ออฟ เฟม (Hall of fame) ซึ่งเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติเพื่อให้เขาได้มีโอกาสเป็นการให้เกียรติกับคนที่ทำความสำเร็จให้แก่ประเทศชาติ อย่างน้อยเป็นตัวอย่างให้กับอนุชนรุ่นหลังที่อยากจะมีไอดอล (Idol) ของตัวเองนั้น ได้มาเรียนรู้กระบวนการตรงนี้ อย่างไรผมขอฝากคณะกรรมาธิการช่วยกรุณาพิจารณา ในประเด็นที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ แล้วก็ ขอฝากประเด็นที่ได้เสนอความเห็นไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ