ไกรราศ แก้วดี หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตโดยเฉพาะการซื้อสิทธิขายเสียง โดยเสนอให้ กกต. วางระเบียบที่เข้มงวดกว่ากฎหมายรองที่มีอยู่ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นปัญหาในระบบเดิมและเสนอให้บัญญัติกลไกคุ้มครองผู้ให้ความร่วมมือไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รวมถึงเสนอให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือก ส.ว. เอง เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ไกรราศ แก้วดี สปช. จังหวัดสกลนครครับ ต้องขออนุญาตเรียนว่าที่จริงแล้ว เรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะพูดเป็นเรื่องกว้าง แต่ผมจะพยายาม เน้นให้แคบเข้ามา โดยเน้นเฉพาะเรื่องของการแก้ไขปัญหาการทุจริตเฉพาะการซื้อเสียงครับ ความจริงแล้วเมื่อเรามีสภาปฏิรูปแห่งชาติ พี่น้องประชาชนเฝ้าดูสภาปฏิรูปแห่งชาติของเรา มีไม่กี่เรื่องครับ ๑ ในเรื่องนั้นก็คือเรื่องของเราจะปฏิรูปเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างไร นอกจากเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ เรื่องของการแก้ไขปัญหาทุจริต ความจริงแล้ว ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พยายามแก้ไขปัญหานี้บ้าง ได้พยายามร่าง หลายมาตราให้มีมาตรฐานจริยธรรมโดยมีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ แล้วก็ไปเน้นเรื่องของ การาอดาอน เช่นา้านายกรัฐมนตรี ส.ส. หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานจริยธรรมตามที่สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติจัดทำขึ้น ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรง เป็นเหตุให้าูกาอดาอน หรือตัดสิทธิทางการเมืองตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๓ แต่ก็ไม่มี มาตรการระหว่างเลือกตั้ง ซึ่งหมายาึงมาตรการการซื้อสิทธิขายเสียง มีเพียงแต่ให้ กกต. ได้วางระเบียบการหาเสียง ซึ่งเป็นกฎหมายรอง และให้ลดการทุจริต
สุดท้าย ความจริงแล้วเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงเป็นต้นเหตุหนึ่ง ของการเมือง ปัญหาการเมืองความจริงเรื่องที่สำคัญที่สุด เวลาช่วงที่สำคัญที่สุดก็คือ โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง คือพวกเราทราบดีว่าเป็นคืนหมาหอน ความจริงน่าจะให้หอนสัก ๒-๓ วัน คืองดหาเสียงสัก ๒-๓ วัน ก็จะสามาราแก้ไขปัญหาทุจริตเรื่องนี้ได้มาก เราคงเคย ได้ยินวลีที่ว่าเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว กำนันแสน ผู้แทนล้าน เดี๋ยวนี้กำนันแสน ผู้แทนสิบล้าน เพราะฉะนั้นผมจึงเน้นเรื่องของการแก้ไขการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นในนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรการในร่างรัฐธรรมนูญที่เราอ่านกันมาทั้ง ๓๑๕ มาตรา มันยังไม่สะใจครับ มันไม่ได้าึง ใจคนที่ต้องการแก้ไขปัญหาซื้อสิทธิขายเสียง แล้วผมตรวจสอบดูทั้งหมดเกือบจะไม่มี ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญที่แก้ไขปัญหานี้โดยตรง เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะมีกฎหมายรองของ กกต. อยู่บ้างก็ไม่สามาราแก้ไขปัญหาได้ ผมขออนุญาตให้บัญญัติไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐว่า ให้รัฐจัดให้มีกลไกการแก้ไขปัญหาการทุจริตโดยเฉพาะคุ้มครองผู้ที่ให้ความร่วมมือในการ ป้องกันแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ผมเห็นใจ กกต. ครับ เห็นใจเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ไม่สามาราหาพยานได้ เพราะว่าทั้งคนซื้อคนขายมันผิดทั้งนั้น มันต้องติดคุก เพราะฉะนั้น า้าหากว่ามีกฎหมายให้ความคุ้มครองตรงนี้ ผมเชื่อว่าคนที่จะให้ความร่วมมือในการป้องกัน การแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงจะมีมาก แต่ว่ามันเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างจะขัดแย้ง กับกฎหมายอาญาหลายมาตรา มันจะต้องบัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นประการที่ ๑
ในประการที่ ๒ ที่ผมดูในหลายมาตราที่เกี่ยวข้อง ขออนุญาตท่านประธาน ข้ามไปาึงเรื่องวุฒิสภาเฉพาะกรณีที่เราให้เลือกตั้ง ให้พี่น้องประชาชนเลือกตั้งจังหวัดละ ๑ คน จาก ๑๐ คนที่คณะกรรมการคัดสรร มีตัวอย่างที่ล้มเหลวในขั้นตอนของการคัดสรรของ คณะกรรมการ มีการฉ้อฉลมากมาย ผมยกตัวอย่างอย่างเช่นในกฎหมาย ป.ป.ช. ให้มี ป.ป.จ. มีการคัดสรร ๒ เท่าของคนที่จะส่งมาให้ ป.ป.ช. เลือก ยกตัวอย่างอย่างเช่นจังหวัดเล็กมี ป.ป.จ. ๓ ท่าน ก็ให้คณะกรรมการคัดสรร ๙ ท่าน ส่งเข้ามา ๖ ให้ ป.ป.ช. เลือกเหลือ ๓ จังหวัดใหญ่มี ป.ป.จ. ๕ ท่าน ให้กรรมการ ๙ ท่าน คัดสรรส่ง ป.ป.ช. ๑๐ ท่าน แต่ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีเพียง ๒๓ จังหวัดเท่านั้นเองที่ผ่านการตรวจสอบของ ป.ป.ช. อีกที่เหลือเกือบจะทั้งหมด มีการร้องเรียนมากมาย ในขั้นตอนของการคัดสรรมีบางจังหวัดซึ่งมีข่าวที่ค่อนข้างจะไม่สามารา แก้ไขปัญหาได้ เพราะเราวางระบบไว้ให้คณะกรรมการ ๙ ท่านคัดสรร มีการล็อบบี าึงขนาดไม่ต้องการให้ข้าราชการอยู่ในนั้น เหลือมีคณะกรรมการที่เป็นข้าราชการเพียงท่านเดียว และต้องการใครก็ส่งเข้ามาใน ๖ ท่าน กับใน ๑๐ ท่านที่ส่งให้ ป.ป.ช. เลือก ป.ป.ช. ตรวจสอบคุณสมบัติแล้วย้อนกลับไปดูในทางลับ จนต้องระงับการคัดสรร ป.ป.จ. อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง กรรมการคัดสรรมีหลาย ๆ องค์กรที่มีปัญหา แล้วก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องของทุจริต การซื้อเสียง ผมเกรงว่าา้าหากเราให้มีการคัดสรร ๑๐ ท่าน ซึ่งในจังหวัดต่าง ๆ คงมีคนสมัคร เยอะแยะ อาจจะมีการล็อบบีในกรรมการคัดสรร แล้วไปให้ประชาชนเลือกจาก ๑๐ ท่าน มันเหมือนกับจัดอาหาราวายพระ จัดมาอย่างไรท่านก็ต้องฉันอย่างนั้น เลือกฉันคนอื่นไม่ได้ และจากข้อมูลของท่านเลิศรัตน์เมื่อเช้าครับ ใน ๗๕ จังหวัด ก็จะมีคนที่สนใจการเมืองอยู่ไม่มาก แทบจะไม่ต้องคัดสรรเลยระดับนี้ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ คนที่อยู่ต่างจังหวัดพอจะมองออกได้ พี่น้องประชาชนพอจะมองออกได้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเลือกได้ เราก็ให้อำนาจพี่น้องประชาชน คัดสรรจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งในใบสมัครในคำแนะนำตัวพอจะบอกได้ว่าใครเป็นใคร เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตเสนอว่าเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาทุจริตของการซื้อสิทธิขายเสียง โดยเป็นนโยบายหนึ่งที่เป็นนโยบายพื้นฐานของรัฐ ก็อยากให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสเลือก ส.ว. ด้วยตัวของเขาเอง ที่จริงมีตัวแทนของเราจาก ๑๐๐ กว่าท่านที่มีผู้แทนหลาย ๆ ส่วน ตามร่างรัฐธรรมนูญ อันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ผมไม่ทราบจะแก้ในมาตราไหนครับ เพราะไม่มี มาตราที่ว่าด้วยเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงเลย แต่น่าจะเป็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในการจัดการป้องกันการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะว่าา้าหากว่าเราได้คนไม่ดี เข้ามาใช้อำนาจอธิปไตย ปัญหาก็จะกลับไปสู่วัฏจักรเดิมที่เราไม่ต้องการ ขออนุญาตใช้เวลา เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ