สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘

นิมิต สิทธิไตรย์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่จะถูกยกร่าง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมให้คนรุ่นต่อไป และการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ นอกจากนี้ยังพูดถึงการกระจายอำนาจและการออกแบบระบบที่จะทำให้ประเทศเข้มแข็ง

นายนิมิต สิทธิไตรย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สปช. จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้เป็นวันที่ ๒ มีโอกาสได้อภิปรายต่อเนื่อง แล้วก็ได้ฟังรายละเอียดจากท่านคณะกรรมาธิการมีความเห็นตั้งแต่เช้า แล้วเมื่อสักครู่ก็มีการอภิปรายเพิ่มเติม ผมมีความรู้สึกอย่างนี้ว่าประเทศไทยที่เราเป็นอยู่นี้ คือปัจจุบัน แต่สิ่งที่จะดำเนินการในการสร้างกติกาใหม่หรือรัฐธรรมนูญใหม่นั้นน่าจะเป็น เรื่องที่เราสามาราที่จะคิดและวางแผนได้ไปในอนาคตด้วย เป็นที่ทราบว่าสังคมโลกเรากำลัง จะเป็นสังคมเดียว เป็นสังคมรวม อาเซียนก็จะเกิดมีประชาคมอาเซียนในสิ้นปีนี้ เพราะฉะนั้น กฎหมาย กติกา สิ่งต่าง ๆ นั้นต้องเอื้อต่อการอยู่ร่วมกันไม่เฉพาะในประเทศเรา แต่ต้องเอื้อ ให้มีความสัมพันธ์กับต่างประเทศได้ ในเรื่องกับนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นมีหลายมาตราก็ได้ เขียนไว้ อย่างเช่น มาตรา ๘๑ รัฐต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีและความร่วมมือกับนานาประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ หรือในมาตรา ๘๒ รัฐต้องดำเนินการตามนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และจัดระบบงานราชการและงานของรัฐอย่างอื่นดังต่อไปนี้ ผมเข้าใจว่าในส่วนนี้ก็คงจะ เขียนไว้เป็นภาพกว้างที่จะทำให้เกิดการต่อยอดสำหรับที่จะมองไปในระบบอนาคต เราต้อง ทำสังคมไทย คนไทยให้พร้อมที่จะอยู่กับสังคมโลกอย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม อันนี้คือ ประเด็นและคือหัวใจ การที่อยู่ในสังคมโลกอย่างมีศักดิ์ศรีและมีความเท่าเทียมนั้นก็จะต้อง เกิดจากการที่เราพร้อมหรือเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นต่อไป ผมเข้าใจว่าคนรุ่นนี้แม้กระทั่ง คนที่อยู่ในสภาแห่งนี้จะต้องวางแผนให้กับคนรุ่นต่อไปไม่น้อยกว่า ๒๐ ปีข้างหน้า รากฐานบางอย่าง เราต้องมองให้ชัดเจนว่าบางสิ่งบางอย่างนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องชัดเจนในเรื่องของพลวัต ของการเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรับสาานการณ์ของโลก ที่จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผมดีใจครับในมุมการบัญญัติกฎหมายด้านสื่อสารมวลชน ที่มองการณ์ไกล แล้วก็มองเห็นาึงการที่จะทำให้สื่อเป็นทางเลือกหนึ่งซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญ ในการที่จะทำให้ประเทศเรามีความเข้มแข็ง จากหลักการที่จะทำให้พลเมืองเข้มแข็งนั้น หรือพลเมืองเป็นใหญ่นั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้ผมขออนุญาตที่จะนำมากล่าวซ้ำอีกสักครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะได้เห็นความสำคัญของการเป็นพื้นฐานของพลเมือง จากที่ทราบนะครับว่าในอนาคต ใน ๒๐ ปีข้างหน้านั้นเราต้องทำให้ประเทศเราพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด เราจะต้องให้ชุมชน แม้กระทั่งพลเมืองของเราพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ การออกแบบเรื่องของ พลเมืองก็ดี ผมคิดว่าความเป็นพลเมืองนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องสร้างนับตั้งแต่ปัจจุบันนี้ พละ หรือ พล เมื่อรวมแล้วก็คือกำลัง เราต้องสร้างกำลังของประเทศเราให้มีความเข้มแข็ง และมีปัญญาพอที่จะพึ่งตนเองให้ได้ จะต้องเปลี่ยนจากสิ่งที่ควรเป็นในการพึ่งและอาศัย คนอื่นมาเป็นพึ่งตนเอง จากหลักการที่ทางผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้ออกแบบไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองให้ใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมให้เป็นธรรม นำชาติ สู่สันติสุขนั้น ผมคิดว่าหลาย ๆ มาตราในนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นได้เขียนไว้ค่อนข้าง ที่จะครอบคลุม ในเรื่องการกระจายอำนาจนั้นผมได้รับฟังการอภิปรายตั้งแต่เช้าก็คิดว่า การกระจายอำนาจนั้นจะเป็นเรื่องหนึ่งซึ่งจะเป็นประโยชน์สูงสุดในการที่ทำให้ประเทศนี้ เข้มแข็ง เมื่อเรากระจายอำนาจลงไปในท้องาิ่นได้อย่างเป็นระบบอย่างจริงจัง ก็น่าจะเป็นฐาน ที่เหมาะสมที่จะก้าวกลับมาหรือย้อนกลับมาสู่การเมืองที่เข้มแข็งในอนาคต ผมเชื่อว่า ในมาตราที่เขียนไว้ำึงแม้จะเขียนไว้สั้น ๆ แล้วก็เขียนไว้ค่อนข้างที่จะเป็นบทบาทที่จะมอง ให้เห็นว่าได้มองอนาคตไว้อย่างค่อนข้างที่จะเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ในการมีส่วนร่วม ของประชาชน า้ามาตรานี้พลเมืองอาจรวมกันเป็นสมัชชาพลเมือง ซึ่งประกอบด้วย ตรงนี้ผมมองว่าประเด็นสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่ตรงเวิร์ดดิง (Wording) ของมาตรานี้เท่าใดนัก แต่อยู่ที่การออกแบบที่จะให้ กฎหมายมารองรับความเป็นสมัชชา สมัชชาก็เป็นเรื่องของคณะบุคคล พลเมืองก็เป็นเรื่อง ของคนมีใจกับเมือง มีหน้าที่กับเมือง ซึ่งจะต้องไม่หวังผลตอบแทนในทางส่วนตัวเป็นที่ตั้ง คงจะต้องมองในแง่ของการมีส่วนรวม ประเด็นสำคัญคือต้องมองส่วนรวม ส่วนรวมต้องมาก่อน เป็นสำคัญำ้าพลเมืองมองส่วนรวมเป็นสำคัญ มองหน้าที่เป็นเรื่องหลัก มองความเป็นกำลังสำคัญ ของประเทศชาติ ผมคิดว่าจุดกำเนิดของสมัชชาพลเมืองน่าจะเป็นกลไกของการสร้างสรรค์ สนับสนุน หนุนเนื่อง ทำให้กลไกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมนี้มีประสิทธิภาพ การที่จะมีพลเมือง มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพนั้นย่อมเป็นเรื่องสำคัญ ผมเชื่อว่ากลไกไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายแห่งรัฐ ที่ว่าด้วยเรื่องการกระจายอำนาจ กลไกในส่วนของภาคกระจายอำนาจที่พูดาึงสมัชชาพลเมือง เอาไว้ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องทำให้ชัดเจนว่าสมัชชาพลเมืองทำหน้าที่สิ่งใด ผมอยากให้ สมัชชาพลเมืองาูกมองว่าเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดสังคมเข้มแข็งอยากมองให้ว่าเป็นกลไก ที่ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ เป็นกลไกให้เกิดการรวมตัว ไม่ว่าจะรวมตัวหลวม ๆ หรือรวมตัว แบบใดก็แล้วแต่ำ้ามีการรวมตัวอย่างเข้าใจจริงจังว่านี่คือกลไกที่ทำให้ประเทศมีความเข้มแข็ง ไปในอนาคต เป็นกลไกที่จะทำให้บ้านเมืองนี้มีการสนับสนุนให้เราพึ่งตนเองให้มากขึ้น แน่นอนครับปัจจุบันนี้การพึ่งพารัฐเป็นสิ่งจำเป็นในฐานะที่ทางเศรษฐกิจ ทางความเป็นอยู่ ของประชาชนยังไม่เข้มแข็งพอ เราพูดาึงการช่วยเหลือ เราพูดาึงการเอื้อ เราพูดาึงการที่ สนับสนุน แต่เราต้องเน้นในเรื่องของการพึ่งตนเองเป็นสาระสำคัญ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น เรื่องใดก็แล้วแต่ความเป็นพลเมืองต้องมาจากพื้นฐานที่ว่าจะต้องสร้างให้พลเมืองนั้น พึ่งตนเองให้ได้ การพึ่งตนเองให้ได้นั้นก็มาจากจิตสำนึกที่รู้จักบทบาทว่าด้วยหน้าที่ ผมอยาก เรียงตำแหน่งของสิ่งที่ได้ไปจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือว่าต้องเรียงจากความเป็นพลเมือง ในบทบาทของหน้าที่มาก่อน เมื่อมีหน้าที่แล้วก็สนับสนุนโดยการมีสิทธิ จากมีสิทธิแล้ว ๒ อันนี้ เข้มแข็งแล้วจึงมาเล่นบทบาทของการมีอำนาจ การมีอำนาจนั้นเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องให้ พลเมืองรู้สำนึกาึงความรับผิดชอบอย่างจริงจัง ขอย้ำขอเน้นเลยว่าา้าพลเมืองไทยคิดในเรื่อง ส่วนรวมต้องมาก่อน ส่วนตัวต้องเป็นสิ่งตามไป ผมคิดว่าความเข้มแข็งในส่วนที่จะให้ฐานการเมือง ฐานระดับล่างเข้มแข็งขึ้นมาเป็นลำดับ ความน่าเป็นห่วงของการได้นักการเมืองหรือผู้นำ ทางการเมืองที่ไม่ดีนั้นผมคิดว่าก็อาจจะหมดห่วงไปได้ในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า ผมอยากยืนยันว่า ประเด็นของเรื่องนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญนี้คือยาวิเศษจะแก้ได้ทุกอย่าง แต่รัฐธรรมนูญนี้คือความตั้งใจของคนยุคนี้ที่จะสร้างสรรค์ให้กับคนรุ่นต่อไป การคิดวันนี้ ไม่ใช่เพื่อพรุ่งนี้ แต่เป็นการคิดเพื่อที่จะไกลกว่านั้นในระดับ ๕ ปี ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปีข้างหน้า ผมเชื่อว่าท่านที่นั่งอยู่ในห้องนี้ และท่านคณะกรรมาธิการ ท่าน สปช. ทั้งหลาย การมอง ในรัฐธรรมนูญนั้นขอให้มองในมิติของอนาคตไว้ด้วย การแก้ไขปัญหาบางอย่างนั้นเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้อาจจะยังไม่า่องแท้หรือเข้าใจ แต่วางไว้ให้ดีกลไกให้แน่นอีก ๒๐ ปีข้างหน้า เขาอาจจะขอบคุณเราก็ได้ว่าเราได้ออกแบบมาตรฐานของการดำรงชีวิตของคนในอนาคตไว้ได้ เท่าที่จะทำให้สังคมไทยคนไทยและประเทศไทยไปยืนในสังคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม ผมเชื่อว่ากลไกของพลเมืองนี้เป็นหัวใจอย่างหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ทุกคนอาจจะมองว่า เป็นสิ่งที่ดูเหมือนเป็นการปรับเปลี่ยนเวิร์ดดิง แต่ใจผมเองแล้วตัวเนื้อหาต่างหากที่ผมสนใจ า้าหากความเป็นพลเมืองแล้วมันมาด้วยความรับผิดชอบและมาด้วยหน้าที่ ผมเชื่อว่า ประเทศไทยเรารอดแน่ เรายืนในสังคมในอนาคตได้แน่ในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า จึงฝากไว้ว่า สิ่งที่เราจะทำต่อไปนี้อยากให้มองในอนาคตเป็นสำคัญ ขอบคุณครับ