เจษฎ์ โทณะวณิก พูดถึงความสำคัญของผู้นำที่ดีและระบบการเมืองที่ดีในประเทศ เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบสุขและพัฒนาการทั้งหลาย และหารือเกี่ยวกับระบบการเมืองที่ดีและผู้นำที่ดีในสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสัดส่วนระหว่างเพศในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง และการยอมรับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ไม่เลือกปฏิบัติ และเรียกร้องการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของบรรดาท่านผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อให้การเมืองใสสะอาดขึ้น
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม นายเจษฎ์ โทณะวณิก กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมจะขออนุญาตสรุปพอเป็นสังเขป ให้กับท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านำึงเรื่องของผู้นำที่ดีและระบบการเมืองที่ดี ในเรื่องของผู้นำที่ดีและระบบการเมืองที่ดีเป็นเรื่องที่ทางกรรมาธิการได้พิจารณาร่วมกับสิ่งที่ ได้มีการนำเสนอมาอยู่เสมอในประเทศเรา แล้วก็ในหลาย ๆ ประเทศว่าสิ่งที่จะทำให้ บ้านเมืองมีความสงบสุข สิ่งที่จะทำให้เกิดพัฒนาการไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา แม้กระทั่งรวมไปาึงเรื่องของการสาธารณสุข เรื่องของสิ่งอันเป็นพื้นฐาน ของบ้านเมืองทั้งหลายก็จะเกิดขึ้นได้า้าหากว่าเรามีระบบการเมืองที่ดี แต่ในระบบการเมืองที่ดี เราก็ย่อมต้องมีผู้นำที่ดี ท่านคงได้รับฟังจากที่ท่านอาจารย์ปกรณ์ ปรียากร ได้สรุปเมื่อวานนี้ าึงเรื่องของสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เรื่องที่ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ท่านได้สรุป ให้ฟังาึงเรื่องการเน้นไปที่พลเมือง เมื่อเราบอกว่าเราต้องการให้ประชาชน ผู้คนทั้งหลาย ในประเทศไทยเราเป็นพลเมือง นั่นก็คือเป็นกำลังของแผ่นดิน ผู้ที่เป็นผู้นำก็ย่อมต้องมี ความเป็นพลเมืองและไม่ใช่เป็นพลเมืองธรรมดาทั่วไปแต่ต้องเป็นพลเมืองที่ดีและทำหน้าที่ ของพลเมืองได้ครบา้วนบริบูรณ์และยิ่งต้องทำให้มากไปกว่าบรรดาพลเมืองทั้งหลายที่เป็น ผู้เลือกผู้แทนให้มาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่จะเป็นผู้นำของพวกเขา เพราะฉะนั้นโจทย์ประการหนึ่ง ง่าย ๆ ครับ ที่ทางกรรมาธิการได้หยิบยกขึ้นมาก็คือว่าจะทำอย่างไรที่ผู้นำที่ดีจะเป็นผู้มี หิริโอตตัปปะ ก็คือเป็นผู้มีความละอายใจในการที่จะทำสิ่งไม่ดี แล้วก็เกรงกลัวต่อผลของ การกระทำสิ่งไม่ดีเหล่านั้น ก็จะยังผลให้ท่านเหล่านั้นละเว้นหรืองดเว้นการทำในสิ่งที่ไม่ดี ทั้งหลาย ตั้งหน้าตั้งตาทำสิ่งที่เป็นความเสียสละในเมื่อท่านอาสาที่จะมาทำหน้าที่ำ้าหากว่า เราไปลองพิจารณาดูในบรรดาผู้นำที่ดีหรือว่าผู้นำทางการเมืองทั้งหลายในนานาอารยประเทศ เขาก็จะใช้คำที่ขออนุญาตพูดเป็นภาษาฝรั่งง่าย ๆ ก็คือว่าเป็นคำว่า อินเทกกริตี (Integrity) ก็คือความมีเกียรติศักดิ์ ความมีศักดิ์ศรี เขาใช้คำคำเดียวก็สามาราที่จะเพาะบ่มสร้างให้เป็น ผู้นำที่ดี ในรัฐธรรมนูญเราก็เลยได้มีการกำหนดาึงเรื่องของผู้นำที่ดีเอาไว้ครับ นอกเหนือจาก การที่ให้บุคคลที่จะมาเป็นผู้แทน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของระดับประเทศหรือในระดับท้องาิ่น ต้องมีความเป็นผู้นำที่ดีบนพื้นฐานของความเป็นพลเมืองที่ดีแล้ว เรายังมีในเรื่องของสมัชชา คุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นที่รวมของบรรดาผู้ที่มีคุณสมบัติอันเหมาะสมที่จะเข้ามาช่วยกัน ตรวจสอบดูแลเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมของบรรดาผู้นำทั้งหลาย ซึ่งผู้นำในที่นี้เราก็จะ แยกเป็น ๒ ลักษณะ คือลักษณะของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับบรรดาท่านข้าราชการ ทั้งหลายำ้าหากว่าท่านทั้งหลายเหล่านี้ปฏิบัติตามสิ่งที่เราเรียกว่า ประมวลจริยธรรม ซึ่งประมวลจริยธรรม ทางสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติจะดำเนินการใน ๒ ลักษณะำ้าหากว่า ในองคาพยพใดยังไม่มีประมวลจริยธรรม ท่านก็จะพิจารณาจัดให้มีประมวลจริยธรรมสำหรับ องคาพยพนั้น แต่า้าหากว่ามีประมวลจริยธรรมแล้วท่านก็พิจารณาตามประมวลจริยธรรมนั้น หากว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือว่าข้าราชการปฏิบัติผิดประมวลจริยธรรม ทางสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติก็จะดำเนินการในการพิจารณารวบรวมข้อมูลเอกสารหลักฐาน ทั้งหลายและจะส่งไปยังต้นสังกัดของท่าน ในส่วนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็จะส่งไปยังต้นสังกัดไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาหรือจะเป็นรัฐบาล ในส่วนของข้าราชการก็จะส่งไปยัง ต้นสังกัดของท่าน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงหรือกรม กองต่าง ๆ เพื่อให้มีการดำเนินการ ใน ๒ ลักษณะ หากเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ให้ท่านทั้งหลายไปพิจารณาเอาว่าจะดำเนินการ าอดาอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่กระทำผิดประมวลจริยธรรมนั้นหรือไม่ ในส่วนของ ข้าราชการก็สามาราดำเนินการในทางวินัยได้ ในทางวินัยก็จะมีลำดับขั้นที่ข้าราชการ ก็มีกำหนดไว้อยู่แล้วำ้าหากว่ามิได้ดำเนินการในลักษณะของการาอดาอนก็ยังมีวิธีการอีก ก็คือว่าทางสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติจะนำชื่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองส่งไปให้กับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และในคราวที่มีการเลือกตั้งคราวาัดไปคณะกรรมการ การเลือกตั้งก็จะจัดให้มีการดำเนินการาอดาอนหรือตัดสิทธิทางการเมืองผู้ที่ปฏิบัติ ผิดประมวลจริยธรรมำ้าหากว่า ณ ขณะนั้นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองอยู่ ยกตัวอย่างเช่นว่า เป็นสมาชิกวุฒิสภา ในการมีการเลือกตั้งทั่วไป คือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะมีการดำเนินการเพื่อให้มีการาอดาอน สมาชิกวุฒิสภาท่านนั้นำ้าหากว่าประชาชนลงมติด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งก็จะาือเป็น การาอดาอนท่านนั้น ในส่วนของผู้ที่พ้นจากตำแหน่งแล้ว ยกตัวอย่างว่าเมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไป ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรีก็ย่อมจะพ้นจากตำแหน่งแล้ว การพิจารณาของประชาชนก็จะ ไม่ได้เป็นการพิจารณาาอดาอน แต่เป็นพิจารณาตัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งทั้งในกรณีาอดาอน และกรณีตัดสิทธิทางการเมืองก็จะส่งผลให้ท่านเหล่านั้นาูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา ๕ ปี ซึ่งกลไกเหล่านี้า้าหากว่าเป็นในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากเขต ก็จะดำเนินการในเขตนั้น ๆำ้าเป็นสมาชิกวุฒิสภาก็จะดำเนินการตามภูมิลำเนาของท่าน า้าเป็นในส่วนของนายกรัฐมนตรีหรือว่ารัฐมนตรีก็จะดำเนินการโดยลงมติเป็นการทั่วประเทศ นี่คือการที่ประชาชนสามาราที่จะดำเนินการตัดสิทธิทางการเมืองหรือาอดาอนบรรดา ผู้ที่เป็นตัวแทนของพวกเขาได้โดยตรงำ้าหากว่าบรรดาผู้แทนเหล่านั้นไม่ได้เป็นผู้นำที่ดี สอดคล้องต้องตรงกันกับสิ่งที่ประชาชนพึงหวังได้
ในส่วนที่ ๓ ในเรื่องของสิ่งที่เราพูดกันเสมอคือเรื่องของพรรคการเมือง เรามองว่าพรรคการเมืองควรจะได้รับการพัฒนาเป็นสาาบัน แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา า้าหากว่าเราไปย้อนดูรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว ๆ มา รัฐธรรมนูญทุกฉบับให้การจัดตั้ง พรรคการเมืองเป็นเสรีภาพของบุคคล แต่ไม่ได้มีรายละเอียดว่าแล้วการใช้เสรีภาพนั้น จะควรเป็นเช่นไรำึงแม้ว่าในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จะได้มีรายละเอียดเอาไว้ แต่ว่าในรัฐธรรมนูญไม่ได้มีการเชื่อมโยงว่าระบบการเมืองที่ดี ย่อมเริ่มจากรากฐานของการมีพรรคการเมืองที่ดี พรรคการเมืองที่ดีจะเกิดขึ้นได้ก็เมื่อมี พลเมืองที่ดีและมีผู้นำที่ดีมาร่วมรวมกันตั้งเป็นพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เป็น ผลสะท้อนจากการมีระบบการเมืองที่ดี ก็คือการต้องมีพรรคการเมืองที่ดี เพราะ ๒ สิ่งนี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนซึ่งกันและกัน หากเรามุ่งหวังที่จะให้มีระบบการเมืองที่ดี แต่เราไม่ได้ มีรากฐานของความเป็นพรรคการเมืองที่ดี ก็คงเป็นไปได้ยาก ยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบ การเลือกตั้งที่ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ได้กรุณานำเรียนท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผู้มีเกียรติทุกท่านแล้วว่าสิ่งนี้จะยึดโยงกับความเป็นพรรคการเมือง รัฐธรรมนูญที่พวกเรา กำลังยกร่างร่วมกันอยู่ ณ ขณะนี้ มิได้มุ่งหวังที่จะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอเลย หากแต่มุ่งหวัง ที่จะทำให้พรรคการเมืองมี ๓ สิ่งที่ชัดเจน คือ ๑. มีความเป็นสาาบัน ๒. มีการดำเนินการ ตามอุดมการณ์ของบรรดาสมาชิกทั้งหลายและสมาชิกเป็นเจ้าของร่วมรวมกันกับประชาชน ทั้งประเทศ ท้ายที่สุดคือเป็นรากฐานของการพัฒนาการเมืองไปสู่ระบบที่ใหญ่ไปกว่า พรรคการเมือง เพราะฉะนั้นในส่วนของพรรคการเมืองความเป็นประชาธิปไตยต้องมีความชัดเจน ๑ ในความเป็นประชาธิปไตยในพรรคการเมืองที่ได้มีการนำบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือเรื่องของการหยั่งเสียง ซึ่งเรื่องของการหยั่งเสียงที่ได้มีการบัญญัติไว้นี้ไม่เพียงแต่เป็น การมุ่งเน้นไปที่ความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรคการเมือง หากแต่ยังคงมีเรื่องของ อิสรเสรี มีเรื่องของเสรีภาพของบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายที่จะจัดทำอย่างไรให้มีความ เป็นประชาธิปไตย ยกตัวอย่างเช่น ในลักษณะของการหยั่งเสียง การหยั่งเสียงก็สามารา ดำเนินการแยกแยะไปตามรายละเอียดของแต่ละพรรคการเมือง หากแต่ว่าสิ่งที่เราได้เขียน เอาไว้เพิ่มเติมอย่างที่หลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านอาจารย์ปกรณ์ ปรียากร ได้พูดเอาไว้ในเรื่องของการคำนึงาึงสัดส่วน ระหว่างเพศในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองจะนำเสนอเพื่อให้บรรดาประชาชนทั้งหลาย สามาราที่จะเลือกผู้แทนในส่วนของพรรคการเมืองในแบบบัญชีรายชื่อได้ มีการกำหนดเอาไว้ ในรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าจะต้องมีการคำนึงาึงสัดส่วนระหว่างเพศ หากว่าได้มีการจัดวาง รายชื่อของเพศหนึ่งเพศใดไปมากกว่าอีกเพศหนึ่งย่อมไม่สามารามากเกินไปกว่า ๒ ใน ๓ ได้ นั่นก็คือว่าจะต้องมีรายชื่อของเพศตรงข้ามไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ำ้าเป็นเพศชายไปแล้ว ๑ ใน ๓ ก็เป็นเพศหญิง ๒ ใน ๓ ได้ เป็นเพศหญิง ๑ ใน ๓ ก็เป็นเพศชาย ๒ ใน ๓ ได้นะครับ แต่ว่าจะล่วงล้ำก้ำเกินกันเกินไปกว่า ๑ ใน ๓ ไม่ได้ นี่คือนอกจากพัฒนาการของความเป็น ประชาธิปไตยแล้วยังมีพัฒนาการของการยอมรับว่าการส่งเสริมให้มีความสัมพันธ์ในลักษณะ ของการมีสัดส่วนระหว่างเพศเป็นเรื่องที่จำเป็นและเป็นเรื่องที่เป็นรากฐานที่จะเสริมทำให้ ประชาธิปไตยมีความมั่นคงเข้มแข็งและแข็งแรงต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนที่ได้มีการระบุไม่ให้เลือกปฏิบัติไม่ว่าจะระหว่างเพศหรือเพศสภาพ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งสืบต่อไป
ในท้ายที่สุดที่กระผมได้นำเรียนไปแล้วเรื่องของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติไม่เพียงแต่จะพิจารณาในเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม ท้ายที่สุดยังจะต้องมีการประเมินการทำหน้าที่ของบรรดาท่านผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งหลายแล้วนำเสนอต่อสาธารณะ ซึ่งตรงนี้ก็จะเชื่อมโยงกับการพิจารณาเรื่องคุณธรรม และจริยธรรม ในเรื่องคุณธรรม จริยธรรมา้าหากว่ามีข้อมูลหรือว่ามีรายละเอียดมากพอ ทางสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติสามาราที่จะนำเสนอต่อสาธารณะในลักษณะที่นานาอารยประเทศใช้ ที่เราเรียกว่าเป็นพับลิก เซนชัวร์ (Public censure) ก็คือเป็นการอธิบายหรือว่าตำหนิ ให้สาธารณะได้ทราบว่ามีผู้ใดกระทำการอันไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะยังไม่าึงขั้นที่ว่าละเมิด ประมวลจริยธรรมแต่เป็นสิ่งที่เป็นความประพฤติอันไม่เหมาะ สามาราควบคู่ทำไปกับ เมื่อประเมินผลของการปฏิบัติหน้าที่ ก็นำเรียนรายงานโดยที่ไม่ได้เป็นการตำหนิหรือไม่ได้มี การบอกว่าเป็นการละเมิดจริยธรรม แต่เป็นการทำให้พี่น้องประชาชนทั้งหลายได้รับทราบว่า ผลการปฏิบัติหน้าที่ของบรรดาท่านทั้งหลายที่ไปทำหน้าที่เป็นผู้นำหรือว่าจะไปพัฒนา ระบบการเมืองให้กับบรรดาพวกเราทั้งหลายทำหน้าที่เป็นอย่างไร เพื่อท่านจะได้ใช้ในการพิจารณา ในการเลือกบรรดาท่านเหล่านั้นเข้าไปดำรงตำแหน่งหรือเข้าไปปฏิบัติหน้าที่สืบต่อไป เพราะเหตุว่าบ่อยครั้งข้อมูลเหล่านี้ไม่เป็นที่ประจักษ์ การทำงานของบรรดาผู้ที่ไปเป็นผู้แทน ไม่เป็นที่ปรากฏ เมื่อเรามีกลไกที่จะทำให้พลเมืองเป็นพลเมืองที่ดีมีความเข้มแข็ง ผู้นำ เป็นผู้นำที่ดีและมีระบบการเมืองที่ดี เราย่อมต้องมีข้อมูลที่ทำให้ประชาชนสามาราตัดสินใจได้ และในท้ายที่สุดวงจรนี้ก็จะกลายเป็นวงจรที่ดีไม่เป็นวงจรอุบาทอย่างที่พวกเราได้พูดคุยกัน และพวกเราก็มีความรู้สึกว่าจะต้องแก้ไขปัญหานี้ ณ วันนี้เป็นวันที่เหมาะสมที่พวกเรา จะได้มาช่วยกันมาร่วมกัน ทำให้สิ่งที่กรรมาธิการเป็นมือเป็นไม้ให้กับบรรดาพวกท่านทั้งหลาย และเป็นมือเป็นไม้ให้กับประชาชนทุกคนในการที่จะทำให้การเมืองใสสะอาดเกิดขึ้นได้จริง ขอบพระคุณครับ