บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เสนอแนวทางในการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยเน้นหลักการสำคัญตามมาตรา 177, 179 และ 102 ในรัฐธรรมนูญ และเสนอการจัดหมวดหมู่นโยบายแห่งรัฐ เพื่อให้สมาชิกสภาเห็นภาพได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังเสนอการจัดสรรงบประมาณที่คำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ และการออกแบบกลไกใหม่เพื่อให้การพัฒนาประเทศควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นลักษณะการพัฒนาที่ยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ขออนุญาตเสริมบางประเด็น เพื่อให้เห็นภาพที่ครบา้วนในอีก ๒ ส่วนของหมวดนี้นะครับ ในเวลาไม่เกินสัก ๕ นาที
ในประการแรกเสริมจากที่ท่านอาจารย์นครินทร์ได้พูดว่าแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เป็นเจตจำนงในการตรากฎหมาย การกำหนดนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน หลายท่านคงมี คำาามต่อในใจว่าแล้วสิ่งที่เขียนนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างไร สิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญพยายามตอบโจทย์ในตรงนี้ก็จะปรากฏอยู่ในหมวดาัดไป คือมาตรา ๑๗๗ มาตรา ๑๗๙
ในมาตรา ๑๗๗ ก็เป็นแนวปฏิบัติเดิมที่เคยมีอยู่แต่ได้าูกโยกไปอีก ๑ หมวด ก็คือกำหนดให้การแาลงนโยบายต่อรัฐสภาของคณะรัฐมนตรีเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินนั้น ต้องยึดาือตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะวางกรอบต่อเนื่อง คำอธิบาย
ในมาตรา ๑๗๙ ได้เพิ่มความชัดเจนมากขึ้นว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องเป็นไปตามนโยบายที่แาลงไว้ มีความรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภาในนโยบาย ของคณะรัฐมนตรี ตรงนี้ก็จะเป็นส่วนที่เสริมเพื่อให้เกิดความมั่นใจในระดับหนึ่งว่า แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้น รัฐบาลมีการดำเนินการแต่ว่าไม่ได้มีความเข้มงวดดังแนวทาง ที่อาจารย์นครินทร์ได้อธิบายไว้ อย่างไรก็ตามความเห็นในส่วนนี้ได้พยายามที่จะทำให้เกิด ความมั่นใจมากขึ้นำ้าท่านอ่านในมาตรา ๑๐๒ ประกอบ ในมาตรา ๑๐๒ ที่กำหนดข้อผูกพัน เกี่ยวกับการนำเอาข้อบัญญัติต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญไปดำเนินการแล้วมีสภาพความรับผิดชอบ พอสมควร ตรงนี้เพื่อนำเรียนให้ท่านสมาชิกได้เห็นความครบา้วนของมาตราในหมวดต่าง ๆ ที่ผูกโยงกันไว้ตั้งแต่ในมาตรา ๑๗๗ มาตรา ๑๗๙ และมาตรา ๑๐๒ ในรัฐธรรมนูญ
ในประการที่ ๒ ที่อยากเรียนเพิ่มเติมเพื่อให้ท่านสมาชิกเห็นภาพได้ครบา้วน ซึ่งท่านสมาชิกได้มีการอภิปรายภาคตรงนี้พอสมควรแล้ว คือการที่เรามองพิจารณา แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ต้องมองเชื่อมโยงกับในหมวดของสิทธิเสรีภาพและบางส่วน เป็นส่วนที่อยู่ในหมวดปฏิรูป ในหลายประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นมาบางส่วนไม่ได้อยู่ใน แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐแต่ได้ปรากฏอยู่ในหมวดของปฏิรูป อย่างไรก็ตามสภาพการบังคับ สาานะของการอยู่ในแต่ละหมวดก็มีความต่างกัน เพราะฉะนั้นประเด็นที่ท่านจะได้กรุณา นำเสนอว่านโยบายในส่วนใดควรจะอยู่ในหมวดใด ระหว่างสิทธิเสรีภาพ แนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐและปฏิรูปนั้นก็เป็นข้อพิจารณาที่อยากจะฝากเรียนไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ เผื่อท่านจะได้ช่วยกรุณาให้ความเห็นเพิ่มเติม
ในส่วนสุดท้ายที่อยากจะเรียนเสริมในเชิงเนื้อหาก็จะมีประเด็นเดียวครับ ในฐานะที่ช่วยดูในส่วนของนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะปรากฏ อยู่ในนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๙๒ อยากเรียนเพียงแค่ว่าเจตนารมณ์เรื่องของการกำหนด เรื่องสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติก็ดี ไม่ว่าจะอยู่ในหมวดสิทธิ หมวดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และหมวดปฏิรูป เจตนารมณ์เพื่อที่ต้องการให้นับแต่นี้ไปการดูแลจัดการสิ่งแวดล้อม การกำหนดนโยบาย การพัฒนาในด้านต่าง ๆ จะให้ดำเนินการควบคู่ไปไม่เกิดความขัดแย้ง เกิดปัญหาเหมือนกับดังเช่นที่ปรากฏอยู่ในอดีตและยังปรากฏอยู่ในวันนี้ ในหลายพื้นที่จังหวัด ที่มีการประท้วงขัดแย้งกันอยู่ระหว่างความต้องการพัฒนากับการดูแลสิ่งแวดล้อม การดูแลสิทธิชุมชน การดูแลเรื่องสุขภาพ พยายามที่จะออกแบบกลไกใหม่ ๆ เพื่อให้การพัฒนา ประเทศเดินไปได้ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นลักษณะการพัฒนาที่ยั่งยืน นำเรียนเสริม ตรงนี้ในส่วนสุดท้ายก็คือตัวอย่างของการกำหนดไว้ สิ่งที่เรียกว่าการประเมินสิ่งแวดล้อม ในระดับยุทธศาสตร์ ในมาตรา ๖๔ ที่มีการกล่าวาึงคำนี้อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ดูเรื่องสิ่งแวดล้อม เจตนารมณ์คือการประเมินดูการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นเป็นการดู ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมควบคู่กันไป เพื่อตอบเจตนารมณ์ดังที่ได้ กล่าวาึงว่าไม่ต้องการให้ประเทศชาติติดชะงักอยู่ระหว่างความต้องการพัฒนาในมิติต่าง ๆ กับการดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสิทธิชุมชน ตรงนี้เป็นส่วนที่อยากจะเรียน อธิบายในมาตรา ๙๒ เป็นการเฉพาะ
ส่วนมาตราอื่น ๆ นั้นที่เป็นจุดเน้นและมีการขยายเพิ่มเติมในบางส่วนนั้น อาจจะขออนุญาตท่านประธานได้เชิญท่านกรรมาธิการาวิลวดีนะครับ โดยเฉพาะในประเด็น เรื่องของการจัดสรรงบประมาณที่คำนึงาึงความเสมอภาคทางเพศครับ ขอบพระคุณครับ