นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ กล่าวเกริ่นนำเรื่องนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมาย ความจริงก็คือให้กล่าวเกริ่นนำครับ ภาค ๒ หมวด ๒ เรื่องแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งความจริงแล้วผมนั่งฟังท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอภิปรายมาตั้งแต่เช้า ซึ่งหลายท่านก็ได้กล่าวพาดพิง แล้วก็ให้ข้อแนะนำทั้งในเชิงเพิ่มเติม สร้างสรรค์ ให้เขียนใหม่ ให้ปรับอะไรต่าง ๆ ไปแล้วเป็นจำนวนมาก บางท่านก็ให้คำแนะนำท้วงติงว่าน่าจะมีบทบัญญัติ ที่ให้าึงขั้นที่เรียกว่า บังคับให้รัฐต้องทำตามหน้าที่นั้นไปเลยนะครับ อย่างไรก็ตามผมเองได้รับมอบหมายมาให้เป็นผู้กล่าวเกริ่นนำในหมวด ๒ ของภาค ๒ นี้แล้ว อันที่จริงหลังจากผมเอง คุณบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กับคุณสุภัทรา นาคะผิว หรือไม่ก็คนอื่น ก็น่าจะชี้แจงเพิ่มเติมขึ้นไป ในฐานะที่ผมรับผิดชอบเรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในตอนที่ ชั้นคณะอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องสารภาพเล่าให้พวกเราฟังว่าคณะอนุกรรมาธิการ ความจริงก็เป็นความตั้งใจของคนยกร่างรัฐธรรมนูญ อยากเขียนร่างให้สั้น ผมทำเค้าโครงร่าง ดั้งเดิมสั้นอยู่แล้ว ต้องเรียนท่านจริง ๆ ครับำ้าจะให้สั้นจริง ๆ แล้วคนเรียนวิชารัฐธรรมนูญ ต้องบอกว่าหมวดนี้ แนวนโยบายพื้นฐานของรัฐ จริง ๆ แล้วเขียนก็ได้ ไม่เขียนก็ได้ครับ จริง ๆ เขียนก็ได้ ไม่เขียนก็ได้ครับ แต่เนื่องจากต้องกล่าวอย่างนี้ว่าประเทศแรกที่ผมเข้าใจว่า เราเริ่มเขียนแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรกในปี ๒๔๙๒ เราไม่ได้ เขียนแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับแรก ปี ๒๔๗๕ การเขียน แนวนโยบายพื้นฐานของรัฐหรือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็เป็นมิติใหม่ ซึ่งประเทศไอร์แลนด์ ประเทศอินเดียเป็นผู้ริเริ่ม แล้วก็มีความหมาย มีหน้าที่บางอย่าง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้พิจารณาแล้วเห็นกันเป็นเอกฉันท์นะครับว่า แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐหรือของรัฐต้องเขียนต่อไป เราไม่สามาราที่จะยกเลิกได้ แต่ว่า การเขียนแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนี้ต้องเขียนให้พอดี ให้มีดุลยภาพ มีดุลยภาพระหว่างอะไรครับ ระหว่างสิ่งที่เป็นประเพณีส่วนหนึ่ง เรายอมรับในสิ่งที่เป็นเทรดดิชัน (Tradition) ของเรา กับยอมรับสิ่งที่ต้องก้าวหน้า ต้องเดินไปข้างหน้า คือหมายความว่าคุณจะเห็นได้ว่าในร่างของ หมวดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐของเรานี้มีหลายเรื่องที่ก้าวหน้าออกไปกว่าเดิมเป็นอันมากครับ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีดุลยภาพเพราะว่ามีดุลยภาพระหว่างสิ่งที่ปฏิบัติได้กับสิ่งที่เป็น ความใฝ่ฝันของประชาชน ซึ่งผมพบนะครับ ความจริงเราพบมาแล้วนานครับว่าเมื่อไรก็ตาม ที่เราพูดาึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ท่านสมาชิก สปช. จำนวนมากหรือประชาชนไทย จำนวนมาก หรือคนที่ไหนก็เป็นจำนวนมากก็มักจะฝากเรื่องที่ตัวเองคิดว่าเป็นความใฝ่ฝัน เป็นความหวัง เป็นอุดมคติของเราเอาไว้ำ้าเขียนโลจิสติกส์ตัวนี้ก็ไม่ครบ ต้องให้ตรงนี้ด้วย เขียนวิทยาศาสตร์แล้วไม่ครบก็ต้องเอาเรื่องวิจัยด้วย อะไรอย่างนี้ ยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ก็มี คนฝากมาเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นในท้ายที่สุดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่นำเสนอ ในที่ประชุมแห่งนี้ ซึ่งได้อภิปรายไปแล้วบางส่วนต้องเรียนนะครับว่ามีส่วนที่ก้าวหน้าขึ้นไป บางลำดับ แล้วหลายส่วนก็เพิ่มเติมไปตามคำเสนอแนะและข้อเรียกร้องของท่านสมาชิกนะครับ อย่างเช่น เขียนเรื่องการกีฬา เรื่องวัฒนธรรม อันนี้ก็เป็นวิวัฒนาการของสังคมเรา แต่อย่างไรก็ตาม ผมขอหมายเหตุไว้เป็นเรื่องสำคัญว่าแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนี้ไม่ใช่บทบัญญัติที่เป็นภาคบังคับ จริง ๆ แล้วเป็นเพียงแค่กรอบใหญ่ ๆ หรือเป็นแนวทางใหญ่ ๆ ให้รัฐหรือรัฐบาลที่พรรคการเมือง ที่จะมาจากการเลือกตั้งนั้นเขาได้คิดพิจารณาและคำนึงาึงในการตรากฎหมาย แล้วก็การวาง แนวนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน ในทางปฏิบัติเองเขาคงต้องทำส่วนอื่น ๆ เข้ามาร่วม คลุกเคล้าเข้าด้วยกันด้วย พูดง่าย ๆ ว่าเป็นการวางกรอบใหญ่ ๆ ให้กับการพัฒนาประเทศ เท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นหมวดบังคับตายตัว ผมขอตอบ ผมไม่ขอเอ่ยนามนะครับ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายเมื่อเช้านี้ว่าแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นน่าจะมีบทบังคับบางอย่าง ให้รัฐบาลต้องทำ ท่านลองคิดดูนะำ้าท่านบังคับให้รัฐบาลต้องทำทั้งหมด แสดงว่ารัฐบาลของพรรค ที่มาจากการเลือกตั้งใด ๆ ก็ตาม ก็จะไม่มีเสรีภาพ ไม่มีอิสระ ไม่มีเจตจำนงของประชาชน ที่เขาได้รับการเลือกตั้งเข้ามาในการบริหารประเทศเลยนะครับ รัฐธรรมนูญของเราก็เป็น รัฐธรรมนูญที่แปลกประหลาดอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตามที เราเลิกเขียนเรื่องนี้ ไม่ได้นะครับ แล้วผมก็เชื่อว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคงมีเรื่องฝากให้คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมขึ้นเป็นอีกจำนวนมากนะครับ ผมก็พยายามจดลิสต์ (List) ไว้ว่า ท่านฝากเรื่องโน้น ฝากเรื่องนี้ ต้องไปเพิ่มเติมขึ้นไปอีกจำนวนมาก เพราะฉะนั้นหมวดนี้ ก็มีความหมาย มีหน้าที่แบบนี้แล้ว แล้วก็หวังว่าคงจะให้เห็นดุลยภาพระหว่างความหวัง อุดมคติของเรา ที่เราอยากจะให้บ้านเมืองของเราเป็นไปอย่างไร ที่จริงแล้วต้องคิดครับว่ารัฐธรรมนูญในส่วนนี้ เป็นแค่แนวทาง เป็นกรอบใหญ่ ๆ ของเจตจำนงในการตรากฎหมายระหว่างแนวทางในการบริหาร ราชการแผ่นดิน ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตท่านประธานเชิญคุณบัณฑูรนะครับ