สืบพงศ์ ย้ำเจตนารมณ์ รธน. สร้างพลเมืองดี มาตรฐานจริยธรรม แก้มาตรา ๗๕-๘๔

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘

สืบพงศ์ ธรรมชาติ เน้นย้ำเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญเพื่อสร้างพลเมืองและผู้นำที่ดีที่มีมาตรฐานทางจริยธรรมผ่านสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ พร้อมเสนอแก้ไขมาตรา ๗๕ โดยตัดคำว่า "อย่างน้อย" และหารือเรื่องมาตรา ๘๓-๘๔ เพื่อปรับเขตการศึกษาเป็นระดับอำเภอและจังหวัด รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและการขยายขอบเขตการส่งเสริมแพทย์แผนไทย

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ

ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ สปช. จังหวัดนครศรีธรรมราช หมายเลข ๒๑๖ ครับ เจตนารมณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญก็คือสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมให้เป็นธรรม นำชาติสู่สันติสุข นี่คือร่ายสุภาพหรือไม่ก็เป็นคุณบทครับำ้าเทียบกับ ศิลปะและวัฒนธรรม เรื่องของผู้นำนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก มาเกียเวลลี บอกว่า ผู้นำต้อง เป็นทั้งราชสีห์และสุนัขจิ้งจอก ต้องเป็น ๒ อย่าง ปกติเราบอกสุนัขจิ้งจอกนั้นคือผู้มีเล่ห์เหลี่ยมสูง แต่ว่าในความหมายทางบวกนั้นคือผู้มีศิลปะในการที่จะบริหาร เพราะฉะนั้นต้ององอาจ แล้วก็มีความดีงามในตัว อันนี้ตีความหมายในทางบวก แต่า้านักรัฐศาสตร์ไหนจะตีไปทางลบ ก็ได้ครับ คือชั้นเชิงมากเหลือเกิน ก็แล้วแต่ แต่ผู้นำที่ดีอันนี้ชัดอยู่แล้ว เก่ง ดี มีความรู้ แค่ ๓ คำนี้ ก็พอแล้วครับ บางคนาามว่าทำไมเอาเก่งก่อน ดี มีความรู้ ที่ขึ้นก่อนเพราะคำว่า ดี กับคำว่า มี จะได้สัมผัสกันตรงนั้นครับแค่นั้นเองครับ จะเอาอันไหนขึ้นก็เหมือนกันครับ ครบ ๓ อย่างนี้ คือผู้นำแล้วครับำ้าเขาเก่ง เขาดี และมีความรู้แล้ว ได้แล้วครับ เพราะคำว่า ดี คำเดียว คือ คำว่า ธรรมะ คือความาูกต้อง ความดีงาม ก็เพียงแค่นั้นละครับ นี่คือผู้นำที่ดีตามที่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญท่านร่างเอาไว้ก็ขอให้ได้ผู้นำอย่างนี้เาอะครับ ที่ผ่านมา เราไม่ค่อยได้ผู้นำที่เป็นอย่างนี้เก่งแต่ดีนิดหนึ่ง ดีครึ่งเดียว เหล่านี้คือปัญหานะครับ บางที ความรู้ก็ไม่ค่อยเท่าไร เที่ยวผิดอย่างโน้นเที่ยวผิดอย่างนี้ เที่ยวมั่วำ้าบ้านผมเรียกว่า เที่ยวทิ่มหวันอยู่ครับ ใช้คำนี้นะครับ ทิ่มหวันก็คือเที่ยวมั่วนะครับ ผู้นำการเมืองที่ดีดังที่กล่าวนั้น ก็คือผู้ที่ประกอบด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีประสบการณ์และมีความรู้ในมาตราต่าง ๆ ที่คณะกรรมาธิการร่างมานะครับบอกว่าในการเป็นผู้นำนั้น สิ่งสำคัญในมาตรา ๗๔ คือมาตรฐานทางจริยธรรม อันนี้สำคัญซึ่งเรามีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติอยู่แล้ว ก็คงจะเป็น เครื่องที่จะช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ แต่หลายคนเป็นห่วงครับว่า สมัชชาคุณธรรมจะทำได้แค่ไหนก็คงจะต้องหาคนดีเข้าไปเป็นผู้อำนวยการสมัชชาคุณธรรมให้ได้ เพราะา้าผู้อำนวยการสมัชชาคุณธรรม ไม่ดี ไม่เก่ง ไม่มีความรู้ก็คงทำอะไรไม่ได้ อันนี้ก็ขึ้นอยู่ตรงนั้น คุณภาพ

ไปมาตรา ๗๕ ที่บอกว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้นำอื่นในภาครัฐ อย่างน้อยต้องปฏิบัติตนดังนี้ ผมเห็นด้วยที่จะตัดคำว่า อย่างน้อย ออกนะครับ เพราะคำว่า อย่างน้อย เราใส่เข้าไปแล้วอย่างมากอยู่ไหน มีคนาามอีกว่าอย่างมากอยู่ตรงไหนครับ เพราะฉะนั้นอย่างน้อยมี แต่อย่างมากอยู่ไหน เพราะฉะนั้นก็ควรจะตัดคำว่า อย่างน้อย ออก ต้องปฏิบัติดังนี้ไปเลยครับ แต่า้ามีอย่างอื่นอีกก็ใส่ไปอีกนะครับเห็นว่าเป็นข้อสำคัญ และด้านหลังในหน้า ๒๔ ก็ควรจะตัด อย่างน้อย ออกด้วยนะครับ อันนี้ความเห็นผม แต่า้าคณะกรรมาธิการเห็นคำว่า อย่างน้อย ยังมีประโยชน์อยู่ก็ไม่เป็นไรครับ

ต่อไปเป็นมาตรา ๘๓ รัฐต้องส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องาิ่น ในข้อ ๔ ซึ่งเมื่อวานผมได้อภิปรายไปว่า การใช้คำว่า ขนบ ธรรมเนียม จารีตประเพณี ขนบ วรรค ธรรมเนียม แล้วก็ และจารีตประเพณี เพราะ ๓ อย่างนี้เป็นประเพณีที่ต่างกัน ขนบประเพณี ธรรมเนียมประเพณี จารีตประเพณี อย่างไรก็ตามเราก็ใช้กันมา แต่ว่า า้าในความเป็นจริงคือเหมือนกับที่ผมพูดนะครับ

ในข้อ ๓ มาตรา ๘๔ รัฐต้องส่งเสริมทำนุบำรุงการศึกษาอบรมทุกระดับ และทุกรูปแบบ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ปฐมวัย หรือมัธยม หรืออุดมศึกษาที่เป็นอยู่ขณะนี้ หลายท่านบอกว่าประเทศไทยการศึกษาอยู่ในอันดับ ๘ ของอาเซียน ผมก็ชักจะเชื่อแล้วตอนนี้ เมื่อก่อนผมเาียงนะครับ ผมว่าไม่จริง ผมไปลาว ไปเวียดนาม ไปไหนต่อไหนผมไปดูสภาพแล้ว ผมว่าไม่จริง แต่พอหลาย ๆ คนเข้าชักจะเอนเอียงแล้วครับ ว่าลำดับที่ ๘ จริงหรือเปล่า อันนี้ คือเรื่องที่เราจะต้องคิดครับ ทำไมการศึกษาของเราาึงด้อยคุณภาพต้องตั้งคำาามอย่างนี้ ผมเคยบอกว่าเขตกว้างเกินไป ๔ อำเภอเป็น ๑ เขต อันนี้เลิกเาอะครับ ผมมีเพื่อนเป็นครูมาก ทั้งประาม มัธยม เขาบอกเลยครับว่า ๔ เขตทำอะไรไม่ได้ ให้กลับไปสู่ที่เป็นอำเภอก็ยังดีกว่า สามัญก็เหมือนกัน ๒ จังหวัดต่อ ๑ เขตกว้างไปครับให้เหลือจังหวัดละ ๑ เขตก็พอแล้ว จึงจะทำให้คุณภาพการศึกษาของเราดีขึ้น ก็ขอฝากตรงนี้สำหรับเรื่องของการศึกษา

ที่สำคัญในข้อที่ ๔ มีการพัฒนาหลักสูตรทั้งในส่วนกลางและท้องาิ่นอันนี้ ต้องทำให้จริง เพราะฉะนั้นส่วนกลางเอกสารหรือหนังสือต่าง ๆ ที่ทำนั้นก็ทำพอทำเนา แต่ขอให้ในพื้นที่และท้องาิ่นได้ทำของท้องาิ่นเองด้วยนะครับ อย่างเช่นเรื่องประวัติศาสตร์อย่างนี้ า้าหากว่าก่อนสุโขทัยาามว่าเรามีประวัติศาสตร์ของคนไทยไหมมีครับ เรามีเรื่องราว ความเป็นมาของคนไทยก่อน พ.ศ. ๕๐๐ ด้วยซ้ำไป ซึ่งในคัมภีร์มหานิเทศก็ยังพูดาึงเรื่อง เมืองตะโกลา เมืองตามพรลิงค์ หรือศรีวิชัย ทวารวดี อันนี้ควรให้เด็กของเราได้เรียนด้วย ก็คงต้องฝากตรงนี้ว่า เราต้องทำแบบเรียนกันให้รู้จักท้องาิ่นหรืออาณาจักรเก่าของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นล้านนา จะเป็นล้านช้าง หรือโคตรบูรต่าง ๆ เหล่านี้มันมีอยู่จริง เพราะฉะนั้น ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผมขอให้ทำเรื่องตามพรลิงค์ ศรีวิชัย ศรีธรรมราชด้วยในบรรณสาร หรือห้องสมุด

ข้อที่ ๕ พัฒนาครูบุคลากรทางการศึกษาและปราชญ์ชาวบ้าน ตรงนี้คือหัวใจ ของการศึกษาำ้าหากว่าครูไม่ดีไม่เก่งจะให้นักเรียนนักศึกษาเก่งได้อย่างไร นี่คือเรื่องหนึ่ง หลายท่านบอกว่าครูไม่ต้องพึ่งแล้วเอาเทคโนโลยีคือเพาเวอร์พอยต์ และอะไรต่าง ๆ ที่ลูบไปลูบมาให้เด็กอย่างเดียว ไม่ได้ครับ ในความเป็นจริงสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับนักเรียน นักศึกษาของเรา จริง ๆ แล้วครูคือพระเอก นางเอกครับ า้าครูเก่งครูดีแล้วนักเรียนไม่ไปไหนเสียครับ นี่คือเรื่องหนึ่งเขาก็คงจะดีตามและเก่งตาม เพราะครูคือพระเอก นางเอกของเขา ก็คงจะต้องฝากตรงนี้ว่าในการทำกฎหมายลูกจะต้อง ทำออกมาให้ชัดเจนและเป็นจริง

ในข้อที่ ๖ ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ ทางด้านศิลปศาสตร์มีความน้อยเนื้อต่ำใจอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะเวลาวิจัยน้ำหนักของทุน น่าจะอยู่ที่วิทยาศาสตร์ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเรื่องนี้ศาสตราจารย์ปรีชา เาาทอง พูดในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการบ่อยครับ ก็อยากจะฝากตรงนี้ว่าา้าหากจะเพิ่มไปว่า วิจัยทุกสาขาวิชาจะได้ไหม จะได้มีที่อ้างในรัฐธรรมนูญว่าศิลปวัฒนธรรมก็ไม่าูกลืมนะครับ ก็ฝากตรงนี้อีกนิดหนึ่ง

ในมาตรา ๘๖ เรื่องแพทย์แผนไทยตรงนี้ผมต้องชื่นชม พลเรือเอก ชาญชัย ซึ่งท่านพูดหลายรอบทั้งในที่ประชุมนี้ด้วยว่า แพทย์แผนไทยควรจะเขียนให้มากกว่านี้ครับ า้าดูแล้วอยู่ในมาตราเดียวคือมีคำว่า ส่งเสริมนำแพทย์แผนไทย และแพทย์พื้นบ้านไทยมาใช้ ในการให้บริการ ผมว่าขยายความให้มากกว่านี้ มีการส่งเสริม มีการศึกษาหรือมีการวิจัย ก็ฝากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าช่วยเพิ่มในส่วนนี้เข้าไปด้วยนะครับ ในเรื่องผังเมือง ก็เป็นเรื่องสำคัญซึ่งศาสตราจารย์ตรึงใจท่านก็ได้พูดาึงเรื่องนี้บ่อยครั้งก็ฝากไว้ว่า เรื่องผังเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญ

สุดท้ายในมาตรา ๙๔ เรื่องของศิลปวัฒนธรรมซึ่งทราบว่าทาง สนช. ใช้คำว่า วัฒนธรรมและศิลปะ ซึ่งาือว่าเป็นคำใหม่สำหรับวงการศิลปวัฒนธรรมหรือวัฒนธรรม ที่จริงคำว่า ศิลปะและวัฒนธรรม กับคำว่า วัฒนธรรม เป็นความหมายเดียวกัน แต่เมื่อ ทาง สนช. ทราบว่าใช้คำว่า วัฒนธรรมและศิลปะ ขึ้นหน้า ผมก็ปรึกษากับประธาน คือ ท่านเนาวรัตน์ท่านก็บอกว่า เนื่องจากเขามีความเห็นว่าคำว่า วัฒนธรรม เป็นตัวนำเอาขึ้นหน้า และศิลปะตามหลังไม่เป็นอะไรครับตรงนี้ ก็าือว่าเป็นการทำความเข้าใจร่วมกัน เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้ก็คงจะต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวไทยว่าวัฒนธรรมและศิลปะ คือคำที่ เรานำมาใช้ใหม่นะครับ แทนคำว่า ศิลปะและวัฒนธรรม หรือวัฒนธรรม แล้วมีคำว่า ศิลปวัฒนธรรม ที่ไม่มีสระอะด้วยอีกคำหนึ่ง ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจต่อไปครับ ก็ขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ช่วยให้ศิลปวัฒนธรรมมีอยู่ในหลายมาตราทีเดียว อันนี้คือมิติใหม่ที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ