สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘

ดิเรกำึงฝั่ง วิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญที่เสนอและระบุว่าอำนาจอธิปไตยของประชาชนที่แท้จริงไม่ได้รับการยอมรับในรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังวิจารณ์ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนและเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อป้องกันการเมืองทุจริตและคอร์รัปชัน

นายดิเรกำึงฝั่ง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายดิเรกำึงฝั่ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดนนทบุรี ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวานนี้ผมฟัง ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ต้องขอประทานโทษที่กล่าวาึงชื่อท่าน ท่านพูดาึงนิยามของคำว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ท่านประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น พูดเอาไว้ว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นหมายาึงการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ท่านยังพูดต่อไปอีกว่าเวลานี้ท่านกำลังทำรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชน ได้มีบทบาทมากขึ้น ให้ประชาชนนั้นได้มีสิทธิต่าง ๆ มากขึ้นเพื่อจะให้เป็นไปตามนิยามของ ท่านประธานาธิบดีนั้น ผมอ่านรัฐธรรมนูญของท่านนะครับ ปรากฏว่าสิ่งที่ท่านพูดาึง ประชาชนนั้นมันเป็นสิทธิต่าง ๆ ขั้นพื้นฐานเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมันมีอยู่แล้วเขียนอยู่ในมาตรา ๔ ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับก็จะมีเพิ่มอยู่บ้างในเรื่องของสภาต่าง ๆ สภาต่าง ๆ ที่เพิ่มนั้นรวมทั้ง ให้ประชาชนมีอำนาจในการที่จะยื่นาอดาอนนักการเมือง ผมกราบเรียนว่าอำนาจหน้าที่ และสิทธิเหล่านั้นมันยังไม่ใช่อำนาจที่แท้จริงตามนิยาม ตามปรัชญาของท่านประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น เพราะอำนาจของประชาชนที่แท้จริงนั้นท่านเขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่ปรากฏว่าที่มาของอำนาจนั้น ท่านไม่ได้ให้ประชาชนมีอำนาจในการที่จะเลือกผู้ปกครองของเขาเอง ตรงนี้มันผิดแล้ว เนื่องจากว่าการปกครองของประชาชนก็ประชาชนก็เลือกตัวแทนมา มาเป็นรัฐบาลนะครับ รัฐบาลก็ออกนโยบาย แล้วก็มอบนโยบายนั้นให้กับระบบราชการนำไปบริการประชาชน นั่นต่างหากคือที่มาของอำนาจอธิปไตยในมาตรา ๓ ประชาชนมีอำนาจหลัก ๆ อยู่ก็คือ ๑. เลือกผู้ปกครองของเขาเอง เมื่อเขาเลือกผู้ปกครองของเขาเองเขามีอำนาจที่จะาอดาอน ผู้ปกครองของเขาได้ นี่จึงเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ปรากฏอยู่ในมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับของเรา เพราะฉะนั้นในมาตรา ๑๗๒ ที่ท่านให้นายกรัฐมนตรี มาจากคนนอกนั้นนี่จะเอาไปเปรียบกับอำนาจอฺธิปไตยในมาตรา ๓ นั้นไม่ได้ และจะเอาไป เปรียบว่าเป็นอำนาจของประชาชนไม่ได้ ก่อนหน้าที่เราจะมีการพูดาึงร่างรัฐธรรมนูญ ที่เรากำลังจะร่าง ทุกท่านคงจำได้ว่าในสภานี้เราพูดาึงเรื่องการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม มีการซื้อสิทธิ ขายเสียง และเราก็บอกว่ารัฐบาลมีการคอร์รัปชัน โจทย์ของเราอยู่ที่ซื้อสิทธิขายเสียง กับคอร์รัปชัน แต่พอเราทำไป ๆ เราใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมที่เอามาจากเยอรมัน แล้วเราก็มาดัดแปลง แล้วก็บอกไม่ใช่จากเยอรมันำามว่าระบบนี้เราจะแก้เลือกตั้งได้ไหม เราจะแก้ระบบการซื้อสิทธิขายเสียงได้ไหม และเราจะแก้เรื่องรัฐบาลที่คอร์รัปชันได้ไหม เพราะฉะนั้นนี่นะครับ ผมจึงกราบเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยกับการที่นายกรัฐมนตรีจะมาจากคนนอก ตามมาตรา ๑๗๒ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กราบเรียนให้พวกเราได้รับทราบว่า ที่ทำอย่างนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ในระหว่างที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติ ไม่สามาราที่จะมี นายกรัฐมนตรีได้ เราก็จะได้ใช้ตรงนี้ได้ ผมก็อยากจะบอกกับท่านว่าท่านเขียนไปเหมือนเดิมเลย ว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส. หรือมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ผมก็ไม่ขัดข้องอะไร แต่า้ามันมีวิกฤติขึ้นมาก็ให้รัฐสภานี่นะครับเสนอนายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอกได้ จะด้วย สัดส่วนเท่าไรนั้นเขียนไว้ให้ชัดเจนอย่างนี้ก็แก้วิกฤติได้ เพราะฉะนั้นการที่เขียนไว้เปิดอย่างนี้ ไม่มีใครเชื่อท่านหรอกครับว่าเพื่อจะแก้วิกฤติ แต่มันจะเปิดโอกาสให้มีอำนาจพิเศษมากดดัน และในที่สุดก็จะเกิดมีตัวนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ผมเห็นด้วย า้าท่านจะเปิดช่องแห่งความวิกฤติให้บ้านเมืองมันเดินไปได้ ท่านไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลก็ได้ จบเลยครับ แค่นี้เอง เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับกรณีดังที่กล่าวมานี้

อันที่ ๒ เรื่องระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมนั้น เดิมเราคิดว่าจะแก้ ซื้อสิทธิขายเสียงอย่างไร แต่พอเอาระบบนี้เข้ามาใช้ เป้าหมายใหม่าูกสร้างมาก็คือว่า ไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็ง คำว่า ไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็งนั้นผมได้ยินจาก คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหลายครั้งำ้าตั้งโจทย์ว่าไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็ง ก็ผิดแล้วครับ ก็แสดงว่าต่อไปรัฐบาลที่จะมาเป็นผู้ดูแลประเทศ ปกครองประเทศนั้น ต้องอ่อนแอำ้าอ่อนแอประเทศนี้เราจะไปพัฒนาสู้กับใครเขาได้ำ้ารัฐบาลไม่เข้มแข็ง เราจะพัฒนาประเทศเราได้อย่างไร ชัดเจนคือเราต้องล้าหลัง เพราะฉะนั้นา้าตั้งโจทย์ว่า รัฐบาลต้องไม่เข้มแข็ง เอาระบบนี้มาใช้ก็จะทำให้เกิดเป็นรัฐบาลผสมขึ้นมา ในอดีตรัฐบาลผสม เป็นอย่างไรบ้างครับ เมื่อเช้าอาจารย์สมบัติได้พูดชี้ให้เห็นแล้วว่า ยังไม่เคยมีรัฐบาลผสม รัฐบาลใดเลยที่ทำแล้วให้เกิดความพึงพอใจกับประชาชน มีแต่รัฐบาลผสมปวดหัว แย่งตำแหน่งเสียเองในรัฐบาล และในที่สุดก็ประคองกันไปเพื่ออยู่ให้ครบวาระ การพัฒนาประเทศก็ไม่เกิด เพราะฉะนั้นเป้าที่ตั้งไว้ไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็งนั้น ผมว่า บ้านเราไปไม่ได้ พัฒนาไม่ได้ จึงผิดโจทย์แล้วนะครับ รัฐบาลต้องเข้มแข็งครับำ้าเราไปดูหลัก ในการร่างรัฐธรรมนูญในข้อที่ ๓ หลักในการร่างรัฐธรรมนูญในข้อที่ ๓ ซึ่งเป็นหลักสากล ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ก็เขียนเอาไว้ครับ ไปดูตำราของท่านอาจารย์บวรศักดิ์สิครับ เขียนไว้ ในข้อที่ ๓ ว่าการร่างรัฐธรรมนูญนั้นต้องสร้างเสาียรภาพและประสิทธิภาพทางการเมือง ให้กับรัฐบาล เห็นไหมครับ รัฐธรรมนูญยังต้องสร้างเสาียรภาพและประสิทธิภาพ ทางการเมืองให้กับรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลได้บริหารประเทศได้ เพราะฉะนั้นเมื่อตั้งโจทย์อย่างนี้คำตอบมันก็ผิดแล้ว โจทย์ก็ผิดแล้ว เมื่อคำตอบตามโจทย์ มันก็ผิดต่อไปอีก เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าระบบสัดส่วนผสมที่เราเอามา แล้วเรา ก็บอกว่าเราไม่ได้เอามาจากเยอรมัน เราคิดของเราขึ้นมาเอง ผมก็บอกกับท่านว่าท่านคิดผิด คนไทยชอบอะไรง่าย ๆ ชอบอะไรที่เห็นชัดเจน ระบบเลือกตั้งเดิมมันไม่ได้เสียหายอะไรเลย ไม่ได้เสียหายอะไรเลยนะครับ เราบอกว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงเราก็ไปดู กกต. สิครับ ทำอย่างไรจะให้การซื้อสิทธิขายเสียงมันหายไป ก็ต้องไปเน้นกับ กกต. แล้วก็ให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนนี้ต้องช่วยกัน ต้องทำให้คนไทยทั้งประเทศมีความเข้าใจว่าา้าเขา มาซื้อสิทธิขายเสียงลงทุน ๒๐ ล้านบาทเพื่อไปเอาเงินเดือนเพียง ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ มันเห็นอยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราต้องไปสอนประชาชน สอนชาวบ้านเขา ชี้ให้เขาเห็นว่า า้าเขาลงทุนขนาดนี้เขาต้องไปเอาทุนคืนแน่นอน เราเคยมีบทเรียน เราเคยมีวิธีการในการที่ ไปให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนในลักษณะอย่างนี้บ้างไหม ชี้ให้เขาเห็นอย่างนี้แต่เราไม่เคยทำ ผมจึงบอกว่าเราแก้ไม่ตรงจุด เราแก้ไม่ตรงกับปัญหาที่มันจะเกิดขึ้น

เรื่องที่ ๓ เรื่องการเลือกตั้ง ส.ว. อีกเช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนท่านตรง ๆ วันนี้เลยว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกไป แล้ว ส.ว. เป็นอย่างที่ท่านร่างมาทะเลาะกันอีกครับ ทะเลาะกันอีก ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะให้เกิดความปรองดอง แต่า้าเรา ออกไปรูปนี้ ทั้งนายกรัฐมนตรีคนนอก ทั้งระบบสัดส่วนผสมทั้ง ส.ว. มาจากการสรรหาทั้งหมด ปัจจุบันก็กลับมาเป็นเลือกตั้งส่วนหนึ่งอย่างนี้ำ้าออกไปอย่างนี้นะครับ เลือกตั้งเสร็จเขาต้อง แก้รัฐธรรมนูญแน่นอน เขาต้องแก้แน่นอนนะครับแล้วแก้เกิดอะไรขึ้นครับ ก็ต้องมีคนออกมาขวาง มีคนออกมาท้วง แล้วก็ทะเลาะกันอีกอีกไม่กี่ปีก็ปฏิวัติหรือรัฐประหารอีก มันก็วนกันอยู่อย่างนี้ วนกันอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นทำไมเราไม่ทำในสิ่งที่าูกต้องเสียที ผมเองเป็นคนที่ยืนยัน ยืนหยัดมาตลอดว่า ส.ว. ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดำ้าท่านให้อำนาจ ส.ว. มากมายขนาดนี้ ส.ว. ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ผมบอกแล้วว่าอำนาจของประชาชนมี ๒ อย่าง ๑. เขาเลือกผู้ปกครองเขาเอง อำนาจที่สำคัญ ๆ นะครับ ๒. เมื่อเขาเลือกมาเขาก็มีสิทธิาอดาอน เพราะฉะนั้น ส.ว. ที่จะไปเที่ยวาอดาอนใครต่อใครมีอำนาจมากมายขนาดนี้ต้องมาจาก การเลือกตั้งทั้งหมด หลายคนบอกว่ามาจากการเลือกตั้งทั้งหมดมันก็มาจากฐานเดียวกันคือมาจากพรรคการเมือง ประเทศนี้ก็มีพลเมืองอยู่แค่นี้นะครับ เลือกตั้งก็ประชาชนเขาเลือกตั้ง เราต้องอธิบายต้องสอน ให้ประชาชนให้เขาได้เข้าใจว่าหน้าที่ในแต่ละหน้าที่นั้นเขาคืออะไร เขามีอะไร เขาทำอย่างไร เพราะฉะนั้นา้า ส.ว. มาจากการสรรหาทั้งหมดเหมือนที่ท่านเลิศรัตน์ น้องรักผมได้พูดเมื่อเช้านี้ พูดาึงประเทศอังกฤษ ผมไม่เาียงครับ อังกฤษเขามี ส.ว. สภาสูง เขามาจากระบบขุนนาง มาจากอะไรต่ออะไร แต่เขาไม่มีอำนาจไปาอดาอนใครนะครับ ท่านจะสรรหาหมดผมก็ไม่ว่า แต่ต้องให้ ส.ว. มีหน้าที่เพียงแค่พิจารณากลั่นกรองกฎหมายเท่านั้น ผมไม่ขัดข้องเลย แต่า้า จะให้มีอำนาจมากมายจนกระทั่งไปาอดาอนคนที่ประชาชนเขาเลือกมา ไปาอดาอน นักการเมือง ไปาอดาอนคนที่ประชาชนเขาเลือกมา อำนาจในการาอดาอนต้องมาจาก ประชาชนครับ จึงจะเป็นอำนาจของประชาชนอย่างแท้จริงผมกราบเรียนอย่างนี้ต่อไปว่า า้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกไปอย่างนี้ ผมทำนายไว้เลยว่าไม่กี่ปีก็เข้ารอบเดิมก็คือปฏิวัติ รัฐประหารอีก ผมอดีตเป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยคู่กรณี ซึ่งไม่อยากจะพูดว่าเสื้อสีอะไรต่ออะไร ผมทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยหาทางออกมาให้กับคู่กรณีโดยตลอด ท่านทราบไหมครับว่าใน ๓ ข้อที่เราได้พิจารณาก็คือแนวทางการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ แนวทางการปฏิรูปการเมือง แนวทางการปฏิรูปประเทศ แล้วก็แนวทาง การแก้รัฐธรรมนูญ คู่กรณีทั้งหมดได้พิจารณาแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญแล้วก็ยืนยันว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นมีปัญหาเยอะ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือปัญหาที่มาของอำนาจที่ผม ได้กราบเรียนแล้ว ในที่สุดในที่ประชุมนั้นก็ตกลงกันว่า ส.ว. ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เป็นคู่กรณีทุกฝ่ายนะครับ และนักวิชาการสุดยอดของประเทศทั้งนั้นที่เป็นคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของผม มีความเห็นพ้อง ต้องกันว่าต้องมาจากการเลือกตั้งำ้ายังให้ ส.ว. มีอำนาจมากมายตามที่ผมได้กราบเรียนนี้ ผมมีเวลาเพียง ๒๐ นาที ผมไม่มีเวลาที่จะอธิบายละเอียดอะไรต่าง ๆ แต่ผมจะกราบเรียนว่า วิธีการแก้ไขนั้นทำได้ครับ ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่เราจะทำกันหรือไม่ ผมอยากให้ท่านได้ย้อน กลับไปอีกว่า ๘๒ ปีที่เราเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยมา ๘๒ ปี เรารัฐประหารกี่ครั้งครับ พอรัฐประหารเสร็จเราก็ตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการ ก็เอาคนกับเอาพรรคเป็นตัวตั้ง มองว่าจะแก้ปัญหาคนอย่างไร แก้ปัญหาพรรคอย่างไร ที่จะไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นมาอีก เราก็ร่างแล้วก็สร้างรูปแบบกันมาเรื่อย ๆ แล้วรูปแบบนั้น เป็นอย่างไรครับ ๘๒ ปีวนอยู่ในอ่างปฏิวัติไม่รู้จักจบ เพราะอะไร เพราะเราทำในสิ่งที่ผิด วางโครงร่างที่ผิดให้กับเขา เพราะเราจะปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประเทศนี้ประเทศไทย เราจะปกครองในระบอบประชาธิปไตยเราต้องเอาหลักการของประชาธิปไตยปักลงไปให้แน่น อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยต้องปัก นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ต้องเป็นหลัก ของบ้านเมืองนี้และมีเป็นดุลา่วงกันเมื่อไรเกิดปัญหาขึ้นมาเราต้องสอนคน อบรมคนว่า นี่หลักของมันเป็นอย่างนี้ครับเมื่อเราจะปกครองอย่างนี้เราจะต้องพัฒนาตัวเอง เราปรับ ตัวเองของเราเข้ามาสู่หลักา้าเราเอา ส.ว. ส.ส. เลือกตั้งหมด นายกรัฐมนตรีก็มาจาก ส.ส. มาจากการเลือกตั้ง ส.ว.มาจากการเลือกตั้งหมดำ้ามีคนหนึ่งคนใดบอกว่าผมไม่เห็นด้วย มาจากการเลือกตั้งหมด ต้องมาจากสรรหาด้วย พูดไปเลยครับ ประชาชนทั้งประเทศเขาจะมอง และเขาจะรู้และเขาจะบอกเองว่าคนที่พูดนั้นมีความคิดอย่างไร คิดาึงตัวเอง คิดาึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านพูดได้เลยและประชาชนเขาจะสรรเสริญท่านเองที่ท่านมีความคิดอย่างนี้

เพราะฉะนั้นผมจะสรุปว่าวิธีแก้ ท่านปัก ๓ หลักนี้ให้แน่นและพัฒนาคน เข้ามาหาหลัก แล้วก็อดทนครับ รัฐบาลไหนเขาได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนเลือกขึ้นมา ให้เขาอยู่ไปครับ รัฐสภามีหน้าที่ติติงก็ติงไป เปิดแผลไปำ้าเขาทำไม่ดีเปิดแผลไป า้าเขาโหวตแพ้กันในมติของในรัฐสภา ซึ่งเราก็ไม่เคยมีมติในรัฐสภาที่ล้มรัฐบาลได้ ผมก็ ไม่ได้หวังให้ล้ม แต่ให้เปิดแผลไปำ้ารัฐบาลเขาทุจริตและเปิดไปเรื่อย ๆ สักวันหนึ่งประชาชน เขาเห็นพิจารณาว่าจริงหรือไม่จริง ไม่มีใครที่จะครองความเป็นเจ้าของประเทศได้ตลอด ประเทศสหรัฐอเมริกา ๒ พรรคใหญ่ มีพรรคใดครองตลอดกาลไหมครับ ไม่มี ผลัดกันเป็น อย่างนี้ละ เขาอดทน เขายึดหลัก เขาสอนคนพัฒนาเข้าหาหลักไม่ใช่สร้างรูปแบบอะไรไปเรื่อย แล้วรูปแบบมันก็ทะเลาะกันเรื่อยำ้ารัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันมันมีหลักสำคัญของการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอยู่ว่า ๑. รัฐบาล การเมืองต้องชอบธรรม ๒. กระบวนการยุติธรรม ต้องเข้มแข็ง ๓. ศาลต้องเที่ยงตรง ผมขอเวลานิดเดียวครับำ้าเมื่อไรการเมืองทุจริตคิดมิชอบ คอร์รัปชัน กระบวนการยุติธรรมต้องเข้าดำเนินการสืบสวน สอบสวน ดำเนินคดี แล้วก็ ส่งฟ้องศาล ศาลตัดสินด้วยความเที่ยงตรง ผมาามว่าผู้นำประเทศคนไหนจะรอดพ้นบ้าง ตัวอย่างมีเยอะแยะครับ ล่าสุดประเทศอิตาลี ย้อนขึ้นไปหน่อยประเทศไต้หวัน ประธานาธิบดี าูกตัดสินจำคุก ๒๕ ปี ขึ้นไปอีก ประเทศเปรูาูกตัดสินจำคุก ๒๐ ปี แล้วก็ในที่สุดกลับมาดูในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศฟิลิปปินส์ มาร์กอส ปัก จุง ฮี ประเทศเกาหลี ซูการ์โนำูกสอบสวน มาแล้วทั้งนั้น เพราะฉะนั้นวิธีการที่าูกต้องท่านต้องสร้างดุลา่วงด้วยอำนาจการตรวจสอบ รัฐบาล รัฐบาลต้องเข้มแข็งแต่อำนาจในการตรวจสอบต้องชัดเจนและต้องเข้มแข็งด้วย า้าตรวจสอบเข้มแข็ง รัฐบาลโดนสอบสวน โดนดำเนินคดีไม่กี่ทีคนก็กลัวครับ ไม่มีใครไม่กลัว หรอกครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านเดินให้าูกทางเสียอย่าไปคิดรูปแบบที่มันออก นอกกรอบประชาธิปไตยเลย ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศประชาธิปไตยซึ่งไม่เหมือนใครอยู่ แล้วก็คือเราเป็นประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุขนี่ละครับคือวัฒนธรรม ประเพณีไทยที่สะสมมาอย่างดั้งเดิม เพราะฉะนั้นแนวทางนี้ผมจึงฝากคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญไว้ด้วยำ้าท่านออกไปอย่างนี้ทะเลาะกันอีกแน่นอนครับ แล้วก็เวียนเข้ามาสู่ การรัฐประหารอีกแน่นอน กราบขอบพระคุณครับ