นิฟาริด ระเด่นอาหมัด หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ โดยเสนอให้มีการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ของรัฐและสายการเมืองด้วยมาตรฐานเดียวกัน และเสนอข้อเสนอเกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติผู้สมัครทางการเมือง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด และเสนอแนะการประเมินและตรวจสอบผู้นำการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพและนำไปสู่การปฏิรูปที่ยั่งยืน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิฟาริด ระเด่นอาหมัด สมาชิกลำดับที่ ๑๑๐ จากจังหวัดปัตตานี เรากำลังพิจารณาอยู่ ๒ ส่วน คือ ระบบซึ่งหมายาึงรัฐธรรมนูญฉบับใหญ่ของพวกเรา ซึ่งได้าูกยกเลิกไปแล้วหลายฉบับ กำลังจะสร้างอันใหม่ขึ้นมา ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูเรื่องของคนด้วย สังคมจะอยู่รอดได้ ก็ต้องมีความพร้อมทั้ง ๒ ส่วน คือมีระบบที่ดีกับมีคนที่ดี ในมาตรา ๗๔ ได้มีการพูดาึงสมัชชา คุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งผมาือว่านี่เป็นการริเริ่มที่ดีมาก ๆ เลย ได้พูดาึงมาตรฐานทางจริยธรรม ของผู้นำทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท โดยเนื้อหาก็คือา้าเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐเมื่อทำผิดวินัยก็ต้องมีการสอบสวนโดยผู้บังคับบัญชาในขณะที่ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองเมื่อทำผิดก็ต้องนำมาสู่การาอดาอนโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการ โดยผู้บังคับบัญชา แต่ของสายการเมืองมีสมัชชาพลเมืองเป็นผู้ดำเนินการ ประเด็นของผม คืออยากจะเสนอให้ทั้ง ๒ ส่วนนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ โดยเชื่อว่าา้ากำกับตรงนี้ทั้งข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐและสายการเมืองก็ต้องอยู่ภายใต้ กำกับในมาตรฐานเดียวกัน เมื่อมีการได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการไต่สวนแล้วก็มีการแจ้งผล ชัดเจนว่าได้กระทำผิด ข้าราชการก็ต้องนำมาสู่การปลด ในขณะที่สายการเมืองก็จะนำมาสู่ การาอดาอนต่อไป นี่คือการดูแลในส่วนของการทำงานเมื่อได้ดำเนินการไปแล้ว ประเด็นนี้ เป็นการตรวจสอบในระหว่างการทำงาน
แต่ผมอยากจะเสนออีกประเด็นหนึ่งก็คือให้ตรวจสอบต้นทางด้วย า้าเราสามาราให้สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติได้ตรวจสอบ อย่างเช่น สายการเมืองำ้าเราจะมี การตรวจสอบเบื้องต้นว่าคนที่จะเสนอตัวเข้ามาทำการเมืองมีประวัติที่ดีหรือเปล่า มีการตรวจสอบตรงนี้ในระดับต้น แล้วก็มีการเผยแพร่ข้อมูลออกไปว่าบุคลากรดังต่อไปนี้ ผ่านการตรวจสอบแล้ว มีคุณสมบัติที่ดี แล้วก็ผ่านการรับรอง ก็จะต้องให้เขาสมัครต่อไปได้ ผมเสนอให้มีลักษณะ ๒ ดีกรี (Degree) ๑. ก็คือเพียงแค่การชี้แจงแล้วก็อธิบายผลว่า การตรวจสอบแล้วผลเป็นอย่างไร และออกใบประกาศออกมาให้ประชาชนเป็นคนพิจารณาเองว่า พร้อมจะรับหรือไม่กับบุคคลเหล่านี้ เขาอาจจะไม่ได้ทำผิดกฎหมายแต่ทำผิดศีลธรรม เขาอาจจะไม่ได้ทำผิดกฎหมายแต่เขาทำในสิ่งที่กฎหมายห้ามไว้ ประมาณนี้นะครับ
ส่วนที่ ๒ ก็คือา้าสามาราจะให้ระบบตรวจสอบตรงนี้เข้มข้นนะครับท่านประธาน สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติอาจจะมีการเบรกคนกลุ่มนี้ได้เลย อันนี้จะต้องทำให้ละเอียด เพราะเป็นการทำที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ เลย เพราะเมื่อเขาขาดคุณสมบัติเขาไม่มีสิทธิแม้แต่จะสมัคร ซึ่งกระบวนการตรงนี้า้าออกแบบระบบให้ดีจะเป็นการคัดกรองตั้งแต่เบื้องต้น ซึ่งจะเป็น การกรองเอาคนที่ดีเข้ามาให้เราได้เลือกแล้วก็จะมีการกรองในระหว่างที่เขาทำงานต่อว่า เมื่อขณะที่เขาอยู่ในตำแหน่งทั้งหมดนี้เขาได้ประกอบและทำภารกิจของเขาเหมาะสมหรือไม่ ก็เป็นการคุม ๒ ชั้น ในส่วนนี้พาดพิงาึงท่านที่อภิปรายก่อนผมสักครู่ คือท่านทวีกิจำ้าเราได้ เริ่มต้นตรวจสอบตั้งแต่แรกผมเชื่อว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะมาดำรงตำแหน่งที่จังหวัดของเรา ต้องผ่านการตรวจสอบแล้ว อย่าให้เกิดภาพว่าส่งคนที่ประชาชนไม่ต้องการ อย่างน้อยา้าเรา เลียนแบบเรื่องการสรรหาอธิการบดีจะมีคนประมาณ ๓ คน ให้บุคลากรได้เลือกแล้วก็ทั้ง ๓ ท่าน ก็นำเสนอแนวคิดที่ว่าจะบริหารมหาวิทยาลัยอย่างไร คณะกรรมการก็จะสรุปว่า ใครเหมาะสมที่สุดำ้ามีกระบวนการตรงนี้โดยให้สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติเป็นผู้ดูแล ผมเชื่อว่า ทุกจังหวัดจะได้คัดกรองบุคคลที่มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดได้อย่างดีที่สุด ในขณะเดียวกัน เมื่อเราจะย้ายท่านออกไป เมื่อท่านทำงานได้ดีแล้วคนต้องการให้ท่านอยู่ต่อและทำไม ต้องย้ายท่านออกไป กระบวนการตรงนี้า้าเราให้สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติได้ทำหน้าที่ตรงนี้ จะเป็นการตรวจสอบทั้ง ๒ ส่วน อย่างน้อยได้คนที่ดี ที่พึงประสงค์เข้ามาในหน่วยงานของเรา กับไม่ให้บุคคลที่อาจจะไปทำอะไรบางอย่างที่ไม่าูกใจคนที่มีอำนาจในขณะนั้นก็ต้องโยกย้าย ออกไป ผมเชื่อว่าา้าเราจัดการกระบวนการตรงนี้ให้ชัดเจนจะเป็นการกรองทั้ง ๒ ส่วน ทั้งคนดี เข้ามาในท่อ แล้วก็เลือกคนที่ไม่ดีออกไปก่อน ในขณะเดียวกันคนที่ไม่ดีก็ต้องาูกกันออกไป ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว และในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งา้าทำไม่ดี ตรวจสอบได้ชัดเจนว่า มีความบกพร่อง มีความทุจริตหรืออะไรก็แล้วแต่ เราก็สามาราจะดำเนินการต่อไปจนกระทั่ง ปลดเขาได้ นี่คือการดูแลกำกับในส่วนของผู้ทำงานทั้ง ๒ ส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและสาย การเมืองนะครับ
ในส่วนของมาตรา ๗๗ ได้มีการพูดาึงการให้สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ประเมินการวางตนของผู้นำการเมือง ตรงนี้เป็นการประเมินที่ดีมาก ๆ เลยนะครับ อธิการบดีจะาูกประเมินรอบครึ่งวาระำ้าเราจัดกระบวนการตรงนี้ซึ่งอาจจะต้องเขียนต่อ ในกฎหมายที่บัญญัติทีหลัง เราจะประเมินทุก ๑ ปี ที่เขาทำงานหรือครึ่งวาระก็แล้วแต่ ความเหมาะสม ตอนนี้ก็ต้องฝากให้คณะทำงานที่จะไปบัญญัติกฎหมายซึ่งตามมาจากมาตรานี้ เพื่อกำหนดให้มีการตรวจสอบ มีการประเมินว่าบุคคลทั้งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อมีการประเมินแล้วา้าไม่ผ่านมันก็มี ๒ ทางเลือก
๑. คือคุณพิจารณาตัวเอง
๒. คือดำเนินการด้วยการโยกย้าย หรือปลด หรือเปลี่ยนบุคคลเพื่อให้คนที่ดีกว่า เข้ามาทำงานต่อ
บังเอิญในบ้านเราสื่อมวลชนยังไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบตรงนี้ำ้าสื่อมวลชน ได้ทำหน้าที่ตรงนี้จริง ๆ แล้ว ทั้ง ๒ ส่วนอาจจะทำงานร่วมกันได้ ตรวจสอบข้อมูลที่เรา อาจจะต้องใช้การเจาะลึกลงไปว่าเขาทำอะไรบ้างในส่วนที่ไม่ดี และประเมินแล้วเขาทำสำเร็จ หรือไม่ แล้ว ๒ ส่วนนี้ก็ทำงานร่วมกัน ผมคิดว่าการทำตรงนี้จะนำมาสู่การพัฒนาคน ทั้งในภาครัฐและการเมืองให้กลายเป็นคนที่มีคุณภาพต่อไป ภาพตรงนี้จะนำมาสู่การปฏิรูปที่ยั่งยืน แล้วผมมีความเชื่อว่าา้าเราเตรียมคนให้พร้อมเราก็จะได้คนพร้อมกับระบบที่ดีร่วมกัน ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะไม่าูกยกเลิกำ้าเรามีคนที่พร้อมจะทำตรงนี้ รัฐธรรมนูญ ๒-๓ ฉบับที่ผ่านมาที่เราพูดาึง คือฉบับปี ๒๕๔๐ กับปี ๒๕๕๐ เราก็เชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ที่ดีที่สุดแล้ว แต่เมื่อเจอคนที่ไม่ดีพยายามจะเล็ดลอดหาช่องที่กฎหมายเปิดโหว่ไว้ หรือไม่ก็ตีความเข้าข้างตัวเอง ปัญหาก็ตามมามากมาย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็ขอฝากให้การร่าง หรือการปรับแก้ในส่วนนี้ให้ขยายผลต่อไปสู่การออกกฎหมายที่บัญญัติให้ครอบคลุมในส่วนนี้ ต่อไปด้วย ขอบคุณครับ