เดชา ปุญญบาล หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงการปฏิรูปการแรงงานและขอเสนอแนะเพิ่มเติมในเรื่องแรงงาน โดยเสนอให้จัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อส่งเสริมการออมและให้สินเชื่อแก่แรงงาน และขอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมเพื่อให้ธนาคารแรงงานครอบคลุมและเหมาะสม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องระบบข้อมูลผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการ เพื่อใช้ในการปฏิรูปภาคแรงงานของประเทศ และเสนอหลักการสำคัญ 4 ประการในการปฏิรูปการแรงงาน รวมถึงการคุ้มครองแรงงานภายใต้กรอบกฎหมาย และการแก้ไขมาตรา 90 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำแรงงานของประเทศไทยมาใช้
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพยิ่ง ผม พลโท เดชา ปุญญบาล ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน และคณะสมาชิก คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องาือโอกาสนี้ในการขอบคุณ คณะกรรมาธิการในการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้กรุณาพิจารณาข้อเสนอที่คณะกรรมาธิการปฏิรูป การแรงงานได้ทำการรวบรวมรับฟังความคิดเห็นแล้วก็สรุปจากทุกภาคส่วนในการนำเสนอ เพื่อเข้าสู่ในการยกร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งประเด็นสำคัญหลัก ๆ มีอยู่เดียวกัน ๗ ประเด็น ซึ่งในประเด็นหลัก ๆ นั้นทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาบรรจุไว้ ในร่างรัฐธรรมนูญเกือบครบนะครับ ซึ่งก็มีบางประเด็นที่ยังขาดอยู่บ้าง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ และสมาชิกก็จะได้นำเสนอเพื่อสนับสนุนให้มีการเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป สำหรับทางด้าน แรงงานนั้น เราทราบดีอยู่ว่าประเทศไทยเรานั้นเราต้องอาศัยภาคแรงงานในการที่จะช่วย เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนทางด้านเศรษฐกิจและการขับเคลื่อนประเทศทางด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนั้นประเทศไทยประสบปัญหาทางด้านการขาดแคลนแรงงาน ในหลายสาขา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่ต้องมีทักษะฝีมือสูง และในสาขาพื้นฐาน ที่จะเป็นแรงงานที่ต้องใช้กำลังหรือในแรงงานที่ค่อนข้างจะเป็นพื้นฐาน ซึ่งเราจะต้องอาศัย แรงงานจากต่างชาติเข้ามาเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนทางด้านเศรษฐกิจของเรา ซึ่งในส่วนนี้ ก็เป็นปัญหาซึ่งาือว่าเป็นวาระของชาติ ในการที่จะจัดระบบต่าง ๆ เหล่านี้ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานเราได้พิจารณาและนำเสนอนอกจาก ๗ ประเด็น แล้วก็เป็นเรื่องหลัก ๆ ในเรื่องแรกก็คือเราได้จัดทำข้อเสนอในการตั้งธนาคารแรงงาน ซึ่งจะนำมาปรับสมดุลของประเทศในด้านแรงงานของชาติให้เกิดการสมดุลทั้งในการแก้ไข ปัญหาระยะสั้นในปัจจุบัน ในระยะกลาง แล้วก็ในอนาคต ๒๐ ปีข้างหน้าให้กับประเทศ ให้กับลูกหลานของเราว่าในนโยบายหรือยุทธศาสตร์ทางด้านแรงงานของเรานั้นเราควรจะ วางแนวไว้อย่างไรให้กับลูกหลานในอีก ๒๐ ปีข้างหน้าตามยุทธศาสตร์ของสภาของเรา
สำหรับประเด็น ๗ ข้อที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานได้นำเสนอ ได้ครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่การให้เสรีขั้นพื้นฐานของผู้ใช้แรงงาน การคุ้มครองแรงงาน ไม่ให้าูกเอารัดเอาเปรียบโดยการเลือกปฏิบัติ การจัดระบบแรงงานสัมพันธ์ การประกันสังคม รวมทั้งการดูแลกลุ่มแรงงานผู้ด้อยโอกาส ที่สำคัญยิ่งก็คือการพัฒนาศักยภาพ ทักษะฝีมือ ของประชากรของประเทศในวัยทำงานนะครับ และไม่เพียงแค่นั้นในข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานยังห่วงใยาึงสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตของคนทำงาน โดยเฉพาะแรงงานอิสระและแรงงานที่เป็นเกษตรกร แรงงานผู้สูงอายุ แรงงานผู้เป็นโรค ที่สำคัญแรงงานผู้พิการทั้งหลายเหล่านี้ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่อาจเข้าาึงระบบสินเชื่อในระบบ ทำให้ต้องพึ่งสินเชื่อนอกระบบ ต้องจ่ายดอกเบี้ยนอกระบบเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ด้วยเหตุนี้ทางคณะกรรมาธิการจึงได้เสนอให้มีการจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อส่งเสริมการออม และใช้สินเชื่อเพื่อการพัฒนาตนเอง ซึ่งสาระสำคัญของธนาคารแรงงานนั้นจะประกอบไปด้วย เรื่องหลัก ๆ ที่สำคัญคือคน งานและเงิน ซึ่งเราจะไม่มุ่งเน้นเฉพาะในเรื่องเงินอย่างเดียวนะครับ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะเสนอในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งในภาคการปฏิรูปที่จะต้องขอให้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมในเนื้อหาในความหมายของธนาคารแรงงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานให้ครอบคลุมแล้วก็เหมาะสมเพื่อเกิดประโยชน์ให้กับ ภาคแรงงานของไทยอย่างสูงสุด ซึ่งในส่วนนี้เราก็ต้องจัดทำในเรื่องระบบข้อมูลต่าง ๆ นะครับ ให้กับภาคแรงงาน
อันดับแรก ก็คือภาคแรงงานคือคน คนไทยของเรา ซึ่งสามาราที่จะใช้ประโยชน์ จากธนาคารแรงงานในภาคนี้นำข้อมูลที่ปรากฏขึ้นที่เราได้จัดทำขึ้นในธนาคารแรงงาน นำมาใช้ประโยชน์ในการที่จะตั้งแต่อันดับแรกก็คือหางานให้กับตัวเอง
อันดับที่ ๒ ก็คือต้องการที่จะเปลี่ยนงานตามสิ่งที่ตนเองานัด
อันดับที่ ๓ ก็เช่นจัดทำการพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตัวเองานัดนั้นอย่างไร เพื่อให้เกิดทักษะแล้วเกิดการพัฒนาฝีมือทำให้ได้รับค่าจ้างสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มพูน คุณภาพชีวิตให้กับตนเองและครอบครัว
อันดับต่อไป ก็คือเป็นการพบกันระหว่างผู้ใช้แรงงานของไทย แล้วก็ ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบธุรกิจในภาคต่าง ๆ ซึ่งในส่วนนี้ก็เป็นข้อมูลพื้นฐานที่เราจะต้องทำ ระบบดาตาให้กับธนาคารแรงงาน ซึ่งในส่วนนี้ก็จะเป็นระบบข้อมูลทั้งหมดส่วนรวม ในภาคแรงงานของประเทศ ซึ่งอาจจะใช้รวมเป็นข้อมูลให้กับการปฏิรูปทางด้านอื่น ๆ ได้ด้วย ซึ่งสามาราที่จะนำมาใช้ร่วมกันได้
ในเรื่องต่อไปก็คือในเรื่องการเงิน การเงินนี้ก็อาจจะเป็นลักษณะกองทุน การเงิน ซึ่งก็คงจะเป็นลักษณะที่ไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรมากมายนัก แต่สามาราที่จะ อำนวยความสะดวกให้กับภาคแรงงานไทยในการที่จะใช้ประโยชน์จากกองทุนนี้ในการพัฒนา อาชีพให้กับตนเอง พัฒนาความรู้ให้กับตนเอง หรือเพิ่มทักษะให้กับตนเอง เพราะคนไทยเรานั้น เราควรจะยกระดับจากลูกจ้างพื้นฐานทั่ว ๆ ไปไปสู่ระดับเป็นหัวหน้างาน เป็นผู้ควบคุม เป็นผู้จัดการ หรือเป็นผู้ประกอบการในสาานประกอบธุรกิจ ตั้งแต่ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ขึ้นไปตามลำดับ ซึ่งจะต้องใช้ประโยชน์จากกองทุนการเงินของธนาคารแรงงาน ซึ่งในส่วนนี้ก็าือว่าเราได้ลดความเหลื่อมล้ำเพื่อต้องการให้ผู้ที่ประกอบทางด้านแรงงานนั้น มีกองทุนเป็นของตัวเอง มีโอกาสเข้ามาร่วมบริหาร ร่วมวางแผน ร่วมจัดการนะครับ และให้บริการ ให้ประกันให้กับภาคแรงงานของตัวเอง เพื่อเป็นการส่งเสริมการออม การใช้สินเชื่อ เพื่อการพัฒนาตนเองอย่างที่กล่าวมาแล้ว เพราะประเทศไทยในปัจจุบันนั้นประสบปัญหา การขาดแคลนแรงงานจึงต้องใช้มาตรการอนุญาตให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานและการระดม หรือใช้ประโยชน์จากแรงงานของสังคมในทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วนให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด จากสภาพดังกล่าวกรรมาธิการจึงมีความเห็นที่สำคัญที่เราจะต้องจัดทำข้อมูลร่วมกันเสริม ให้กับธนาคารแรงงานตามที่กล่าวมาแล้วให้เกิดความสมบูรณ์และภาคแรงงานของไทย เราใช้ประโยชน์ได้จริง นอกจากนั้นในภาคแรงงานที่เป็นแรงงานข้ามชาติหรือแรงงาน ต่างชาติที่จะเข้ามาสนับสนุนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เราคงจะต้องมองแรงงานเหล่านี้ ให้เป็นมิตรว่าำ้าเราไม่มีเขาแล้วประเทศไทยเราก็คงจะต้องยากลำบากอีกหลายด้าน เพราะเราจะไม่มีแรงงานขั้นพื้นฐานมาช่วย เพราะแรงงานระดับพื้นฐานนั้นโดยทั่วไป เป็นจำนวนมากนั้นคนงานไทยเราไม่กระทำแล้ว มีอย่างเดียวก็คือเมื่อเรารับเขาเข้ามาแล้ว เราจะต้องวางระบบ ควบคุม กำหนดมาตรการต่าง ๆ ให้เขาสามาราเสริมประโยชน์ให้กับ ระบบเศรษฐกิจ ระบบทางธุรกิจของประเทศเราได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและมีความปลอดภัย ทางด้านมาตรการทางด้านความมั่นคงให้กับประเทศเราด้วย ในส่วนนี้เราก็จะมา วางมาตรการอยู่ในธนาคารแรงงานนะครับ
สำหรับมาตรการอื่น ๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านตลาดแรงงานเราสามาราใช้ ประโยชน์จากศักยภาพของธนาคารแรงงานให้ได้สูงสุดนะครับ อย่างไรก็ตามข้อเสนอทั้ง ๗ ข้อ ที่คณะกรรมาธิการได้เสนอไปนั้นคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานได้มีความเข้าใจดีว่า ภารกิจของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่อาจจะนำเสนอสรุปได้ทุกประเด็น เพราะว่าคงจะต้องใช้เนื้อหาที่ยาว ฉะนั้นสิ่งที่กระผมเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปของเรา ควรจะบรรจุประเด็นทางด้านแรงงานที่สำคัญ ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วในขั้นต้นนั้น ก็ควรจะต้อง มีหลัก ๆ ดังต่อไปนี้ ก็คือ
การบัญญัติรับรองสิทธิเสรีภาพในการสมาคม ซึ่งสอดคล้องกับสาานการณ์ ของประเทศ
ในข้อต่อไปคือการบัญญัติห้ามการบังคับใช้แรงงานหรือต้องทำงานโดยไม่มี ทางเลือก ซึ่งในส่วนนี้เราก็ต้องวงเล็บไว้นิดหนึ่ง คือต้องไม่กระทบต่อทางด้านความมั่นคง หรือในภาวะวิกฤติต่าง ๆ ของประเทศในสาานการณ์ต่าง ๆ นั้นด้วย
และการส่งเสริมการออม การเข้าาึงสินเชื่อที่สมเหตุสมผล รวมทั้งการมีข้อมูล ด้านแรงงานซึ่งเพียงพอเพื่อการใช้ประโยชน์สูงสุดจากแรงงานภายใต้สาานการณ์ขาดแคลนแรงงาน ที่นับวันจะมีปัญหาเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน
ประการที่ ๔ การเข้าาึงโอกาสการพัฒนาศักยภาพของตนเองและในการ ฝึกทักษะยกระดับของแรงงานของทุกสาขาอาชีพ ซึ่งรวมทั้งแรงงานอิสระและกลุ่มเกษตรกร กลุ่มแรงงานผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้เป็นโรคร้าย รวมทั้งคนพิการ ซึ่งจะต้องได้รับโอกาส ในการฝึกเพิ่มทักษะ ซึ่งเมื่อเพิ่มทักษะมีความรู้เพิ่มเติมแล้วท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็จะต้อง ได้รับค่าแรงที่สูงขึ้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งตัวเองและครอบครัว
และประการต่อไปก็คือการคุ้มครองแรงงานภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งคลุมาึง กลุ่มแรงงานทุกประเภท รวมทั้งด้อยโอกาส รวมาึงการขยายหลักการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งคลุมาึงเป้าหมายขอบเขตการคุ้มครองทางด้านประกันสังคม ซึ่งในส่วนนี้ทางด้าน การประกันสังคมของประเทศ การประกันตนนั้นเรามีสาิติอยู่ว่าเราได้รับการดูแลอยู่ ประมาณ ๑๔ ล้านคน แต่ในภาคแรงงานต่าง ๆ ในภาคแรงงานอื่น ๆ ที่เป็นภาคแรงงานอิสระ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ กลุ่มเกษตรกรยังเหลืออีกประมาณ ๒๕ ล้านคน ซึ่งในข้อเสนอ ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานนั้นเราได้เสนอว่าจะต้องมีมาตรการในการให้ หลักประกันกับคนไทยอีกประมาณ ๒๕ ล้านคนเหล่านี้ด้วย ซึ่งในส่วนนี้ก็จะนำมาอภิปราย ในรายละเอียดและนำเสนอในรายละเอียดต่อไป ซึ่งท่านเหล่านี้ก็เป็นพี่น้องคนไทยร่วมชาติของเรา ซึ่งก็เป็นผู้ที่มีรายได้น้อยและเป็นรากแก้วของประเทศ ซึ่งพวกเรานั้นควรอย่างยิ่งที่จะต้อง หันกลับไปดูแลอย่างจริงจัง เพราะว่าแม้แต่แรงงานข้ามชาติเข้ามา ต่างชาติเรายังต้องดูแล ฉะนั้นเราควรจะดูแลคนไทยของเราเพื่อนร่วมชาติของเราให้ดีที่สุดนะครับ
และในประเด็นสำคัญที่ได้หยิบยกขึ้นมานี้หลายประการได้มีการบัญญัติไว้ ในร่างรัฐธรรมนูญแล้วและมีบางประการที่ยังไม่ได้บรรจุไว้ ซึ่งในส่วนที่ยังไม่ได้บรรจุไว้นั้น ทางเพื่อนคณะกรรมาธิการก็จะได้นำเสนอในโอกาสต่อไป
สำหรับประเด็นที่มีการยกร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๙๐ กระผมมีข้อสังเกต ที่จะขออนุญาตนำเรียนต่อท่านประธานและสมาชิกโดยสังเขปในภาค ๒ ผู้นำการเมืองที่ดี และระบบผู้แทนที่ดี หมวด ๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๙๐ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า รัฐต้องส่งเสริมให้ประชาชนวัยทำงานและแรงงานสูงวัยมีงานทำที่เหมาะสม คุ้มครองแรงงาน เด็ก สตรี ผู้พิการหรือทุพพลภาพ แรงงานซึ่งเป็นผู้ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ และแรงงานที่มีปัญหาอื่น ทำนองเดียวกัน จัดระบบแรงงานสัมพันธ์ การประกันสังคม รวมทั้งต้องให้ผู้ทำงานได้รับ ค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ทางคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการแรงงาน ขออนุญาตนำเสนอเพิ่มเติมข้อความที่สำคัญเพื่อให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการนำแรงงานของประเทศไทยมาใช้ให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในข้อแรกก็คือ ขอให้เพิ่ม ให้ขยายระยะเวลาการเกษียณอายุออกไป ตามความเหมาะสมกับงานนั้น ๆ นี่คือประการแรกนะครับ
และประการที่ ๒ ก็คือ ขอให้เพิ่มตลอดจนจัดให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามประเภทของแรงงาน การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งจะเป็นการเพิ่มพูนกับ ภาคแรงงานไทยและแรงงานผู้ด้อยโอกาส แรงงานผู้พิการ แรงงานที่เป็นโรคสำคัญต่าง ๆ เหล่านี้เราต้องเพิ่มพูนความรู้ในการฝึกฝนให้เขาเพื่อเขาจะได้มีรายได้มากขึ้น มีความชำนาญ ในงานที่ประกอบในแต่ละประเภทนั้น ๆ และต้องเป็นการเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้กับภาคแรงงานของไทย โดยสรุปแล้วมาตรา ๙๐ ที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน ขอสรุปเป็นสาระสำคัญเพิ่มเติมใน ๒ ประเด็นที่ได้กล่าวมาแล้วในมาตรา ๙๐ ที่สมบูรณ์ก็คือ ขึ้นบนจอภาพ ผมขออนุญาตอ่านนะครับ
มาตรา ๙๐ รัฐต้องส่งเสริมให้ประชาชนวัยทำงานและแรงงานผู้สูงวัยมีงานทำ ที่ให้ขยายระยะเวลาการเกษียณอายุออกไปตามความเหมาะสม ตลอดจนจัดให้มีการพัฒนา ฝีมือแรงงานตามประเภทของงาน การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต คุ้มครองแรงงานเยาวชน สตรี ผู้พิการหรือทุพพลภาพ แรงงานซึ่งเป็นผู้ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ และแรงงานที่มีปัญหาอื่น ทำนองเดียวกัน จัดระบบแรงงานสัมพันธ์ การประกันสังคม รวมทั้งต้องให้ผู้ทำงานได้รับ ค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
ขอเวลาอีกนิดหนึ่งก็คือข้อมูลเสริมนะครับ สำหรับแรงงานผู้สูงอายุ ในประเทศเยอรมนีเราได้ข้อมูลไว้ว่าตั้งแต่ในช่วงปี ๒๔๒๐ ก็ได้มีการกำหนดให้เกษียณอายุ ราชการของภาครัฐอยู่ที่ ๖๕ ปี แล้วในปัจจุบันก็ได้เพิ่มเป็นเกษียณเป็น ๖๗ ปี สำหรับ ในประเทศอังกฤษตั้งแต่ปี ๒๔๔๓ ได้กำหนดไว้ก็คือ ๖๐-๖๕ ปี ส่วนในปี ๒๕๕๔ำึงปัจจุบัน ก็คือให้เลิกกำหนด ให้อยู่ที่สภาวะที่เหมาะสมในการประกอบการในงานนั้น ๆ ก็คือ ไม่กำหนดอายุในการเกษียณ สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี ๒๔๖๓ จนาึงปี ๒๕๒๐ ก็ยกเลิกการเกษียณอายุ และโดยกำหนดว่าห้ามเอกชนจัดให้มีการเกษียณอายุก่อนอายุ ๖๙ ปี สำหรับพลเมืองอเมริกัน ส่วนในปีปัจจุบันในหน่วยงานภาครัฐตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นต้นมา ก็ยกเลิก คือไม่มีการกำหนด คือให้ดูที่ความแข็งแรง ความเหมาะสมของผู้ประกอบการ ของแรงงานเหล่านั้น อันนี้ก็เป็นข้อมูลที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานขออนุญาต นำเสนอและขอความกรุณาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปพิจารณาที่จะบรรจุเพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุม เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดให้กับภาคแรงงานที่เป็นคนไทยเพื่อนร่วมชาติของเรา รวมทั้งจะเสริมทางด้านเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้กับประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้นเราทราบกันดีอยู่ว่าแรงงานทางด้านเยาวชน คนหนุ่มสาวของเราเริ่มลดน้อยลงเข้าสู่แรงงานผู้สูงอายุ ฉะนั้นข้อเสนอในสิ่งนี้ในการยกร่าง ในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพื่อนำผู้ที่มีอายุมากแต่มีประสบการณ์ มีความชำนาญ และยังมีความแข็งแรงเข้มแข็งดีนั้นนำมาช่วยเสริมสร้างงานและเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ ผมในฐานะตัวแทนคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน ขออนุญาตนำเสนอและขอขอบคุณ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไว้อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณมากครับ