สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘

ศักรินทร์ ภูมิรัตน เสนอแนะการปรับปรุงรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขปัญหาความอ่อนแอในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มส่วนเกี่ยวกับการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและช่วยให้ประเทศมีความก้าวหน้าและลดความเหลื่อมล้ำ

นายศักรินทร์ ภูมิรัตน

เรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิก สปช. ที่เคารพทุกท่าน ผม ศักรินทร์ ภูมิรัตน ในนามของคณะกรรมาธิการปฏิรูป วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา พวกเราก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ขอแสดงความชื่นชมและขอขอบคุณผลงานของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ร่างรัฐธรรมนูญแม่บทเชื่อว่าจะเป็นที่น่าภาคภูมิใจของเราต่อไปข้างหน้า เราชื่นชม ในเป้าหมายที่สำคัญและมีความหมายอย่างยิ่งทั้ง ๔ เป้า และในขณะเดียวกันก็ขอแสดงความยินดีกับกลไกการเหลียวหลังเพื่อจะแก้ปัญหาในอดีต และการแลหน้าที่จะสร้างอนาคตให้ก้าวหน้าทันสมัย เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ เป็นคำของท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพูดไว้เมื่อวันเปิดนะครับ อย่างไรก็ดี ขอเรียนเสนอความเห็นเพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการปรับปรุงปรับแต่งเพิ่มเติมสาระที่สำคัญ และที่เราเห็นว่าจำเป็นเพื่อปิดช่องโหว่ และเสริมเติมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งได้มาจากมิติ ที่คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาของพวกเรา ได้มีการปรึกษาหารือกันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แล้วก็ได้รับข้อมูลอย่างกว้างขวาง จากภาคชุมชน ภาคเอกชน ภาครัฐ รวมทั้งการหารือร่วมระหว่างคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ซึ่งพวกเราก็ขอขอบพระคุณไว้ในโอกาสนี้ ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสได้ยืนขึ้นพูด ใน สปช. แห่งนี้มา ๒-๓ ครั้ง และได้แสดงให้เห็นอย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่าประเทศไทย มีความล้าหลังและอ่อนแออย่างยิ่งในโครงสร้างพื้นฐาน ๓ ด้าน คือด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทางปัญญา หมายาึงระบบวิจัย ระบบโครงสร้างพื้นฐานทางวิจัย และการสร้างความรู้ ของประเทศ ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และด้านโครงสร้าง พื้นฐานข้อมูลของประเทศ ความอ่อนแอเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยติดกับประเทศรายได้ ปานกลางมายาวนาน และทำให้ประเทศมีความเหลื่อมล้ำสูงอย่างที่เราเห็นกันอยู่ และพยายามจะแก้หาทางออก อุปสรรคที่สำคัญทำให้ประเทศไม่สามาราที่จะมี ความก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศได้ ทั้งนี้เป็นที่สังเกตว่าไม่มีประเทศพัฒนาแล้วในโลก ที่มีโครงสร้างทั้ง ๓ ด้านอ่อนแออย่างที่เป็นอยู่ในประเทศไทย ซึ่งก็คงจะเป็นสาเหตุที่เรา ยังไม่เป็นประเทศที่พัฒนา รัฐธรรมนูญที่เรากำลังร่างอยู่นี้ต้องช่วยให้เราแก้จุดอ่อนเหล่านี้ และสร้างฐานให้เรามุ่งก้าวหน้าไปได้ตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้กล่าวไว้ในวันแรก รวมทั้งเหลียวหลังแก้ปัญหาในอดีตแล้วก็แลหน้าสร้างอนาคต ให้ก้าวหน้าทันสมัย เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ ผมขออภิปรายในแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งพวกเราเห็นว่ามีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการแสดงเจตจำนงให้รัฐ ตรากฎหมายและกำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งสำหรับกรณีที่จะกล่าวาึง ในวันนี้คือโครงสร้างพื้นฐานทั้ง ๓ ด้านให้เกิดการพัฒนาอย่างจริงจัง ซึ่งทั้งนี้เราได้เสนอให้มี การตรามาตราเฉพาะ แต่ว่าคณะกรรมาธิการอาจจะมองว่าไม่สามารากำหนดเป็นมาตราเฉพาะไว้ได้ เพราะว่ายังไม่มีความเหมาะสม อาจจะไม่มีความสำคัญเทียบเท่าสารัตาะในมาตราอื่น ๆ เช่น เรื่องการสิ่งแวดล้อม เรื่องพลังงาน เรื่องการกีฬาเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องอื่น ๆ ทั้งนี้เหตุผลหลัก อาจจะเป็นข้อจำกัดของตัวกระผมเองที่ไม่สามาราจะสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นได้ ต่อท่านทั้งหลาย อย่างไรก็ดีทางคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญาก็ยังพร้อมที่จะขอความพยายามต่อไปที่จะให้คณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญได้เห็นความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานทั้งสามนี้ ซึ่งมองจากมุมพวกเราสำคัญ อย่างยิ่ง ก่อนที่จะไปต่อไปผมต้องขอย้ำสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดขึ้น ในสังคมไทย ได้แก่ การมีองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่เป็นวิทยาศาสตร์อย่างเข้มแข็งเพียงพอ การที่พลเมืองมีกรอบแนวคิดบนทางของเหตุและผล มีความคิดวิเคราะห์บนฐาน วิทยาศาสตร์ มีการตัดสินใจและการบริหารจัดการบนข้อมูลข้อเท็จจริง มีความสามารา และสมรรานะ รวมาึงความสามาราของประชาชน สมรรานะความสามาราของพลเมือง ชุมชน สังคม ภาคเอกชน ภาครัฐ ก็คือความสามาราในการแข่งขันของประเทศ การที่ ผู้บริหารประเทศได้มีข้อมูล มีข้อเท็จจริงที่จะตัดสินใจบนฐานการสร้างความสามารา ของประเทศให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงที่มาอย่างรวดเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ การที่ประเทศไทยทุกภาคส่วนจะต้องยึดหลักการพัฒนาบนฐานความรู้ คำว่า เศรษฐกิจ ฐานความรู้ ฐานนวัตกรรม น่าจะสามาราที่จะรู้สึกได้จากการที่เราอ่านรัฐธรรมนูญเล่มนี้ อันที่จริง ๔-๕ ประโยคที่ผมพูดมาทีหลังนี่จะเป็นการดีมากา้าหลังจากที่เราอ่านรัฐธรรมนูญ แล้วเรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา ท่านประธาน และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และเพื่อน สปช. ครับ ลักษณะการเป็นโครงสร้าง พื้นฐานของระบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบวิจัยมักจะมองเป็นยาดำ อยู่ในภาคส่วนต่าง ๆ และดูเหมือนกับว่าทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้เลือก ที่จะใช้วิธีที่จะให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของส่วนต่าง ๆ ของภาค การทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดนี้ อย่างไรก็ดีการเลือกใช้นี้ทำให้เราเห็นว่าท่านได้ วางไว้ชัดเจนในบางมาตรา เช่น

ในมาตรา ๘๔ ด้านการศึกษา ซึ่งแสดงาึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อม อย่างทั่วไป แต่เมื่อวางไว้ในมาตราการศึกษาย่อมไม่สามาราสะท้อนาึงความจำเป็น ในการเชื่อมโยงกับภาคส่วนที่มีความต้องการ เช่น ภาคชุมชน สังคม ภาคการผลิต และภาคบริการได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นที่สังเกตจากการอ่านรัฐธรรมนูญว่าคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญก็แสดงให้เห็นว่าเข้าใจาึงความจำเป็นในการบริการนี้โดยกำหนดไว้อย่างชัดเจน ในมาตรา ๙๓ เรื่องพลังงาน เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยพัฒนา และการใช้ประโยชน์จากพลังงานทุกประเภทอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ แต่ทั้งนี้อาจจะ เนื่องจากเวลาที่จำกัดและความหลากหลายทางมิติที่จะต้องครอบคลุมคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจึงได้เสนอไว้เพียงด้านพลังงานด้านเดียว ไม่ได้พูดาึงสิ่งเหล่านี้ในด้าน การเกษตร ด้านอุตสาหกรรม ด้านสาธารณสุข ด้านชุมชน ด้านบริหารท้องาิ่นหรือด้านอื่น ๆ ซึ่ง วทน. น่าจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างความก้าวหน้า กระจายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ

ผมจึงขอเสนอให้ปรับมาตราต่าง ๆ เพื่อรัฐธรรมนูญนี้จะได้ช่วยประเทศสร้างฐาน สำหรับให้ประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ คล้าย ๆ กับที่วางไว้ในมาตราที่เกี่ยวข้องกับ พลังงาน เช่น ในมาตรา ๘๖ ซึ่งได้กล่าวาึงการส่งเสริมการนำแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน และด้านอื่น ๆ ไว้เป็นอย่างดี แต่ไม่มีการสร้างสมรรานะและความสามาราซึ่งมีความจำเป็น เป็นอย่างยิ่ง จึงขอเสนอให้เติมการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม ด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อความก้าวหน้า ทันสมัยและต่อยอดภูมิความรู้ร่วมไปกับ การส่งเสริมแพทย์แผนไทยและด้านอื่น ๆ ที่ได้เขียนไว้แล้ว

ในทำนองเดียวกัน ในมาตรา ๙๒ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็มีเพื่อน สปช. ได้พูดาึงไว้ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม และหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี แต่ในขณะเดียวกันก็จะต้องส่งเสริม สนับสนุน การแสวงหาความรู้และข้อเท็จจริงบนฐานวิทยาศาสตร์ เราจำเป็นที่จะต้องเน้น การใช้ความรู้และการบริหารจัดการบนข้อเท็จจริงและความเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งการบริหาร จัดการบนฐานข้อเท็จจริงพึงเป็นมาตรฐานในทุกเกือบ ๆ ทุกกรณีของการทำงาน

ในมาตรา ๘๓ การส่งเสริมการเข้มแข็งชุมชน ซึ่งได้ครอบคลุมไว้เป็นอย่างดี และเกือบครบา้วน แต่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการที่สำคัญยิ่ง คือเติม อาจจะเป็นข้อ ๖ ส่งเสริม และสนับสนุนให้ชุมชนพัฒนา สมรรานะ ความสามารา เข้าาึงความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างทั่วาึง อันนี้ไม่ได้มีอยู่นะครับ ก็เสนอให้เติม

ในระบบเศรษฐกิจมาตรา ๘๘ำ้าเราจะแลไปข้างหน้ากันอย่างจริงจัง เราต้องกำหนดให้รัฐส่งเสริมและสนับสนุนเศรษฐกิจฐานความรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนา ทุกระดับทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและยั่งยืน และต้องเติม รัฐต้องดำเนินนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม โดยยึดหลักให้การวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นเครื่องมือพัฒนาที่แทรกอยู่ในทุกหน่วยงานของภาครัฐ โดยจัดให้มีระบบ วทน. และวิจัย ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม และจัดให้มีการสนับสนุน โดยคำนึงาึงการสร้างสมรรานะความสามาราในระยะยาวและความสมดุลด้านเศรษฐกิจ และสังคมในระยะยาวพึงจะโน้ตว่าโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเสมอแล้วก็เปลี่ยนแปลง รวดเร็วยิ่งขึ้น ๆ ทุกวัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และควรจะเพิ่มด้วยว่า รัฐจะต้องส่งเสริม และสนับสนุนให้องค์กรเอกชนเข้ามามีบทบาทในการวิจัยพัฒนานวัตกรรมและการใช้ ประโยชน์ผลงานจาก วทน. และการวิจัย ทั้งในระดับชาติและระดับท้องาิ่น รวมทั้งรัฐต้อง ส่งเสริมการประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และชุมชนให้เข้าาึงข้อมูลและบริการ ด้าน วทน. ส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าและบริการภูมิปัญญาท้องาิ่น เป็นต้น

ในมาตรา ๘๑ ได้พูดาึงสัมพันธไมตรีและความร่วมมือกับนานาประเทศ ทุกประเทศ เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าเกือบทุกประเทศ อันที่จริงทุกประเทศทั่วโลกต่างมุ่ง สิ่งที่เราเรียกไซเอินซ์ ดิโพลเมซี (Science Diplomacy) หรือ ดิโพลเมซี ฟอร์ ไซเอินซ์ (Science Diplomacy for Science) แต่ในร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้ละคำว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ออกไปจากมาตรการที่เราจะสร้างสัมพันธไมตรีและความร่วมมือ กับการพัฒนาต่างประเทศ ขอความกรุณาพิจารณาแล้วก็ใส่ไว้ด้วย เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง และเป็นสิ่งที่ต้องทำในระดับสากล แล้วก็เลยอยากจะฝากเติมอีกนิดหนึ่งว่าในด้าน งานราชการและงานรัฐในมาตรา ๘๒ รัฐต้องไม่เพียงดำเนินการจัดระบบงานราชการ และงานของรัฐอย่างอื่นให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลเท่านั้นแต่ต้องทำอย่างก้าวหน้า และทันสมัยด้วย

สุดท้ายประเด็นสำคัญมากอีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับระบบข้อมูล ของประเทศ ซึ่งระบบข้อมูลของประเทศไทยเราเป็นที่โด่งดังว่า ขาดความสมบูรณ์ ขาดความาูกต้อง ขาดการบูรณาการ การบริหารจัดการก็สับสน และา้าไม่มีการจัดการที่ดีระบบงานรัฐของเรา จะตกขบวนราอีกครั้งหนึ่งจากที่เราตกรามาเมื่อ ๔๐ กว่าปีก่อน เราตกเมื่อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มาเป็นมาตรฐานปกติในการทำงาน กว่าระบบรัฐจะซื้อคอมพิวเตอร์ก็ใช้เวลาเกือบ ๑๐ ปี หลังจากที่พีซี (PC) ได้เป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และอีกครั้งหนึ่งไม่นานหลังจากนั้นเราก็ตก กลไกอินเทอร์เน็ตไปอีก ในวันนี้า้าไม่ระวังเราก็จะตกกลไกที่จะใช้ข้อมูลมาทำบิก ดาตา (Big data) ให้เกิดการพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๖๑ำ้าจะให้เหมาะสมชัดเจน เราพึง จะเขียนว่าพลเมืองย่อมมีสิทธิที่ได้รับทราบ เข้าาึง และใช้ประโยชน์ เติมคำว่า และใช้ ประโยชน์ข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในความครอบครองของรัฐ พึงจะเติมว่าที่าูกต้อง ทันเวลา และอย่างทันสมัย ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย และจากนั้นก็ต่อไปด้วย ที่เขียนไว้เป็นอย่างดีแล้วว่า เว้นแต่การเปิดเผยข้อมูลและข่าวสารนั้นจะกระทบอะไรก็ว่าไป ก็เป็นเรื่องที่ผมอยากจะขอความกรุณา ทีมของเราอยากจะขอความกรุณาคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเรื่องเหล่านี้เพื่อที่เราอ่านรัฐธรรมนูญแล้วเราจะมีความรู้สึกว่า เราจะนำพาประเทศไทยให้ก้าวหน้า ทันสมัย ทันนานาอารยประเทศอย่างที่เรามี ความคาดหวังกัน ในขณะที่เราเหลียวหลังกลับไปอุดช่องโหว่เหล่านี้ให้ครบา้วนสมบูรณ์ ขอบพระคุณมากครับ