วิวัฒน์ ศัลยกำธร หารือเรื่องรัฐธรรมนูญที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย โดยเน้นการพัฒนาคนให้เป็นคนดี โดยเฉพาะผู้สูงวัย และระบบการศึกษา เพื่อให้คนไทยมีความสามาราในการดูแลบ้านเมือง นอกจากนี้ยังพูดถึงการปฏิรูปการบริหารประเทศ โดยการกระจายอำนาจและเปลี่ยนแปลงระบบการเงิน เพื่อให้การบริหารงานที่โปร่งใสและให้อำนาจลงสู่หน่วยงานที่เหมาะสม และขอให้คณะกรรมาธิการนำข้อเสนอของเขามาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อนสมาชิก ที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้าือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่สำคัญที่สุดฉบับหนึ่งของสังคมไทย เป็นรัฐธรรมนูญที่กล้าระบุชัดเจนว่าพลเมืองเป็นใหญ่ หลายคนวิตกกังวลว่าเมื่อพลเมืองเป็นใหญ่ แล้วจะนำพาบ้านเมืองนี้รอดพ้นจากภาวะวิกฤติทุกวิกฤติ จะปฏิรูปบ้านเมืองได้จริงหรือ ผมเองก็วิตกกังวล คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกท่าน ก็วิตกกังวลเช่นกัน ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วันนี้หมอไม่อนุญาตให้ทำงาน ก็ได้มอบหมายให้กระผม วิวัฒน์ ศัลยกำธร ทำหน้าที่แทน ที่จะเล่าเรื่องราวการทำงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ผมเคยได้กราบเรียนที่ประชุมนี้ไปครั้งหนึ่งแล้วว่าระบบกับคนนั้น เป็นเรื่องคู่กัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยเฉพาะหมวดนี้พูดาึงผู้นำการเมืองที่ดีและระบบ การเลือกตั้งที่ดี ผมขออนุญาตใช้สไลด์ (Slide) เลยครับ ผมเคยยกบทกลอนของคนรุ่นเก่าเปรียบเทียบให้ฟัง ไปครั้งหนึ่งแล้วตอนที่นำเสนอข้อเสนอในการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าระบบดีคนดี ต้องดีแน่ ระบบดีคนแย่ ต้องแก้ไข ระบบแย่คนดี ดีเรื่อยไป ระบบเลวคนจัญไร บรรลัยเอย อันนี้ เป็นครั้งที่ ๒ ครับขอเรียนย้ำ การที่เราจะสร้างผู้นำการเมืองที่ดีให้อยู่ภายใต้ระบบซึ่งเรา กำลังเพียรร่างกันให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ บทบาทสำคัญตกอยู่ที่กรรมาธิการชุดเรา ซึ่งาูกคาดหวังจากทุกชุด เราเองทั้ง ๒๗ ท่านซึ่งลาออกไปแล้วท่านหนึ่งเหลือ ๒๖ ท่าน ก็มุ่งหวังที่จะต้องทำงานร่วมกับทุกคณะ ทุกชุด รวมทั้งทุกกลุ่มคนของประเทศ เราจะพัฒนา พลเมืองของเราให้เป็นคนดีได้อย่างไร
ขอสไลด์ต่อไปครับ รัฐธรรมนูญฉบับพลเมืองเป็นใหญ่พลเมืองต้องดี พลเมือง จะดีได้การศึกษาต้องดี สมัชชาคุณธรรมซึ่งเขียนไว้แล้วในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และอีกหลาย ๆส่วน ในประเทศนี้ต้องระดมสรรพกำลังกันมาช่วยกระทรวงศึกษาธิการ ลำพังกระทรวงศึกษาธิการ ที่ทำงานอยู่ขณะนี้เราใช้เงินมาก เราใช้คนมากาึง ๖๐๐,๐๐๐ คน ใช้เงินาึงเศษ ๑ ส่วน ๔ ของรายได้ของรัฐบาล แต่ผลอย่างที่เห็นครับ ผมขออนุญาตไม่วิจารณ์ ผมเชื่อมั่นว่าเท่าที่เรา ไปรับฟังความเห็นมาหลายพื้นที่ สังคมไทยอยากเห็นคนเป็นคนดีมีวินัยพึ่งตนเองได้ และเชี่ยวชาญจนเป็นที่พึ่งคนอื่น รวมทั้งเป็นที่พึ่งของทั้งโลกได้ และที่สำคัญที่สุดคนของเรา ต้องกตัญญูกตเวทีต่อโลกใบนี้ที่เราอาศัยอยู่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านพารณ ย้ำนักหนาว่าขอให้ใช้คำนี้ลงในรัฐธรรมนูญ แต่ว่าท่านกรรมาธิการท่านกรุณาตัดออกก็จะ ขอเรียนเชิญให้ท่านได้พิจารณาใหม่ว่า คำว่า มนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความพอเพียงตามปรัชญา ของพระองค์ท่านน่าจะไปปรากฏอยู่ในนี้ไหม ในหมวดไหน ในมาตราไหนก็ฝากเรียนไป ๑ ประเด็นครับ
ขอสไลด์ต่อไปครับ ในรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ หมวดมีทั้งหมด ๕ มาตรานะครับ ตั้งแต่หมวดสิทธิมนุษยชน หมวดสิทธิพลเมืองตอนที่ ๓ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รวมทั้งเรื่องการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ทั้ง ๕ มาตรานั้นเขียนไว้ ๕๐ กว่าบรรทัด เนื้อหาครอบคลุมดีมาก หลายท่านไม่อยากให้ชมแต่ผมขออนุญาต ไม่ชมก็ได้ครับ แต่ว่าตรงกับใจพวกเราประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ครับ มีอีกประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นซึ่งท่านกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อีกหลายท่านจะได้กรุณาลงในรายละเอียดแจ้ง แล้วเราก็จะประมวลทั้งหมดทำเป็นเอกสารแจ้งท่าน เพื่อพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสมอีกครั้งหนึ่งครับ เนื้อหาสาระโดยหลักครับ ผมอยากจะให้ท่านดู โครงสร้างของประชากรของไทย ซึ่งเราจะต้องพัฒนาคนเหล่านี้ให้เป็นพลเมืองดี มีวินัย พึ่งตนเองให้ได้ ไม่เป็นภาระแก่รัฐ และเก่งเชี่ยวชาญจนให้คนอื่นพึ่งได้ด้วย ที่สำคัญพลเมืองไทย ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบต่อแผ่นดิน ต่อโลกใบนี้ที่เราอาศัยอยู่ ท่านดูโครงสร้างประชากรตั้งแต่ สมัยปี ๒๕๐๓ เป็นต้นมาจนาึงปัจจุบัน และภาพที่เห็น ๖ ภาพนั้นเลยไปาึงปี ๒๕๗๓ ประชากรวัยเด็กเราเคยมีมาก วัยทำงานมีมาก แต่สาานการณ์วันนี้เห็นครับ ป่องกลาง แปลว่าอะไรครับ แปลว่าเด็กกำลังน้อยลงเรื่อย ๆ วัยทำงานก็กำลังจะน้อยลงเรื่อย ๆ และที่สำคัญที่สุดคนอายุมากขึ้น คนแก่จะมากขึ้นเรื่อย ๆำามว่าระบบการศึกษาที่ตอบสนอง ให้กับคนประมาณ ๑๐ ล้านคน ซึ่งดูแลโดยคน ๖๐๐,๐๐๐ คน โดยกระทรวงเดียวที่จริงมีอีก ๑๑ กระทรวงร่วมรับผิดชอบด้วยแต่ไม่มากนัก ตัวเลขคร่าว ๆ อย่างที่เห็นอีกประมาณ ๑๐ ปี เราจะมีผู้สูงวัยประมาณ ๒๐ ล้านคน การจัดการการพัฒนาคนสูงวัยให้ไม่เป็นภาระ อย่างหลาย ๆ ท่านในห้องนี้สูงวัยแต่ยังมีความสามาราในการที่จะดูแลบ้านเมือง บุคคลเหล่านี้ต้องการ การพัฒนาไหมครับ จำเป็น เด็กเช่นกันครับ มีหนังสือฉบับหนึ่งบอกว่ากว่าจะาึงอนุบาลก็สายแล้ว ในคณะกรรมาธิการเราบอกว่าขณะนี้มีแม่วัยใสเต็มไปหมดตั้งท้องโดยไม่พร้อมเลย เราอาจจะต้อง เขียนหนังสืออีกสักเล่มหนึ่งครับว่า กว่าจะคลอดก็สายแล้ว ท่านใดสนใจจะเขียนผมมีข้อมูลนะครับ แปลว่าอะไรครับ แปลว่าการจัดการศึกษาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในระยะ ๑๐ ปีโดยประมาณ เราจะต้องเอาจริงกับการให้การศึกษาตั้งแต่แม่ตั้งแต่เด็กอยู่ในท้องคลอดออกมาก่อนวัยเรียน ขณะเรียนอยู่ หลังเรียนแล้วจะไปทำงานไปทำที่ไหน อย่างไร ต้องดูแลกัน จนเกษียณแล้ว ก็ต้องมีการดูแลครับ ระบบใหม่จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนแปลงอะไรบ้างครับ ๓ ประการหลัก ๆ ใน ๓ มิติ ๓ ประการ
๑.ระบบบริหารแบบเดิม เป็นบูโรแครท (Bureaucrat) ผมไม่ต้องพูดมากครับว่า มันไร้ประสิทธิภาพและสิ้นเปลืองขนาดไหน ไม่กล้าใช้คำว่า ฉ้อฉล แต่ว่าก็พูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นระบบที่โปร่งใสต้องกระจายอำนาจลงาึงโรงเรียน ลงาึงสาาบันการศึกษา หน่วยที่จัดการศึกษาทุกระดับต้องมีอิสระ แต่ต้องอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบไม่ใช่ให้อิสระกัน จนเกินเลย ต้องมีความรับผิดชอบอยู่ในระบบนี้ เรื่องนี้อยู่ในระหว่างการยกร่างพระราชบัญญัติที่จะ ประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วเราจะออกไปฟังความคิดเห็นคนให้รอบด้าน กรรมาธิการเรา ที่เหลืออยู่ ๒๖ ท่าน จะไม่ดื้อ ดึงดัน เขียนและทำกันออกไปโดยไม่ฟังใคร เพราะเรื่องนี้ จะกระทบต่อโครงสร้าง ท่านนายกฯ บอกว่าไม่ให้รื้อ ไม่ให้ปรับ ไม่ให้เปลี่ยนโครงสร้าง แต่เราจำนนครับ ต้องทำำ้าจะเปลี่ยนแปลงำ้าจะปฏิรูป ไม่ทำไม่ได้ ยืนยัน นี่คือเรื่องที่ ๑ เราต้องกระจายอำนาจครับ
เรื่องที่ ๒ ที่จริงเรื่องนี้มีเขียนไว้ในรายละเอียดในแต่ละมาตรา ผมไม่มีเวลาลงลึก เหลืออีกแค่ ๕ นาที
ไปอันที่ ๒ ระบบการเงิน เดิมโรงเรียนไหนมีเส้น มหาวิทยาลัยไหนมีเส้น ก็วิ่งเต้นเอา ก็กระจายลงไปสู่โรงเรียนนั้น มหาวิทยาลัยนั้นมากกว่าคนอื่น แต่ต่อไปนี้จะต้อง เพิ่มน้ำหนักการกระจายระบบการเงินลงสู่ผู้เรียนโดยตรงให้มากขึ้น อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด หลายท่านกำลังกังวล บอกว่าไม่ต้องกังวลครับเรามาช่วยกันคิดครับ นี่คือระบบใหม่ ผมคิดไปาึงให้ทำเหมือนการ์ด (Card) เลยครับ อยากเรียนที่ไหนก็ไปจิ้มรูดเอาเลย อันนั้น ก็ต้องช่วยกันคิดครับเรายังไม่จบภารกิจ
ระบบที่ ๓ ระบบนี้พูดมาก ได้รับคำแนะนำมาก เราไปฟังความเห็นมา มีข้อเสนอแนะที่หลากหลายมากที่สุดครับระบบนี้ คือระบบการเรียนรู้ซึ่งแจกแจงไป ที่สำคัญที่สุดระบบการเรียนรู้ที่มีอยู่ทุกวันนี้ค่อนข้างจำกัด คับแคบ และผูกขาดอยู่ที่ กระทรวงเป็นหลัก ต่อไปนี้จะต้องกระจายความหลากหลายของการจัดการศึกษา ทั้งผู้จัดการศึกษาก็ต้องมีมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการอีกแล้ว จะต้องระดม ทุกสรรพกำลังเข้ามาช่วยจัดการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ภาคชุมชน ภาควิชาการอื่น ๆ ทุกภาคส่วนจะต้องเข้ามาช่วยกันจัดการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมที่หลากหลายมาก ในสังคมไทย เราใช้คำว่า พหุวัฒนธรรม แต่ที่สำคัญที่สุดในหลายพื้นที่ มีหลายท่านกังวลว่าา้าเราเปิดเสรีทางการศึกษา กระจายอำนาจมากไป จะทำให้เขาแยกประเทศไหม มีหลายทฤษฎีครับ เราจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยไม่ต้องบังคับกันนะครับ ทีนี้มีวิธีการ มีตัวอย่าง เราก็จะเรียนรู้และพัฒนาเรื่องนี้ โดยให้ ความสำคัญกับความหลากหลายของพหุวัฒนธรรม ความหลากหลายของภูมิประเทศ ความหลากหลายของทุกภาคส่วน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ
คณะกรรมาธิการเราได้ตั้งทีมงานขึ้นใหม่อีก ๔ ชุด จะลงลึกดูแลในเรื่องของ ขั้นพื้นฐานำัดไปครับ ขั้นพื้นฐานมีอะไรบ้างจะต้องกระจายระดมทุกภาคส่วน บางท่านคิดกันแล้ว ได้รับคำแนะนำว่าโรงเรียนขนาดเล็กเราไปรับฟังความคิดเห็นมา มี ๑ ตำบลนะครับ มีโรงเรียนขนาดเล็กไม่าึง ๑๐๐ คน ๕ โรงเรียน อยู่รัศมีที่ห่างกันไม่เกิน ๓ กิโลเมตร มีเด็กอยู่ ทั้ง ๕ โรงเรียน รวมกัน ๓๑๖ คน มีครูอยู่ ๔๔ คน ค่าใช้จ่ายแต่ละโรงเรียนก็ไม่ได้ต่างกันกับ โรงเรียนใหญ่มากนัก เป็นไปได้ไหมมาตกลงกันแล้วควบกิจกรรมร่วมกันแล้วแบ่งหน้าที่กันทำงาน ปรับเปลี่ยนบทบาททั้ง ๕ โรงเรียนนี้ไปทำงานตั้งแต่แม่ ตั้งแต่ให้การศึกษาเด็กในท้องไปจนาึงตาย ก่อนตายเลยก็ว่าอย่างนั้นเาอะนะครับ ที่จริงในหลายประเทศมีระบบการศึกษาที่เรียกว่า เดด สตัดดี (Dead study) ก่อนตายเราต้องเตรียมอะไรบ้าง หลังเกษียณแล้วต้องเตรียม อะไรบ้างนั่นเอง ตัวผมเองก็เคยาูกเชิญไปพูดให้หลายหน่วยงานที่เขาจัดให้กับผู้ที่กำลัง จะเกษียณอายุว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไรให้มีความสุขอย่างผม เขาว่าอย่างนั้นนะครับ เขาเชิญไปพูด อาชีวศึกษา เรื่องนี้หลายท่านย้ำเหลือเกินท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ก็ย้ำนะครับว่า เด็กแม้เรียนจบระดับมัธยมศึกษาำ้าไม่ไปเรียนต่อควรจะมีอาชีพ ทำอาชีพได้ เราจะประยุกต์ อาชีวศึกษาเข้าไปในระบบและนอกระบบตั้งแต่ยังไม่จบระดับมัธยมศึกษาได้ไหม อันนี้ก็เป็น รายละเอียดที่กำลังศึกษาจะลงลึกต่อไปครับ และระดับอุดมศึกษา แต่ที่สำคัญที่สุดครับ ท่านประธานเราย้ำแล้วย้ำอีก เตือนเสมอว่าระบบใหม่จะต้องดูแลคนทั้ง ๗๐ ล้านคน ให้เรียนรู้อยู่ร่วมกันของพหุวัฒนธรรมให้ทั่วาึงให้ได้ครับ และทำอย่างไร พระราชดำรัสหนึ่ง ที่พระองค์ท่านพระราชทานเป็น ส.ค.ส. มาให้ว่า สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย จะเกิดได้จริง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นภารกิจที่ต้องร่วมมือกับทุกภาคส่วนครับ
ขอดูภาพ เหลือเวลาอีกนิดหนึ่งครับ ขอให้ดูภาพคร่าว ๆ ระบบโครงสร้างใหม่ เราต้องดูแลคนบนดอยจนาึงทะเล แล้วก็มีวิธีการต่าง ๆ ที่มากมาย ไม่มีเวลาแล้วนะครับ และหน้าสุดท้ายครับ ไล่ไปดูคร่าว ๆ เราจะต้องดูแลคนตั้งแต่คนที่อยู่กับดิน หาอาหารให้เรากิน ไปจนาึงพัฒนาองค์ความรู้ ให้บินาึงฟ้าให้ได้ครับ แต่ทั้งหมดนี้ต้องพอเหมาะพอดีกับฐานะ และกำลังของเราครับ หมดเวลาพอดีครับ ขอบพระคุณมากครับ ผมยังมีอีก ๑๕ นาทีครับ เราจะไปหารือในคณะกรรมาธิการทั้ง ๒๖ ท่าน แล้วจะมานำเสนออีกครั้งหนึ่ง โดยรวมแล้ว ให้คะแนนท่านคณะกรรมาธิการที่กรุณานำข้อเสนอของเราไปไว้ในร่างรัฐธรรมนูญได้ ประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ