ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เสนอแนะให้บัญญัติเรื่องการกีฬาไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อพัฒนา คุณภาพประชาชนและแก้ปัญหาสังคม โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการกีฬาที่มีประโยชน์หลายด้าน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาในประเทศ เพื่อสร้างสุขภาวะและความมั่นคงทางสุขภาวะของประชาชน สร้างความมั่งคั่งของชาติ และมุ่งไปสู่ความสัมฤทธิผลอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาใคร่ขอนำเสนอข้อพิจารณาและเสนอแนะและให้ความคิดเห็น กับข้อความในร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาเท่านั้นตามบทบัญญัติ มาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านที่มีหัวใจเป็นนักกีฬา และได้เห็นความสำคัญของการกีฬา โดยกรุณาพิจารณาบรรจุให้การกีฬาเป็นหนึ่งในกรอบ การปฏิรูปประเทศในข้อ ๑๑ ด้านอื่น ๆ จนนำมาสู่การขอบรรจุา้อยคำในร่างรัฐธรรมนูญ อันปรากฏในมาตรา ๙๕ และบรรจุเพิ่มเติมในมาตรา ๒๙๕ (๓) นับว่าเป็นสิ่งที่าูกต้อง และมีคุณค่า มีคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างยิ่ง กระผมใคร่ขอกราบเรียน ต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและต่อสมาชิกสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า การกีฬาคือหนทาง สร้างคุณภาพคนและสร้างอนาคตชาติดังพระราชดำรัสที่พระราชทานไว้ว่า กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าการกีฬาคือรากฐานของการพัฒนาสุขภาพของประชาชน ในประเทศให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงทั้งทางด้านร่างกายแล้วก็จิตใจ เป็นรากฐานของการพัฒนา คุณภาพชีวิตและการดำเนินชีวิตของแต่ละคนให้รู้จักคำว่า รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย ซึ่งจะทำให้ ประชาชนเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตที่ดี มีทัศนคติที่ดีต่อการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ก่อให้เกิดความรัก และความสามัคคีของคนในชาติ นอกจากนี้กีฬายังเป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกาึงการดำรงเกียรติศักดิ์ ของประเทศ โดยการดำรงความเป็นเลิศในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ อันนำมาสู่ชื่อเสียง และเกียรติภูมิของประเทศ กระผมขอเรียนว่าตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ เป็นต้นมา เมื่อโลก ปราศจากภัยสงครามกิจกรรมที่มนุษยชาติต่างแข่งขันกันเพื่อแสดงศักยภาพของชาติ ก็คือ การร่วมชิงชัยหรือแข่งขันกันในทางกีฬา ซึ่งเปลี่ยนทัศนคติจากการสะสมอาวุธให้กลายเป็น การเสริมสร้างสุขภาพและสมรราภาพทางร่างกายและทักษะทางการกีฬาดังจะเห็นได้จาก การขับเคี่ยวกันในเชิงการกีฬาของประเทศมหาอำนาจเพื่อจะครองความเป็นเจ้าเหรียญทอง ในส่วนการกีฬาของทวีปเอเชียนั้น ประเทศที่พัฒนาแล้วได้มีการวางโครงการการพัฒนากีฬา ควบคู่กันไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนนั้น ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในผู้นำทางการกีฬาอยู่หากแต่มีผลงานไม่สม่ำเสมอ เท่าใดนัก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าประเทศของเรายังขาดความชัดเจนและความต่อเนื่อง ของนโยบายภาครัฐที่มีต่อการกีฬา กล่าวคือตลอดระยะเวลา ๘๒ ปี ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๙ ฉบับ แต่ไม่เคยมีการบรรจุเรื่องการกีฬาไว้ในรัฐธรรมนูญเลยแม้แต่ฉบับเดียว จึงทำให้บางรัฐบาล ที่ไม่เห็นความสำคัญของการกีฬาเพิกเฉยต่อการพัฒนาและการส่งเสริม ส่งผลให้การกีฬาของไทย ขาดทิศทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากมีการบรรจุา้อยคำว่า กีฬา ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ก็จะมีสภาพบังคับให้รัฐบาลทุกคณะจะต้องาือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาคำนึงาึงความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการปฏิรูปด้านการกีฬา จึงได้รวบรวมข้อมูลทั้งปัญหา อุปสรรค และความต้องการข้อเสนอแนะจากประชาชนทั่วประเทศ ผลปรากฏว่าควรมีการบัญญัติเรื่องการกีฬาไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ในการพัฒนา คุณภาพประชาชนและสามาราที่จะแก้ปัญหาสังคม ได้แก่ปัญหายาเสพติด และปัญหาความ ขัดแย้งทางความคิดของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมแต่เหตุที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการ ใช้การกีฬาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวนั้น ก็เนื่องจากกลไกของรัฐที่มีอยู่ไม่สามาราจะดำเนินการ ให้การบริการด้านการกีฬาแก่ประชาชนได้อย่างทั่วาึง และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังขาดกลไก ความเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่จะแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติในท้องาิ่นได้อย่างทั่วาึง กระผม ขอเรียนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเจตนารมณ์หลักที่จะมุ่งแก้ไขปัญหาในอดีตและสร้างหนทาง เดินไปสู่อนาคตบน ๔ หลักการสำคัญ กล่าวคือ สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาด และสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรม และนำชาติสู่สันติสุข จึงกล่าวได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ เล็งเห็นาึงความสำคัญของประชาชนและพร้อมที่จะทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่เพื่อพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของประชาชนด้วยความเป็นธรรม ปราศจากการเลือกปฏิบัติและมุ่งปฏิบัติสู่การปฏิรูปสังคม ด้วยการบริการสาธารณะและเสริมสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็งำือได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือความหวังของพี่น้องประชาชนชาวไทยและได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เป็นระบบอย่างแท้จริง ในส่วนของา้อยคำที่เกี่ยวกับการกีฬาที่บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญนั้น มีการบรรจุในภาค ๒ ผู้นำการเมืองที่ดีและสาาบันการเมือง หมวด ๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในมาตรา ๙๕ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ รัฐต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาการกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพและคุณภาพ ชีวิตของประชาชน แล้วต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกระดับ รวมทั้งจัดให้มีการบริหารจัดการด้านการกีฬาที่เป็นระบบ ทันสมัย และมีมาตรฐานอย่างทั่วาึง และเป็นธรรม และยังได้บรรจุเพิ่มเติมไว้ในภาค ๔ การปฏิรูปการสร้างความปรองดอง หมวด ๒ การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในมาตรา ๒๙๕ โดยมีสาระสำคัญ คือ มาตรา ๒๙๕ ให้มีการปฏิรูปทางด้านสังคมตามแนวทางดังต่อไปนี้ (๓) รัฐ หน่วยงานของรัฐ องค์การบริหารท้องาิ่นและศาสนสาานต้องจัดให้มีพื้นที่สาธารณะเพื่อให้คนในชุมชน ใช้ประโยชน์ร่วมกันในการทำกิจกรรมเพื่อสร้างสัมพันธ์ทางสังคม กิจกรรมนันทนาการ และกีฬา ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากสาระสำคัญตามบทบัญญัติมาตรา ๙๕ ก็จะเห็นว่าา้อยคำร่าง รัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการกีฬามีองค์ประกอบสำคัญรวม ๕ ประการดังนี้
ประการแรก คำว่า การกีฬา หมายาึงการกระทำหรือการดำเนินการ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างความมีวินัย จิตสำนึก ค่านิยมและความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติของประชาชน ทุกระดับทั่วประเทศ รวมาึงการดำเนินการทางอุตสาหกรรมกีฬา การประกอบการ การสนับสนุนทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับกีฬา
ประการที่ ๒ เป็นหน้าที่ของทุกรัฐบาลที่จะต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาการกีฬา เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการสนับสนุนให้ประชาชนมีโอกาสที่จะ เข้าาึงกิจกรรมการกีฬาที่มีประโยชน์ในการพัฒนาร่างกาย อารมณ์ สติปัญญาและนำไปสู่ การสร้างคุณธรรม ระเบียบวินัยและน้ำใจนักกีฬา ซึ่งกระผมใคร่ขออันเชิญพระราชดำรัส ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานต่อประชาชนว่า การกีฬานี้มีประโยชน์ หลายด้าน และสมควรที่จะส่งเสริมในทางที่าูกต้องในหลักการการกีฬาเพื่อความสามัคคี และเพื่อคุณภาพของมนุษย์ดีขึ้นมา เวลานี้การกีฬาก็นับว่ามีความสำคัญในทางอื่นด้วย คือในทางสังคม ทำให้คนในประเทศชาติได้หันมาปฏิบัติสิ่งที่เป็นประโยชน์ในทางสุขภาพ ของร่างกายและจิตใจ ทำให้สามาราที่จะอยู่ในสังคมอย่างอยู่เย็นเป็นสุข ทั้งเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิด ความเจริญต่อบ้านเมืองจะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธาน ที่จะใช้ประโยชน์จากการกีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพของประชาชนให้มีความแข็งแรงทั้งทางด้าน ร่างกายและจิตใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดี นำไปสู่การเสริมสร้างความรักสามัคคีของคนในชาติ สร้างสังคมที่ดี ประชาชนอยู่ในสภาวะอยู่เย็นเป็นสุข นำมาสู่ความเจริญรุ่งเรือง ของประเทศชาติบ้านเมือง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไป ตามบทบัญญัติในประโยคแรกของมาตรา ๙๕ แห่งรัฐธรรมนูญ
ประการที่ ๓ เป็นหน้าที่ของทุกรัฐบาลที่จะต้องทำหน้าที่ส่งเสริมให้มีการพัฒนา การกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกระดับ ท่านประธานที่เคารพคงเคยเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เสด็จทรงร่วมการแข่งขันกีฬาในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๔ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๐ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยมหกรรมกีฬาในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงร่วมการแข่งขันและทรงชนะเลิศการแข่งขันเรือใบประเภท โอเคำือเป็นเกียรติภูมิของประเทศ ซึ่งทั่วโลกต่างยอมรับ ยกย่อง และให้ความสนใจ ว่าแม้แต่พระมหากษัตริย์ไทยก็ยังทรงตระหนักในการรักษาพลานามัยให้แข็งแรง และทรงพระปรีชา สามาราในการแข่งขันกีฬาระดับสากลด้วยำือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ให้แก่พสกนิกร
สิ่งสำคัญที่ได้จากการกีฬาอีกประการหนึ่งก็คือ การกีฬายังสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจของชาติ ผมขอยกตัวอย่างลอนดอนเกมส์ ๒๐๑๒ โดยฝ่ายจัดการแข่งขันระบุว่า รายได้รวมมีมูลค่าประมาณ ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และปักกิ่งเกมส์ ๒๐๐๘ นอกจากกำไรสุทธิ ประมาณ ๑๖๑,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว สิ่งที่จีนได้รับจากมหกรรมกีฬาโอลิมปิกก็คือ การสร้างจิตสำนึกในเรื่องของระเบียบวินัยของคนในชาติ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่เป็นนามธรรม ที่ไม่สามาราวัดค่าได้อีกด้วย นอกจากนี้อุตสาหกรรมทางการกีฬายังสร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมการกีฬาของสหรัฐอเมริกาในปีคริสต์ศักราช ๒๐๑๓ มีมูลค่ารวม ประมาณ ๑๓.๕ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น ๕ เท่าของงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช ๒๕๕๘ ของประเทศไทย ดังนั้นการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศจึงมุ่งเน้นที่จะแข่งขัน การประกอบอาชีพ การประกอบธุรกิจ และการใช้บริการทางการกีฬา ซึ่งจะเป็น การยกระดับเกียรติภูมิของประเทศเพื่อสร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในชาติ อันเป็น ผลดีต่อการพัฒนาความมั่นคงด้านทรัพยากรมนุษย์ของชาติและเป็นพื้นฐานสำคัญต่อ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องส่งเสริมให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติของมาตรา ๙๕ แห่งร่างรัฐธรรมนูญ
ประการที่ ๔ เป็นหน้าที่ของรัฐ โดยรัฐบาลทุกคณะจะต้องมีหน้าที่จัดให้มี การบริหารจัดการด้านการกีฬาที่เป็นระบบ โดยบูรณาการการดำเนินงานขององค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาอย่างมีหลักการ มีเอกภาพ มีประสิทธิภาพ ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในระดับท้องาิ่นประกอบด้วยการวางแผนและยุทธศาสตร์ การจัดโครงสร้าง หน่วยงานทางการกีฬา การจัดกิจกรรมกีฬาและการแข่งขัน การจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐาน ทางการกีฬา การส่งเสริมธุรกิจและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา และการส่งเสริม การกีฬาเพื่อพัฒนาสัมพันธภาพและมิตรภาพทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ ของรัฐที่จะต้องจัดให้มีการบริหารจัดการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติของมาตรา ๙๕ แห่งรัฐธรรมนูญ
ประการสุดท้าย การดำเนินการด้านการกีฬาของประเทศจะต้องอยู่บนพื้นฐาน ของหลักคิด ๔ ประการ กล่าวคือ
๑. มีความทันสมัย
๒. มีมาตรฐาน
๓. อย่างทั่วาึง และ
๔. อย่างมีความเป็นธรรม อย่างมีความเป็นธรรมก็คือประชาชนทุกระดับ และทุกประเภท อาทิ เด็ก เยาวชน คนวัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้บกพร่อง ทางร่างกายสามาราที่จะได้รับโอกาสร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย กิจกรรมกีฬา ทุกประเภทอย่างเสมอภาค เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และลดความเหลื่อมล้ำให้หมดสิ้นไป สำหรับสาระสำคัญตามบทบัญญัติ มาตรา ๒๕๙ (๓) นั้น มุ่งเน้นให้ภาครัฐ หน่วยงานที่กำกับ ดูแลและให้บริการในท้องาิ่น ศาสนสาาน พิจารณาจัดสรรพื้นที่สาธารณะในชุมชน หรือท้องาิ่นเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งกิจกรรมหนึ่งที่ใช้พื้นที่สาธารณะ เพื่อการกีฬานั้นท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและพี่น้องประชาชนคงจะรู้จักกันดีก็คือ ลานกีฬาของชุมชนนั่นเองครับ ทั้งนี้ลานกีฬาดังกล่าวก็าือว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง พื้นฐานทางการกีฬา กระผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ตระหนักว่า การกีฬามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาของสังคม โดยเฉพาะการใช้การกีฬาเป็นกิจกรรม เพื่อสร้างสัมพันธ์ทางสังคมและเป็นกลไกเสริมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชนและของสังคมในชุมชนอีกด้วย สำหรับแนวทางการให้บริการทางด้านการกีฬาบนพื้นที่ ๕๑๓,๑๑๕ ตารางกิโลเมตร แก่ประชาชน ๖๕.๑๒ ล้านคน และในหมู่บ้านทั่วประเทศ ๗๖ จังหวัด จำนวน ๗๔,๙๖๕ หมู่บ้าน โดยให้หน่วยงานรัฐในพื้นที่บูรณาการพร้อมกับองค์กรบริหารส่วนท้องาิ่นที่มีจำนวน รวมาึง ๗,๘๕๓ แห่ง และศาสนสาานของทุกศาสนาที่มีจำนวนรวมาึง ๔๐,๒๒๔ แห่ง ทั่วประเทศ เป็นผู้ขับเคลื่อนโดยการจัดสรรพื้นที่สาธารณประโยชน์เพื่อแก้ปัญหาสังคมนั้น าือว่าเป็นกุศโลบาย และการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างชาญฉลาด กระผมจึงขอแสดงความชื่นชม ต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ณ โอกาสนี้ด้วย นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งการกีฬาเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและลดภาระ ของสังคม จึงควรมีการบรรจุไว้ในเรื่องของการนำกีฬาเพื่อการเสริมสร้างสุขภาพและสร้างสุขภาวะ ของประชาชนด้วย ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ รัฐบาลไทยได้ลงนามในปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วย การกีฬาและการพลศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นการกำหนดวิชาพลศึกษาในหลักสูตรการเรียนการสอน ของโรงเรียนทั้งในระบบการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน และระบบการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพ โดยกำหนดให้ทุกโรงเรียนจัดหลักสูตรการกีฬาและพลศึกษา ให้แก่นักเรียน อย่างน้อย ๒ คาบต่อ ๑ สัปดาห์ แต่ในปัจจุบันยังมิได้มีการดำเนินการ อย่างเป็นรูปธรรม เพียงแต่เป็นการแทรกเวลาของการออกกำลังกายของนักเรียนในช่วงเวลาอื่น อาทิเช่น หลังเวลาเคารพธงชาติเป็นต้น ดังนั้นเมื่อเด็กขาดโอกาสในการออกกำลังกาย จึงทำให้หันไปสนใจหรือหมกมุ่นกับกิจกรรมที่ไม่สร้างสรรค์ จึงทำให้ไม่สามาราพัฒนาคนได้ อย่างครบา้วนจากระบบการศึกษาตามเจตนารมณ์ในบทบัญญัติมาตรา ๒๘๖ ของร่างรัฐธรรมนูญนี้ จึงควรระบุไว้ในเรื่องการนำการกีฬาร่วมในการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนด้วยครับ นอกจากนี้การกีฬายังมีบทบาทในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ขจัดความรู้สึกเหลื่อมล้ำของพี่น้องประชาชน จนเกิดโครงการการใช้การกีฬา เพื่อสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ อัตลักษณ์ ทัศนคติ ความเชื่อและพฤติกรรมของท้องาิ่น อันจะนำมาสู่การสร้างความรัก ความสามัคคีและความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ซึ่งจากการจัดกิจกรรมกีฬา บางประเภท เช่น ฟุตบอลและมวยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะเวลาที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก และได้เห็นแววตาของการรอคอย ด้วยความปรารานาอย่างยิ่งของประชาชนที่จะได้รับการเอาใจใส่ดูแลเรื่องการกีฬา จากรัฐบาลมาสู่พื้นที่ของเขา จึงเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าการกีฬาคือกุญแจสำคัญที่จะนำพา ซึ่งสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ได้เข้าไปประสานการสนับสนุนกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระผม ใคร่ขอกราบเรียนว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้มีเจตนารมณ์หลักเพื่อการปฏิรูป ประเทศให้ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน ทั้งนี้การบรรจุา้อยคำการกีฬาเอาไว้ในบทบัญญัติมาตรา ๙๕ และบรรจุเพิ่มเติมในมาตรา ๒๙๕ (๓) แห่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หมายาึงการปฏิรูปการกีฬาของประเทศอย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์สาธารณะในการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนชาวไทยทุกวัยให้มีสุขภาพ พลานามัยและคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมที่จะเป็นกำลังในการขับเคลื่อนทิศทางของประเทศไทย ให้ก้าวไปสู่ความมั่นคงทางสุขภาวะของประชาชน สร้างความมั่งคั่งของชาติและมุ่งไปสู่ ความสัมฤทธิผลอย่างยั่งยืน การบรรจุา้อยคำการกีฬาในร่างรัฐธรรมนูญนี้จึงเปรียบเสมือน การจัดเตรียมทรัพยากรน้ำให้แก่แม่น้ำทั้ง ๕ สาย ซึ่งทรัพยากรน้ำนั้นเปรียบได้กับการกีฬา ที่กำลังจะไหลหลั่งแผ่ไปสู่ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทยอย่างเป็นระบบ พร้อมที่จะสร้าง ความชุ่มชื่นและยังความสมบูรณ์ที่พรั่งพร้อมให้แก่ผืนแผ่นดินไทยเพื่อให้บรรลุความคาดหวัง ของประชาชนทั้งแผ่นดินที่ต้องการที่จะเห็นประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราทุกคนก้าวเดินไปข้างหน้า ด้วยความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน
ท้ายที่สุดนี้กระผมขอเรียนว่าเมื่อท่านเดินขึ้นสู่รัฐสภา อาคารรัฐสภา ๒ ท่าน จะเห็นพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า กีฬามีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับชีวิตของแต่ละคน และชีวิตของบ้านเมือง ซึ่งประดิษฐาน ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร แทนที่จะเป็นพระราชดำรัสที่เกี่ยวกับการเมืองหรือการบริหารราชการแผ่นดิน ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะอดีตประธานรัฐสภาต้องการที่จะให้ผู้บริหารทั้งนิติบัญญัติของชาติทุกคนตระหนักาึง หลักพื้นฐานของการกีฬาที่มีผลต่อการสร้างความสามัคคีของชาติ สร้างคุณค่าชีวิตให้แก่ ประชาชน และสร้างคุณภาพของประชาชนให้เกิดขึ้นแก่สังคมและประเทศชาติ ซึ่งทุกท่าน ต้องตระหนักที่จะสนองพระราชปณิธานแห่งพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้สัมฤทธิผลอย่างแท้จริง ขอขอบคุณครับ