สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘

เกริกไกร จีระแพทย์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความภูมิใจให้กับทุกคน และแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้เขายังหารือเกี่ยวกับหลักการสำคัญ 4-5 ประการของรัฐธรรมนูญ และมองว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่สิ่งที่เขียนไว้ในศิลาจารึก แต่เป็นเอกสารที่สามารถแก้ไขและปรับปรุงได้ โดยเสนอ 17 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวนโยบายของรัฐพื้นฐาน และ 7 ข้อเสนอแนะเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และยังหารือเกี่ยวกับความไม่สมดุลของการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ในรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการใส่คำว่า "เศรษฐกิจ" ในบทที่เกี่ยวข้อง และการปรากฏของความสามาราในการแข่งขันในของรัฐธรรมนูญ

นายเกริกไกร จีระแพทย์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผมนึกว่าผมต้องพูดเป็นคนต่อไปจากหมออำพลครับ ก็ไม่เป็นไรครับ ผมพร้อมที่จะกราบเรียน ท่านประธานาึงสิ่งซึ่งได้เตรียมมาเพื่อชี้แจงแล้วก็เสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ กระผมขออภิปรายในภาค ๒ หมวด ๒ ในประเด็นของแนวนโยบาย พื้นฐานของรัฐ โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจ และขออนุญาตยึดโยง หรือแตะไปาึงภาค ๔ หมวด ๒ ซึ่งเกี่ยวพันกับเรื่องของการปฏิรูป เศรษฐกิจรายสาขาต่าง ๆ อยู่ด้วย า้าท่านประธานจะตัดเวลาผมยินดีให้ตัดเมื่อาึง ๓๐ นาทีนะครับ และผมจะตัดเวลาการพูด ในครั้งที่ ๒ ผมออก ท่านประธานครับ ในขณะที่รอคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอร่างมาให้ เมื่อวันที่ ๑๗ นั้นนี่กระผมก็พยายามที่จะเข้าไปฟังความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่าง ๆ แล้วก็ ในช่วงที่เข้าไปในเว็บไซต์ (Website) ต่าง ๆ อินเทอร์เน็ต (Internet) ต่าง ๆ นั้นก็มีความรู้สึกว่า ได้รับความรู้มากมาย โดยเฉพาะบางท่านซึ่งได้พูดาึงประเด็นของการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่น่าสนใจหลายเรื่องด้วยกัน มีคำคมเกิดขึ้นมากมาย อันหนึ่งที่ติดใจก็คือเขาพูดว่า รัฐยิ่งเสื่อมกฎหมายยิ่งมาก ปัญหายิ่งยาก รัฐธรรมนูญยิ่งยาว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้ เป็นการสะท้อนาึงบทที่เราจะต้องทำและความยากลำบากของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีบทความในหนังสือพิมพ์ของคนไทยในต่างประเทศได้พูดาึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมคิดว่าท่านอาจจะสนใจทราบนะครับ ก็บอกว่าเรามีคนที่มีคุณวุฒิสูงาึง ๓๖ ท่านด้วยกัน ที่มีความสามารา มีความทุ่มเท แล้วก็มีความสุจริตใจ มีภูมิปัญญาที่จะสร้างเนื้อหา เชิงยุทธศาสตร์เชิงนโยบาย และเชิงวิสัยทัศน์ให้เกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ปัญหา อยู่ที่ประเด็นสำคัญอย่างมากนะครับ แล้วก็คงจะไม่มีใครสามาราจะบันดาลให้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ก็คือความสามาราในการสร้างความภูมิใจให้กับทุกคนคงจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่ผมคิดว่า เราน่าจะได้พยายามที่สุด และเราจะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอันนั้น ผมก็ขอแสดง ความชื่นชมแล้วก็ให้กำลังใจด้วย

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานและคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไปนั้นนี่ผมจะยึดแนวคิด ยึดหลักการอยู่ ๔-๕ ประการด้วยกันนะครับ

อันที่ ๑ กระผมอภิปรายในนามของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจรายสาขา คือ นอกจากการเงิน การคลัง ซึ่งได้มีการประชุมย่อย ๆ แล้วก็มีความเห็นพ้องในประเด็นที่ท่านทั้งหลาย ให้ผมมากราบเรียนที่ประชุมนี้

ประการที่ ๒ ผมคิดว่าเราเน้นในเรื่องแนวนโยบายของรัฐนะครับ เพราะว่า มองดูประเด็นเรื่องเศรษฐกิจแล้วไม่ปรากฏที่อื่นเด่นชัด นอกจากในมาตรา ๘๗ มาตรา ๘๘ และมาตรา ๘๙ แล้วก็ในภาค ๔ อีก ๔ ๕ ๖ มาตราด้วยกันนะครับ ทีนี้เพื่อความเป็นธรรม ต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กระผมเองขอมองจากข้อเสนอของกรรมาธิการ คณะผมที่เสนอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไว้เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคมเป็นหลักวัดว่า มันยึดโยงหรือว่ามันตกหล่น หรือว่ามันควรจะทำอย่างไรกับมันนะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ ออกนอกกรอบใด ๆ ทิ้งสิ้น ไม่ได้เพิ่มความต้องการ ไม่ได้เพิ่มข้อเรียกร้องนะครับ

ประเด็นที่ ๓ คณะกรรมาธิการของผมไม่ได้ดูในประเด็นของอักขระหรือพยัญชนะ แต่เราดูในเรื่องของสาระ เนื้อหา และจิตวิญญาณของคำพูดที่ออกมาเป็นมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันกับเรานะครับ

ประเด็นที่ ๔ เราได้คำนึงาึงเรื่องของลักษณะที่ดีของรัฐธรรมนูญว่าจะต้องกระชับ ชัดเจน ครบา้วน และปฏิบัติได้ ผมคิดว่าเราไม่ได้มุ่งหวังจะให้ใส่อะไรไปเยอะ ๆ เพื่อให้สะท้อน สิ่งที่เราอยากจะมีอยู่ในใจ มันไม่จำเป็น แต่ว่ามันจะต้องมีเนื้อหาจิตวิญญาณบางเรื่องอยู่ใน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดังที่ผมจะกราบเรียนต่อไป เราตระหนักครับว่ารัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดไม่มี แต่จะมีรัฐธรรมนูญที่เราพยายามที่สุดที่จะตอบสนองต่อปัญหาของชาติ และวางพื้นฐานที่จะ พัฒนาต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่สิ่งที่เขียนไว้ในศิลาจารึก จะต้องแก้ได้

และประเด็นสุดท้ายของแนวคิดเรา เราไม่ได้เรียกร้องเอาฟ้า เอาดิน เอาดวงดาวทั้งหลายมาไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ขอสะท้อนบางสิ่งบางอย่างที่เราคิดว่าสำคัญ ท่านประธานครับ ผมจะต้องขอเท้าความาึงข้อเสนอเราเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม เพื่อจะให้เห็น ยึดโยงมาาึงสิ่งที่เราจะเสนอว่าทำไมจึงต้องมีข้อเสนอ ๓-๔ ประการที่ผมจะกราบเรียน เป้าหมายหลักของเราอยู่ที่ ๓ อย่างครับ ผมเชื่อว่าเป็นเป้าหมายร่วมของสภาแห่งนี้ คือความมีเสาียรภาพทางเศรษฐกิจ การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม แล้วก็ สิ่งที่สำคัญมากอันหนึ่งก็คือ ความสามาราในการแข่งขันของประเทศ ผมคิดว่าทั้ง ๓ ประเด็นนี้ มันเป็นหัวใจของสิ่งที่เราจะทำตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่ว่าในการที่จะบรรลุาึงเป้าหมาย หลัก ๆ ทั้ง ๓ ประการนี้ ทางคณะกรรมาธิการเราก็ได้มองจากปัญหาของประเทศไทย ปัญหาประเทศไทยในประเทศ ปัญหาประเทศไทยระหว่างประเทศ โครงสร้างของเศรษฐกิจไทย แล้วก็สิ่งที่เป็นพลังของเรา มีตัวหนึ่งที่เป็นปัจจัยร่วมของ ๓-๔ ประเด็นที่ผมว่า ปัญหาภายในของเรา คือ

ประเด็นที่ ๑ ความสามาราในการแข่งขัน และการอาศัยตลาดต่างประเทศ มีอีกมากมาย ผมจะไม่ขอเสียเวลาท่าน

ประเด็นที่ ๒ ระหว่างประเทศก็ชี้ไปาึงความสำคัญของการแข่งขัน เพราะเราไม่ได้ ดำรงเศรษฐกิจแต่เพียงคนเดียว เราแข่งกับอาเซียน (ASEAN) เราแข่งกับเอเชีย เราแข่งกับโลก โครงสร้างเศรษฐกิจไทย มันก็มีประเด็นปัญหาเรื่องของความมีเศรษฐกิจ มีนโยบายเศรษฐกิจ มีทิศทางทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและแน่นอน เราขาดสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอด เราใช้แรง ที่ไม่คุ้มค่าของมัน ขณะเดียวกันเราก็มีความดีงามหลายประการด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน แล้วก็ความเป็นผู้ผลิตสินค้าอาหารได้เป็นอันดับแรก ๆ ของโลก นี่คือหัวใจของปัญหาที่เรามองแล้วเราจะต้องแก้ไขอย่างไรที่จะทำให้นำไปสู่

ประเด็น ๓ ประเด็นหลักที่ผมกราบเรียนมาแล้ว หัวใจของข้อเสนอแนะ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ก็คือว่า

๑. แนวคิดและปรัชญาเศรษฐกิจเราต้องเผชิญกับการแข่งขันและความท้าทาย แล้วเราต้องพร้อมที่จะแข่งขันอย่างทัดเทียม อย่างมีความเป็นธรรมบนกติกาที่เป็นธรรม ต่อทุกฝ่าย ที่สำคัญจะต้องมีวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ผูกพันคนทุกคนบนแผ่นดินนี้ และผูกพัน ทุกรัฐบาลที่จะมาในอนาคต ที่จะต้องตาม ทำ และทำให้มันบรรลุผลให้ได้จะต้องมี ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนต่อเนื่อง ผูกพันองคาพยพต่าง ๆ แล้วก็มีกลไกที่จะมาดูแลการทำตามนี้ โดยให้ความยืดหยุ่นให้ปรับตามสาานการณ์ได้พอสมควร เพราะฉะนั้นโดยแนวคิดอย่างนี้ มันจึงออกมาเป็นข้อเสนออยู่ ๑๗ ข้อเสนอแนะ กับในเรื่องของแนวนโยบายของรัฐพื้นฐานของรัฐ และ ๗ ข้อเสนอแนะเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กระผมจะไม่พูดาึงเรื่องความเหลื่อมล้ำ จะขอเน้น แต่เรื่อง ๑๗ ข้อที่เสนอเพื่อแนวนโยบายของรัฐ ทั้งนี้ผมขอกราบเรียนว่าในจำนวน ๑๗ ข้อนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยตรงทุกข้อ เพราะความสำเร็จของการปฏิรูปเศรษฐกิจ หรือการดำเนิน กิจกรรมทางเศรษฐกิจนั้นอยู่นอกกิจกรรมทางเศรษฐกิจเสียเป็นส่วนใหญ่ เราเริ่มจากอย่างนี้ ปรัชญา เราจะต้องมีนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นเสรีนิยมและาือเศรษฐกิจพอเพียง บนพื้นฐานของความสมเหตุสมผล ความมีภูมิคุ้มกันต่าง ๆ อย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้กล่าวไว้เมื่อวานนี้ตอนเริ่มต้นนะครับ เราเห็นว่าควรจะมีวิสัยทัศน์ ของประเทศไทยที่ทำให้สังคมนี้เป็นสังคมที่อุดมปัญญา มีคนเก่ง มีคนที่เอื้ออาทรแบ่งปัน เสมอภาค และอุดมธรรม ขณะเดียวกันเราเน้นว่าวิสัยทัศน์ของชาตินั้นจะต้องมีให้เห็นชัดเจน เราควรจะคิดว่าตัวเราเองเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายในเวลาหนึ่งในอนาคตหรือไม่ เช่น ๑๐๐ ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งจะมาาึงในปี ๒๕๗๕ และเป็น ๒๕๐ ปี กรุงเทพมหานคร ๒๕๐ ปีของจักรีวงศ์ สิ่งที่สำคัญ ๆ ที่เราเสนอไว้ภายใต้ปรัชญา วิสัยทัศน์ และทิศทางยุทธศาสตร์นี้ ก็คือ เช่นระบบที่มีนิติธรรม มีคุณธรรม มีธรรมาภิบาล เรามีวินัย การเงินการคลังที่ไม่ไปอิงเรื่องของประชานิยมจนกระทั่งทำความสั่นคลอนให้เกิดขึ้นกับ ความมีเสาียรภาพ เราต้องมีเศรษฐกิจที่ยืนบนพื้นฐานของการวิจัย พัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี จะต้องมีเศรษฐกิจที่อาศัยระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ประชากรที่มีคุณภาพ เราจะต้องมีภาคการผลิตทุกสาขาไม่ว่าจะเป็นเกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว เอสเอ็มอี (SME) บริการสารพัดที่มีสมรรานะและมีความสามาราในการแข่งขัน เราจะต้องมีระบบโลจิสติกส์ (Logistics) การเชื่อมโยงที่ดีเพื่อจะได้คงความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนได้ และที่สำคัญ เราจะต้องมีนโยบายเศรษฐกิจที่เปิดเสรีในเวทีการค้าโลก และมีการจัดองค์กรในทุกส่วน ของภาคเศรษฐกิจนั้นที่ดี ท่านประธานครับทั้งหมดที่ผมกราบเรียนมานั้นเป็นหัวใจ ของข้อเสนอของเราและผมดีใจอย่างยิ่งเลยที่รัฐธรรมนูญฉบับกำลังพิจารณาอยู่นี้ กรรมาธิการได้กรุณาสะท้อนความต้องการหรือข้อเสนอเกือบทุกประการนะครับ ซึ่งผมขอบคุณอย่างยิ่ง

ในมาตรา ๘๑ เราได้พูดาึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมีส่วน และการเคารพในสนธิสัญญา ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ดีมากที่มีการยอมรับาึงบทบาทของโลกาภิวัตน์ และความพร้อมสู่สากลของประเทศไทยโดยนัย

ในมาตรา ๘๒ (๑) ได้พูดาึงราชการ ธรรมาภิบาล อันนี้มันมีนัยสำคัญมาก ต่อสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจนะครับ

ในมาตรา ๘๒ (๒) พูดาึงเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม อย่างยั่งยืน อันนี้ก็สะท้อนาึงข้อเสนอของเรา

มาตรา ๘๒ (๔) เป็นเรื่องของการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งา้าหากยังปล่อยให้ เป็นเช่นที่ผ่านมา ผมไม่คิดว่าการลงทุนจากต่างประเทศจะไหลเข้ามามากเหมือนเดิม

มาตรา ๘๔ (๑) พูดาึงเรื่องการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ และการเปลี่ยนแปลงระหว่างประเทศ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเป็นการยอมรับาึงการที่เราจะต้อง เข้าไปแข่งขัน มีนัยของความสามาราในการแข่งขันมากในมาตรานี้ และ

มาตรา ๘๔ (๖) สนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ใช้เป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ

มาตรา ๘๗ การลดขั้นตอนของกฎหมายต่าง ๆ ตรงนี้ชัดเจนมากเพื่อให้ การทำธุรกิจนั้นมีความคล่องตัวและทำให้เอกชนมีความสามาราในการแข่งขันและมีความโปร่งใส ในระบบการตัดสินใจของรัฐ

และที่สำคัญมาตรา ๘๗ เหมือนกัน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม รวดเร็ว และเคร่งครัด

แต่ว่าทั้งหมดของหัวใจข้อเสนอนั้นมันไปอยู่ที่มาตรา ๘๘ เช่น การสนับสนุน ส่งเสริมแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระบบเศรษฐกิจเสรีเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมและการธรรมาภิบาลที่ดี ให้เอกชนมีบทบาทในทางเศรษฐกิจ ป้องกัน การผูกขาด ส่งเสริมเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชนและระบบสหกรณ์

มาตรา ๘๙ ระบบการเงินการคลังที่มีวินัย คุ้มค่า ป้องกันการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายในอนาคต เหล่านี้คือความสวยงาม และความน่าดีใจที่ได้เห็นประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คำาามก็คือว่า แล้วมันมีอะไรที่มันขาดหายไปบ้างแล้วเราอยากจะเห็นให้เกิดขึ้น กระผมขอเสนอ ๓ ประเด็นเท่านั้นครับท่านประธานที่เคารพ

ประเด็นที่ ๑ ดูเหมือนว่าเราจะเน้นเศรษฐกิจมากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่น แต่ผมก็ยังเห็นความไม่สมดุลของการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ในบทที่เรียกว่า เป็นโครงสร้างของรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีส่วนใดเลยที่มีคำว่า เศรษฐกิจ อยู่ แต่ไม่เป็นอะไร ขอให้มันปรากฏอยู่ในเนื้อหาเป็นใช้ได้ผมเพียงแต่ชี้ให้เห็นเท่านั้น เพราะว่าเรื่องเศรษฐกิจนั้น ไม่เหมือนเรื่องการเมืองที่สามาราจะเขียนได้เป็นมาตราย่อย ๆ ไป เรื่องเศรษฐกิจ เป็นการดำเนินการที่ละเอียดอ่อนและมีความหลากหลายมากมาย ไม่อาจจะเขียนเป็น กฎเกณฑ์ตายตัวได้ เข้าใจครับ แต่มันมีจิตวิญญาณบางอย่างที่ควรจะใส่ไว้ในแนวนโยบาย ของรัฐหรือไม่ ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับ เรื่องความสามาราในการแข่งขัน เราได้มีการแตะไว้ หลายมาตราด้วยกัน

ในมาตรา ๒๘๖ (๕) ปรับปรุงระบบอุดมศึกษาโดยกล่าวาึงความสามารา ในการแข่งขันกับต่างประเทศ

มาตรา ๒๕๑ (๒) การปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม พูดาึงการให้ทันต่อโลกาภิวัตน์

มาตรา ๒๙๓ (๕) ปฏิรูปเศรษฐกิจรายภาค พูดาึงเรื่องของเกษตรกรรม และการเพิ่มความสามาราในการแข่งขันของภาคเกษตรกรรมของประเทศ และ

มาตรา ๒๙๓ (๗) ด้านโลจิสติกส์ ก็พูดาึงความสามาราในการแข่งขัน

แต่ผมคิดว่าการปรากฏเช่นนี้อาจจะไม่พอ เพราะที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดนั้น ปรากฏอยู่ในภาค ๔ มาตรา ๒๗๗ำึงมาตรา ๒๙๐ กว่า มันจะมีอายุแค่ ๕ ปีเท่านั้น จริง ๆ แล้ว ความสามาราในการแข่งขันเป็นหัวใจของเศรษฐกิจประเทศไทย และคำ ๆ มันมีนัยกว้างขวาง เขียนคำเดียวมันครอบคลุมเยอะมาก มันเป็นคำนิยาม มันมีนิยาม มันมีหลักเกณฑ์ของการวัด ระหว่างประเทศในการกำหนดมาตรฐาน ประสิทธิภาพ คุณภาพของรัฐบาล เอกชน และของประเทศ เช่น สาธารณูปโภค ธรรมาภิบาล เสาียรภาพเศรษฐกิจ บริการของรัฐ ประสิทธิภาพของราชการ ความสามาราเอกชน อาร์แอนด์ดี (R&D) การศึกษา สุขภาพต่าง ๆ นานาเป็นต้น เพราะฉะนั้น คำ ๆ นี้า้าปรากฏอยู่ในจิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญอย่างเด่นชัด มันจะดึงไปสู่ภาระ สู่หน้าที่ สู่กิจการที่ต้องดำเนินของรัฐบาลในอนาคต ในมากประเด็นเดียวกันไม่ต่ำกว่า ๕๐ ประเด็น ที่เกี่ยวพันกับความเป็นอยู่ของประชาชน

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของชาติ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมยังไม่เห็นมีส่วนที่เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ เราได้พูดาึงคำว่า ยุทธศาสตร์ ในหลายแห่งด้วยกัน กระผมจะไม่เข้าไปในมาตราต่าง ๆ มันมีมาตรา ๖๒ เรื่องของการมีส่วน ของพลเมืองในการที่จะตัดสินนโยบายสำคัญ มาตรา ๒๗๙ ตั้งสภาขับเคลื่อน มาตรา ๒๘๔ (๑) การบริหารราชการแผ่นดิน เราได้พูดาึงเรื่องยุทธศาสตร์และยุทธศาสตร์ชาติ แต่มันไม่ได้ มีสาระว่าในยุทธศาสตร์ชาตินั้นมันหมายาึงอะไร ผมคิดว่าา้าจะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้วางทิศทางในอนาคตของชาติเราน่าจะได้มีการพูดาึง ยุทธศาสตร์ชาติในเชิงกว้างไว้ให้เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ เช่น ประเทศไทยต้องเป็นประเทศ ที่พัฒนาแล้ว ประเทศไทยจะต้องมีความสามาราในการแข่งขัน ประเทศไทยจะต้องเป็น ประเทศที่เรียกว่าเทรดดิง เนชัน (Trading Nation) หรือประเทศที่อุดมปัญญาอะไรก็แล้วแต่ ผมไม่อาจที่จะเสนอแนะา้อยคำในขณะนี้ ทั้ง ๆ ที่ก็าืออยู่ในมือนะครับ เพราะคิดว่า จะใช้เวลาของสภานี้มากไป แต่จะขอแสดงข้อเสนอแนะไปยังกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในอนาคต

ท่านประธานครับ ๓ ประเด็น ๑. ความสามาราในการแข่งขัน ๒. วิสัยทัศน์ ๓. ยุทธศาสตร์ชาติ คือประเด็นที่กรรมาธิการคณะที่กระผมเป็นประธานอยู่ได้มอบหมายผม ให้มากราบเรียนที่ประชุมนี้และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมหวังว่าท่านจะได้กรุณา นำประเด็นเหล่านี้ไปช่วยพิจารณาเพื่อดูความเหมาะสมในการปรับปรุงและรวมอยู่ ในรัฐธรรมนูญต่อไป ขอบพระคุณครับ