ชูชัย ศุภวงศ์ หารือสาระสำคัญหมวดปฏิรูปในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘

ชูชัย ศุภวงศ์ หารือสาระสำคัญหมวดปฏิรูปในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเน้นการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมผ่าน 17 มาตรา พร้อมเสนอให้ปฏิรูปที่ดิน ระบบราชการ พลังงาน และเศรษฐกิจมหภาค เพื่อกระจายอำนาจและสร้างความยั่งยืนทางสังคม

นายชูชัย ศุภวงศ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก สปช. ที่เคารพรักทุกท่านครับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีหมวด ปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรมตั้งแต่มาตรา ๒๗๙ ถึงมาตรา ๒๙๖ รวมทั้งสิ้น ๑๗ มาตราครับ โดย ๒ มาตราแรกพูดถึงบทบาทหน้าที่ของสภาขับเคลื่อน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ รวมทั้งกระบวนการทํางานร่วมกันกับวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ในการตราพระราชบัญญัติขึ้นบังคับใช้ สําหรับสาระการปฏิรูป ๑๕ ด้านนั้นบัญญัติไว้ ในมาตรา ๒๘๑ ถึงมาตรา ๒๙๖ ท่านประธานครับ ผมจะพูดถึงสาระการปฏิรูปในหมวดนี้ ๑๒ ด้านครับ อีก ๓ ด้าน ดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล จะพูดต่อจากผมคือเรื่องการปฏิรูป ด้านเศรษฐกิจมหภาค ปฏิรูปด้านเศรษฐกิจรายภาค รวมถึงการปฏิรูปด้านการเงิน การคลัง และภาษีอากร นี่คือการปฏิรูปเพื่อให้เกิดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจครับ ประชาธิปไตย ทางเศรษฐกิจมันเป็นความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งนี่ไม่เพียงพอครับ เพราะว่าถ้าขาดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจบ้านเมืองจะหาความสงบสุขได้ยากยิ่ง ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ เขียนเรื่องการปฏิรูปที่ดินไว้ดีมาก พอมาถึงปี ๒๕๕๐ เราก็ได้นําเรื่องปฏิรูปที่ดินมาใส่ไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แต่ก็ไม่เกิดผลใด ๆ ครับ ทั้ง ๆ ที่กําหนดให้ออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ว่ารัฐสภาไทยไม่มีเวลามาทําหน้าที่ จะด้วย เหตุผลใดก็ตาม ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปจึงบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๔ ให้มีการกระจาย การถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมตามข้อเสนอของเครือข่ายสมัชชาปฏิรูปที่ดิน ซึ่งทางเครือข่ายได้เตรียมการร่างกฎหมายไว้แล้วเรียกว่ากฎหมายเพื่อคนจนครับ กฎหมายว่าด้วย ธนาคารที่ดิน ว่าด้วยโฉนดที่ดิน ว่าด้วยการจัดเก็บภาษีและสิ่งปลูกสร้าง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ตอบสนองข้อเสนอนี้แล้วครับ ท่านประธานครับประเทศจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้หาก ไม่มีการปฏิรูประบบราชการ ระบบราชการเป็นเครื่องมือที่สําคัญในการพัฒนาและปฏิรูปประเทศ แต่เครื่องมือนี้วิกฤติครับ จึงจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิรูป ได้กําหนดไว้ในมาตรา ๒๘๔ ครับ ผมจะยกตัวอย่างประเด็นเดียวเท่านั้น ด้วยข้อจํากัดด้วยเวลา บัญญัติให้มีองค์กรบริหาร พัฒนาภาค ภาคในที่นี้หมายถึงกลุ่มจังหวัด ในประเทศไทยอาจจะแบ่งเป็น ๙-๑๒ กลุ่มจังหวัด ซึ่งจะต้องทํารายละเอียดในกฎหมายลูกต่อไปครับ ทําหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ในภาคหรือกลุ่มจังหวัด ซึ่งไม่ซ้ําซ้อนกับงานของจังหวัดและองค์กรบริหารท้องถิ่น เช่น การวางโครงข่ายคมนาคมในภาค การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในภาค หรือกลุ่มจังหวัดอันดามันเป็นต้น ทางศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ จะมาอธิบายถึง องค์กรบริหารพัฒนาภาคในรายละเอียดต่อไป รวมทั้งท่านปรีชา วัชราภัย จะมาอธิบาย เรื่องการบริหารราชการแผ่นดินในเวลาที่เหมาะสมต่อไปครับ เพื่อนสมาชิกครับ ระบบราชการ ที่รวมศูนย์ใหญ่โต อุ้ยอ้าย เชื่องช้า จึงจําเป็นต้องกระจายอํานาจออกไปครับ ได้บัญญัติไว้ ในมาตรา ๒๘๔ ให้ตรากฎหมายและจัดให้มีกลไกที่จําเป็นสําหรับการจัดตั้งองค์กรบริหาร ท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดให้เสร็จสมบูรณ์ภายใน ๑ ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และดําเนินการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นดังกล่าวขึ้นในพื้นที่ที่มีความพร้อมและเหมาะสม โดยเร็วครับ เครือข่ายพลเมืองปฏิรูปจังหวัดจัดการตนเองนั้นได้ทําการขับเคลื่อน จังหวัดจัดการตนเองไปทั่วทุกภาคของประเทศแล้วในขณะนี้ รวมทั้งได้เตรียมร่างกฎหมายไว้ด้วยแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติตามข้อเรียกร้อง ของเครือข่ายจังหวัดจัดการตนเองแล้วครับ ท่านประธานครับ เรื่องการปฏิรูปด้านพลังงาน น่าสนใจมาก ที่เครือข่ายปฏิรูปพลังงานซึ่งประกอบด้วยกลุ่มคนที่มีความคิดทางการเมือง ที่หลากหลายและแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือความรักชาติ รักแผ่นดิน หวงแหน ปกป้อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ให้คนรุ่นนี้และรุ่นหน้า ประเด็นเรียกร้องของเครือข่าย ได้รับการขานรับที่บรรจุไว้ในบัญญัติในมาตรา ๒๘๘ ตั้งแต่เรื่องบริหารจัดการพลังงาน อย่างมีธรรมาภิบาลและยั่งยืน ให้ปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงธรรมชาติอื่นเป็นทรัพยากรของชาติ และมีไว้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน ขอเรียนว่า เพื่อประโยชน์สูงสุด ของประเทศและประชาชนนะครับ ให้ดําเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียม ตามหลักการที่ผมบอกแล้ว ขณะนี้ทางสภานิติบัญญัติกําลังปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อยู่ ซึ่งเชื่อว่าคงสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมาตรานี้ครับ การปรับปรุงสํารวจการผลิตการใช้ ปิโตรเลียมต้องคํานึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และสุขภาพของผู้คนในชุมชนครับ การให้ประชาชนได้รับรู้เข้าถึงเข้าใจข้อมูลด้านพลังงาน การมีส่วนร่วมกําหนดนโยบายและแผนทั้งระดับชาติและท้องถิ่น รวมทั้งติดตามตรวจสอบ การดําเนินนโยบายและแผนนั้นได้บัญญัติไว้แล้ว สิ่งสําคัญก็คือในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ด้านพลังงานนั้น ยังได้เน้นให้รัฐสนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียนทุกประเภท ให้เต็มศักยภาพ ผมขอเรียนว่า ทุกประเภทให้เต็มศักยภาพนะครับ ไม่ใช่เฉพาะแสงแดด ยังมีพลังงานลมหรือพลังงานชีวมวลที่ชุมชนพึ่งตนเองด้านพลังงานได้ รัฐต้องสนับสนุนอย่าง เท่าเทียมกัน มาดูด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม อันที่จริงเครือข่ายพลเมืองสิ่งแวดล้อม มีความเข้มแข็งมาก แม้กระนั้นก็ตามก็ไม่สามารถที่จะต้านทานอิทธิพลของทุน ทุนที่ไม่สัมมา ทําให้ภูเขาหัวโล้นเพื่อปลูกพืชอาหารสัตว์ ชายฝั่งทะเลถูกเรืออวนลุน อวนลากทําลายแหล่งเกิด ของอาหารทะเลเลี้ยงคนไทยทั้งประเทศ อันที่จริงส่งออกไปต่างประเทศจํานวนมาก เพียงเพื่อเป็นอาหารสัตว์ราคาถูก แหล่งทําเหมืองทองในภาคเหนือทําสารไซยาไนด์ (Cyanide) ปนเปื้อนห่วงโซ่อาหาร ขยะสารพิษ ของเสียอันตรายถูกฝังกลบตามพื้นที่ในท้องถิ่นตําบลต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคตะวันออกครับ จากการศึกษาของแพทย์หญิงฉันทนา ผดุงทศ พบว่าคนระยอง เป็นมะเร็งโดยเฉลี่ยสูงกว่าคนจังหวัดอื่นถึง ๔ เท่า เพราะมลภาวะจากอุตสาหกรรมสกปรก ที่ขาดความรับผิดชอบ เพื่อนสมาชิกครับ เรื่องนี้ได้บัญญัติไว้อย่างครบถ้วนนะครับ ได้ให้มีการปฏิรูประบบโครงสร้างองค์กร และปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สิทธิชุมชน การกระจายอํานาจ เรื่องผังเมือง เรื่องการพัฒนาเมือง ดอกเตอร์บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ท่านกรรมาธิการจะมาพูดในรายละเอียดเรื่องนี้ต่อไป รวมทั้งการจัดทํารายงานประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย มาทําการประเมินอีกต่อไปครับ รวมถึงได้นําการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์มาใช้ ในการกําหนดแผนและนโยบาย ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อผลิตภัณฑ์ ผลกระทบ จากขยะผลิตภัณฑ์ เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ มือถือ ๑๐๐ กว่าล้านเครื่อง ในเมืองไทยนะครับ เป็นขยะที่กํากลังวิกฤติ ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบ

มาดูด้านสาธารณสุขมีทั้งหมด ๕ ประเด็น ผมเอาแค่ ๒ ประเด็นหลัก ๆ ครับ เร่งพัฒนาระบบสุขภาพ ให้ความสําคัญต่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ ที่เน้นพื้นที่เป็นฐาน และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เน้นการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เจตนารมณ์ก็คือ มุ่งทุ่มเททรัพยากรงบประมาณ ไปที่ระบบบริการที่เชื่อมต่อกับชุมชนครับ ที่นั่นมีโรงพยาบาลชุมชน ระดับอําเภอ มีโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพระดับตําบลหรือเดิมเรียกชื่อสถานีอนามัยครับ หรือสุขศาลาเดิม มุ่งไปที่อาสาสมัครสาธารณสุขประมาณล้านกว่าคนเศษ รวมทั้งผู้นําจิตอาสา ในชุมชนอีกหลายล้านคน เพื่อทําให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในแผ่นดินนี้สามารถเข้าถึง ระบบบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมมากขึ้น

ประเด็นถัดมาเรื่องกองทุนสวัสดิการข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนประกันสุขภาพถ้วนหน้ายังมีความเหลื่อมล้ํามากครับ เราจึงได้บัญญัติว่าจะต้อง มีการปฏิรูปการบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพให้มีลักษณะและมาตรฐานใกล้เคียงกัน มีความเสมอภาคและเป็นธรรมเพียงพอและยั่งยืน

มาดูด้านสังคมครับ ด้านสังคมท่านประธานครับ มีหลายประเด็นเลย ถ้าทําสําเร็จ บ้านเมืองนี้จะน่าอยู่น่าอาศัยที่สุดแห่งหนึ่งครับ ผมขอหยิบเพียง ๒ ประเด็นนะครับ คือการปฏิรูป ระบบสวัสดิการทั้งด้านการให้บริการสังคม การประกันสังคมทุกกลุ่มบ่อย เน้นครอบครัว และชุมชนเป็นฐาน สร้างระบบส่งเสริมความเข้มแข็งภาคประชาสังคมและจิตอาสา

ประเด็นที่สําคัญคือเรื่องผู้สูงอายุ ปัจจุบันมีผู้สูงอายุเกือบ ๑๐ ล้านคน ในประเทศนี้นะครับ ในสภาแห่งนี้ก็เกือบทั้งหมดครับ ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าจะมีผู้สูงอายุ ประมาณ ๑๔,๕๐๐,๐๐๐ คน คือร้อยละ ๒๐ ของประชากร คนไทย ๕ คน เดินมา ๑ คน เป็นผู้สูงอายุ ก็เลยได้กําหนดว่าจะต้องจัดทําแผนระยะยาวเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ของประเทศ โดยเฉพาะการจัดให้มีระบบการออมเพื่อการดํารงชีพยามชรา การเตรียมพร้อม สู่วัยผู้สูงอายุที่เหมาะสมของประชาชน การปรับปรุงระบบการเกษียณอายุที่เหมาะสม อาจจําเป็นต้องยืดระบบเกษียณอายุออกไปนะครับ การปฏิรูประบบสวัสดิการผู้สูงอายุ ที่มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ให้ได้รับการยังชีพที่เหมาะสมอย่างมีศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ รวมทั้งสนับสนุนการรวมตัวเป็นกลุ่มและเครือข่าย ท่านเป็นทุนทางปัญญาให้สังคมเป็นอย่างดี จัดให้มีคณะกรรมการปฏิรูปสังคมและชุมชนขึ้นคณะหนึ่งภายใน ๑ ปี เพื่อผลักดันการปฏิรูป ด้านสังคมและชุมชนต่อไป

มาดูด้านแรงงาน เพื่อนผู้ใช้แรงงานซึ่งได้เรียกร้องมานานนับศตวรรษ ให้ปฏิบัติตามอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๘๗) และ (ฉบับที่ ๙๘) บัดนี้ได้รับ การตอบสนองแล้วครับ นี่คือเสรีภาพของผู้ใช้แรงงาน และนี่คือประชาธิปไตยของ ผู้ใช้แรงงานครับ เราได้บัญญัติให้ตรากฎหมายและกําหนดกลไกเพื่อรองรับเสรีภาพผู้ใช้แรงงาน ในการสมาคม การรวมตัวกัน การเจรจาต่อรองให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อเป็นกองทุนการเงินของผู้ใช้แรงงานในการส่งเสริม การออมและพัฒนาตนเอง อันนําไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อนผู้ใช้แรงงาน ๑๖,๙๐๐,๐๐๐ คน ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ ๖๐ กว่า ๑๐ ล้านคน อยู่ในวังวนของความยากจน เป็นหนี้นอกระบบสูงมาก ในระยะเริ่มแรกเงินเพียงร้อยละ ๕ จากกองทุนประกันสังคม คือ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เพียงแต่จะแก้ความทุกข์ยาก ลดความเหลื่อมล้ําในสังคมแล้ว หากยังสร้างโอกาสการศึกษาต่อหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของเพื่อนผู้ใช้แรงงานต่อไป

มาดูด้านวัฒนธรรม ด้านวัฒนธรรมได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๐ สนับสนุน ให้มีสมัชชาศิลปวัฒนธรรมระดับชาติและระดับท้องถิ่นซึ่งมาจากภาคประชาสังคม ตามความพร้อมในแต่ละพื้นที่ กําหนดให้จัดตั้งกองทุนที่เรียกว่า ทุนทางวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นกองทุนภาคประชาสังคมเพื่อเสริมสร้างศิลปวัฒนธรรม เพื่อนสมาชิกครับ นักท่องเที่ยว มาเที่ยวเมืองไทย เพราะต้องการเยี่ยมชมความประณีต วิจิตรศิลป์ ทางวัฒนธรรมปีละ ไม่น้อยกว่า ๒๖ ล้านคน การหักเงินประกันจากนักท่องเที่ยวคนละไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ย่อมชอบ ด้วยหลักการและเหตุผล กองทุนทางวัฒนธรรมจะปกป้องฟื้นฟูสืบสาน สร้างเสริม ความจําเริญงอกงามทางวัฒนธรรมและศิลปะในทุกพื้นที่ แผ่นดินจึงงดงามไปทุกหย่อมหญ้า ไม่เว้นแม้กระทั่งหัวไร่ปลายนา จึงเป็นการคืนความสุขให้แผ่นดินโดยแท้

มาดูด้านการศึกษาครับ ท่านประธานครับ เป็นที่น่ายินดีว่าขณะนี้รัฐบาล ไม่รอแล้ว บอกได้เริ่มการปฏิรูปการศึกษาแล้วโดยท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธาน คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษาด้วยตัวเองนะครับ เราได้บัญญัติในมาตรานี้ ว่าให้กระจายอํานาจจัดการศึกษาโดยลดบทบาทของรัฐจากการเป็นผู้จัดการศึกษาให้เป็น ผู้จัดให้มีการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนรวมทั้งกํากับนโยบายแผนมาตรฐาน และติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษา ส่งเสริมให้สถานการศึกษาสามารถบริหารจัดการการศึกษา ได้อย่างมีอิสระ มีประสิทธิภาพและรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา จัดสรรค่าใช้จ่ายรายหัว โดยตรงแก่ผู้เรียนทุกคนอย่างพอเพียง นั่นเป็นสาระหลัก ๆ ในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาแต่ว่าจะต้องมีกลไกคณะกรรมการนโยบายการศึกษา และพัฒนามนุษย์แห่งชาติอยู่ในกํากับของนายกฯ ภายใน ๑ ปีนับตั้งแต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ความหวังที่จะเห็นการศึกษาของชาติได้ปฏิรูป เริ่มเห็นอนาคตครับ

ต่อเนื่องจากการปฏิรูปการศึกษาคือการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีได้กําหนดว่าจะต้องลงทุนการศึกษาวิจัย และสร้างนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐาน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศให้เพียงพอนะครับ รวมทั้งมีมาตรการจูงใจ ให้นักวิทยาศาสตร์ไทยที่อยู่ในต่างประเทศและในประเทศนําความรู้ ความเชี่ยวชาญพัฒนา ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศ ผมอยากจะเรียนเพื่อนสมาชิกครับว่าขณะนี้ เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์วิศวกรผู้ทรงคุณวุฒิคนไทยในต่างแดนได้รวมตัวกันนะครับ และพร้อมจะกลับมารับใช้บ้านเกิดเมืองนอนต่อไป อยู่ที่ว่าเราจะวางกลไกรองรับทุนทางปัญญา ที่มีคุณค่านี้อย่างไร ตามที่บัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อนสมาชิกครับ เราจะเห็นว่า เกษตรกรชาวนา ชาวไร่ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว สามารถช่วยเหลือตนเองและพึ่งพากันเองได้ เพราะเข้าถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั่นเอง เราจึงบัญญัติว่าให้สนับสนุนหรือลงทุน ให้องค์กรบริหารท้องถิ่นชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยในภาคเกษตรกรรม ภาคการผลิต และภาคบริการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ นั่นคือ สาระสําคัญนะครับ แต่ว่าจําเป็นต้องมีกลไกที่เรียกว่าคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ภายใน ๑ ปีนับจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ

เรื่องปฏิรูปสื่อมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ นอกเหนือจากการมีเสรีภาพ ของสื่อแล้วต้องควบคู่กับความรับผิดชอบครับ แล้วก็จะมีการเร่งพัฒนากลไกที่เป็น หลักประกันความเป็นอิสระจากการถูกครอบงําและแทรกแซงโดยอํานาจทุนและอํานาจรัฐ อันนี้เป็นปัญหาใหญ่เลยครับ การกํากับดูแลสื่อมวลชนนอกจากดูแลกันเองแล้วจะต้อง มีการกํากับโดยภาคประชาชน กลไกการจัดสรรและแบ่งปันทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพื่อการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกัน ส่งเสริมให้มีสื่อทางเลือก สื่อชุมชน สื่อสันติภาพ รวมทั้งการผลิตเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ คณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชน ได้เตรียมร่างกฎหมายไว้แล้ว ๓ ฉบับนะครับ เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิรูปสื่อต่อไป รายละเอียดในเรื่องนี้รองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านอาจารย์มานิจ สุขสมจิตร ซึ่งเป็นเสาหลักของวงการสื่อมวลชน คงจะได้มาชี้แจงรายละเอียดต่อไป

ท่านประธานครับ ด้วยเวลาที่จํากัดก็ต้องพูดถึงปฏิรูปอันสุดท้ายแล้วละครับ เรื่องกฎหมายกระบวนการยุติธรรม ก็จะต้องให้ศาสตราจารย์บรรเจิด สิงคะเนติ และ ศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา มาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังต่อไปนะครับ เรื่องการปฏิรูปโครงสร้าง สํานักงานตํารวจแห่งชาตินี่ได้กําหนดไว้แล้วครับ ที่สื่อไปลงว่าไม่มีการปฏิรูปตํารวจนั้น ก็ได้บัญญัติไว้แล้ว

ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะชี้แจงครับ คือหากหน่วยงานหรือกลไกที่รับผิดชอบ ในการปฏิรูป แต่เพิกเฉยไม่ดําเนินการใด ๆ เช่น ที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ได้เคยประสบมาจะมีมาตรการใด ผมอยากเรียนเพื่อนสมาชิกว่าคําตอบอยู่ที่มาตรา ๒๗๗ หมวด ๑ บททั่วไป ภาค ๔ การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองเขียนไว้อย่างนี้ครับ บทบัญญัติในภาคนี้ก่อให้เกิดความรับผิดชอบแก่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ ทุกหน่วยงาน และพลเมืองที่ต้องจัดให้มีการปฏิรูป และการสร้างความปรองดองตามหลักการ และระยะเวลาที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ เพื่อนสมาชิกครับ เมื่อมีความรับผิดชอบ จึงเป็นหน้าที่ หากไม่ดําเนินการถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ครับ ถ้าหากไปดู มาตรา ๑๐๒ ก็กําหนดไว้ชัดนะครับ ผมไม่มีเวลาที่จะพูดตรงนี้ต่อไปนะครับ ในมาตรา ๑๐๒ นี่อะไรที่รัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้บัญญัติไว้ แต่ว่าถ้าไม่ดําเนินการก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติ และจะต้องเกิดความเสียหาย ผู้เสียหายย่อมฟ้องรัฐให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายได้ ท่านประธาน เพื่อสมาชิก เพื่อนคนไทยที่ติดตามการถ่ายทอดในขณะนี้ บัดนี้หน้าต่างแห่งโอกาส ได้เปิดแล้วครับ อยู่ที่ท่านทั้งหลายจะใช้โอกาสนี้ร่วมกันในการให้เกิดการเปลี่ยนใหญ่ ในบ้านเมืองนี้ ร่วมกันสร้างแผ่นดินนี้ให้งดงาม ให้น่าอยู่น่าอาศัยที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกใบนี้ หรือปล่อยให้เป็นเช่นในอดีตที่ผ่านมา อนาคตของชาติบ้านเมืองอยู่ในมือของท่านแล้วครับ ด้วยความขอบคุณครับ