สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘

ปกรณ์ ปรียากร หารือเรื่องบทบาทพลเมืองในโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของพลเมืองในการเคารพกฎหมาย สิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และหน้าที่ต่อสังคมส่วนรวม พร้อมเสนอแนะการปรับแต่งเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้สมบูรณ์ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย

นายปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม นายปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ชี้ให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ ๑ ก็คือ การสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ ถือเป็นการทํางานร่วมกันที่สําคัญไม่ใช่เฉพาะคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการร่วมกันของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่สมัครเข้ามาทําหน้าที่นี้ เพื่อการปฏิรูปประเทศนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยแท้จริง ถ้าเรามองในแง่ของ โครงสร้างของรัฐธรรมนูญในส่วนแรกซึ่งอยู่ในภาคที่ ๑ หมวด ๒ ประชาชน เราก็จะเห็นว่าได้กําหนดบทบาทพลเมือง ย้ําอีกครั้งหนึ่งที่ท่านประธานได้กรุณาชี้แจงให้เห็น ก็คือพลังที่สําคัญของการสร้างบ้านแปลงเมือง จึงได้กําหนดบทบาทของพลเมืองในฐานะ ที่เป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย เป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยนะครับ โดยให้ความคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพด้านต่าง ๆ และกําหนดบทบาทให้รัฐมีหน้าที่ในการสร้างกลไกในการคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้รัฐมีหน้าที่ในการประกันสิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของประชาชนและได้กําหนดให้ประชาชนมีหน้าที่ในฐานะพลเมืองด้วย โครงสร้าง ของรัฐธรรมนูญในส่วนแรกในหมวดประชาชนจะประกอบไปด้วย ๔ ส่วนที่ผมจะชี้แจง เพื่อให้ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติได้นําเสนอความคิดในเชิงของการปรับแต่ง ที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความสมบูรณ์ เพราะว่าท่านทั้งหลายนั้นรวมทั้งผมด้วย เมื่อถอดเครื่องแบบออก ถอดตําแหน่งออกเราคือประชาชน เราคือพลเมือง

ในเรื่องแรก เป็นเรื่องที่อาจจะเรียกได้ว่าการกําหนดหน้าที่พลเมือง ในการเสริมสร้างความเป็นชาติ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กําหนดบทบาทของประชาชนชาวไทย ในฐานะที่เป็นพลเมืองให้มีหน้าที่ในหลายประการ ทั้งนี้เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของคนในชาติ โดยพลเมืองมีหน้าที่ทั้งในการเคารพและปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น เคารพหลักความเสมอภาค ยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม ค่านิยมที่ดี มีวินัย ตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม รู้รักสามัคคี มีความเพียรและพึ่งตนเองเป็นสําคัญ หน้าที่ดังกล่าวนั้นถ้าท่านทั้งหลายติดตามไป ในร่างรัฐธรรมนูญก็จะอยู่ตั้งแต่ในมาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ ซึ่งผมคงจะไม่ลงลึก ในรายละเอียดเหล่านั้น แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่อยากจะชี้ให้เห็นและเป็นเรื่องสําคัญที่อาจจะเป็น นิมิตหมายใหม่ของความเป็นใหญ่ของพลเมือง ก็คือหน้าที่พลเมืองในการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ในสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งทางสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นก็เป็นผู้ที่สร้างสรรค์งานนี้ ขึ้นมา นอกจากนั้นก็จะมีสมัชชาพลเมือง องค์กรตรวจสอบภาคประชาชน และองค์กร ที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญอย่างมีเกียรติและเข้มแข็ง ปราศจากอคติและด้วยความเสียสละ การบัญญัติถึงหน้าที่พลเมืองดังกล่าวข้างต้น ขอเรียนต่อท่านสมาชิกว่าเป็นกลไกสําคัญ ในการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ของประเทศ ไม่เพียงแต่เฉพาะหน้าที่ของรัฐในการคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ และสร้างเครื่องมือต่าง ๆ ให้กับพลเมืองเท่านั้น หากแต่การสร้างความเป็นพลเมือง ให้กับประชาชนในการตระหนัก รับรู้และเข้าใจบทบาทในฐานะองค์ประกอบสําคัญ ของความเป็นชาติ และเป็นกลไกสําคัญในการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยต่อไป ผมเชื่อว่า เมื่อเราพิจารณาเรื่องของรัฐธรรมนูญในหมวด ๒ ในส่วนนี้ ท่านสมาชิกทุกท่านก็คงจะพิจารณา ส่วนที่อาจจะเสริมทําให้ความเข้มแข็งของพลเมืองมีมากขึ้นต่อไป

ในประการที่ ๒ ในหมวดประชาชน พูดถึงสิทธิและเสรีภาพที่ได้รับการรับรองไว้ ในรัฐธรรมนูญ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ในรัฐเสรีประชาธิปไตย การรับรองสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนับว่ามีความสําคัญอย่างยิ่ง เพื่อการสร้าง กลไกต่าง ๆ ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มิให้รัฐนั้นใช้อํานาจในการจํากัดสิทธิและ เสรีภาพประชาชนเกินขอบเขต จึงได้กําหนดไว้อย่างชัดเจนว่าการจํากัดเสรีภาพกระทําได้ ก็ต่อเมื่ออาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กําหนดไว้ และเท่าที่จําเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสําคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อดํารงไว้ซึ่งดุลยภาพระหว่างสิ่งที่สําคัญมากก็คือประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ ส่วนบุคคล

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้จึงนับเป็นเครื่องมือสําคัญ ในการพัฒนากลไกในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้มีความสอดคล้องกับบริบททางสังคม ของประเทศไทย จัดการกับปัญหาความเหลื่อมล้ําในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ในสังคม สร้างสังคมประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมและสร้างความเข้มแข็งของภาคพลเมือง อย่างเป็นรูปธรรม โดยสิทธิเสรีภาพในส่วนนี้อาจจําแนกลักษณะของการคุ้มครองจากรัฐ ใน ๒ ลักษณะ

ลักษณะแรกก็คือเสรีภาพทางความคิด ในความเชื่อ ในการนับถือศาสนา ในการสังกัดนิกายของศาสนาต่าง ๆ ย่อมได้รับการคุ้มครองจากรัฐโดยบริบูรณ์ กล่าวคือ รัฐไม่อาจจํากัดเสรีภาพทางความคิดของประชาชนได้

ในประการที่ ๒ เสรีภาพในการกระทําหรือเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งรัฐ ไม่สามารถจํากัดแดนแห่งเสรีภาพดังกล่าวโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามการจํากัดเสรีภาพดังกล่าวนี้รัฐจะต้องกระทําเท่าที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้ เท่าที่จําเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสําคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นไม่ได้ นอกจากนี้ ร่างรัฐธรรมนูญก็ยังได้คุ้มครองบุคคลที่ปราศจากสัญชาติที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ซึ่งต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมจากรัฐตามกฎหมายบัญญัติ หรือตามที่รัฐจัดไว้ให้ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้จําแนกสิทธิออกเป็น ๒ ประการ

ในประการแรกก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้ความสําคัญในการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนซึ่งมีสถานะเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกิดมาพร้อมกับความเป็นมนุษย์ และเป็นสิทธิที่ติดตัวกับความเป็นมนุษย์ มีความเท่าเทียมกันในแง่ของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิในการดํารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี และรัฐจะต้องให้การรับรองและคุ้มครองทุกคน ไม่อาจจะเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ หรือสิ่งอื่น ๆ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นบุคคลสัญชาติไทย หรือสัญชาติใดก็ตาม ย่อมได้รับการปฏิบัติจากรัฐโดยเท่าเทียมกัน

สิทธิมนุษยชนที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้ความคุ้มครองไว้ก็จะมีมากมาย หลายประการด้วยกัน เช่น สิทธิในชีวิตและร่างกาย สิทธิในการสมรสและครอบครัว เสรีภาพ ในการสื่อสาร เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือเป็นสิทธิมนุษยชน โดยการบัญญัติไว้อย่างชัดเจนในลักษณะเช่นนี้ก็เพื่อคุ้มครองบุคคล ไม่ว่าจะมีสัญชาติใด ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ หากอยู่ในราชอาณาจักรไทยแล้วก็ย่อมได้รับ การคุ้มครองในสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น

ในประการที่ ๒ รัฐธรรมนูญได้ให้ความสําคัญกับสิทธิพลเมือง เนื่องจาก เป็นเรื่องใหม่ที่เรายกขึ้นมาเพื่อที่จะยกระดับและเพิ่มพูนสิทธิของประชาชนชาวไทย ซึ่งหมายถึงว่า ในฐานะของการเป็นพลเมืองของไทยนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย ซึ่งรัฐจะกําหนดกลไก ในการมีส่วนร่วมของประชาชนและการคุ้มครองสิทธิในเรื่องต่าง ๆ ที่พัฒนามาจากรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๔๐ และพัฒนาต่อมาในปี ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงได้มุ่งสร้างพลเมือง ให้เป็นใหญ่ ผมขออนุญาตที่จะยกให้เห็นถึงสาระสิทธิและเสรีภาพที่สําคัญในด้านต่าง ๆ ในลักษณะที่จะช่วยทําให้ท่านทั้งหลายได้ติดตามและเข้าใจมากขึ้น

ในเรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของการสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้บัญญัติคุ้มครองสิทธิของครอบครัวในการที่รัฐจะต้องช่วยเหลือเรื่องของสวัสดิการ ให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข มีมาตรฐานในการดํารงชีวิตที่เหมาะสม มารดาได้รับการคุ้มครองสิทธิ และสวัสดิการตามสมควรจากรัฐ ทั้งก่อนและหลังในการให้กําเนิดบุตร รวมทั้งสิทธิของเด็ก และเยาวชน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สําคัญมาก เด็กและเยาวชนต้องมีสิทธิในการรับ การพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม และยังคุ้มครองเด็ก เยาวชน สตรีและบุคคลในครอบครัว ให้ได้รับสวัสดิการในความช่วยเหลือจากรัฐ โดยมีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองพัฒนา และสร้างภูมิคุ้มกันแก่สถาบันครอบครัวให้มีความเป็นปึกแผ่นเพื่อเป็นรากฐานของสังคม ที่มีความเข้มแข็งต่อไป จากการอยู่ในครอบครัวแล้วนี่นะครับ อีกด้านหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรง ก็คือการพัฒนาสิทธิในการได้รับบริการด้านสุขภาพหรือด้านสาธารณสุข ทั้งในเรื่องของ การดํารงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดี การได้รับบริการสาธารณสุขจากรัฐ อย่างทั่วถึงมีมาตรฐานและได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐโดยเท่าเทียม รวมถึงการได้รับข้อมูล ด้านสุขภาพจากรัฐที่ถูกต้องทันสมัย ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าสิทธิในการเข้าถึงการบริการสาธารณะ ด้านสาธารณสุขของรัฐตามรัฐธรรมนูญนี้ เป็นการปฏิบัติหรือการปฏิรูปสิทธิด้านสาธารณสุข ที่ได้พัฒนามาจากรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกําหนดให้ผู้ที่ ได้รับความเสียหายจากการรับบริการด้านสาธารณสุขหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรม และมาตรฐานแห่งวิชาชีพจะได้รับการชดเชยค่าเสียหายด้วย ถือเป็นหลักประกันด้านสาธารณสุข จากรัฐที่มีความก้าวหน้าในการคุ้มครองสิทธิของพลเมือง ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ในเรื่องต่อไปก็คือเรื่องของการวางรากฐานทางการศึกษา ของพลเมือง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้ความสําคัญกับการพัฒนาด้านการศึกษา โดยบัญญัติคุ้มครองให้พลเมืองมีสิทธิเท่าเทียมกันในการได้รับการศึกษาที่สอดคล้องกับ วัฒนธรรมท้องถิ่น ความถนัดและศักยภาพของตนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษา ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งอันนี้เป็นการขยายสิทธิจากเดิม ๑๒ ปี เป็น ๑๕ ปี รวมทั้งคุ้มครองสิทธิของผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ผู้ยากไร้ หรือผู้ที่อยู่ในสภาวะ ยากลําบากให้ได้รับสิทธิดังกล่าวอย่างเท่าเทียม เป็นการวางรากฐานทางการศึกษาของพลเมือง ที่มีทางเลือกที่หลากหลาย ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต ยกระดับการพัฒนาทั้งปัญญา และจิตใจของประชาชน ในกรณีเช่นนี้ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เสนอเรื่องของการปฏิรูป ของการศึกษาก็คงจะพิจารณาเรื่องนี้ในรายละเอียดต่อไป

ในเรื่องต่อไปนั้น เป็นเรื่องของการคุ้มครองเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ภายใต้การคุ้มครองของบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พลเมืองมีเสรีภาพในการประกอบกิจการ อาชีพ หรือวิชาชีพ และในขณะเดียวกันรัฐไม่อาจจะเกณฑ์แรงงานได้เว้นแต่กรณีตามที่ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ รวมทั้งมีสิทธิในการได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม มีหลักประกัน ทั้งระหว่างการทํางานในเรื่องความปลอดภัย สวัสดิภาพ สวัสดิการที่เหมาะสม และมีหลักประกันเมื่อพ้นภาวะการทํางานด้วย

ในอีกประการหนึ่งท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายเป็นเรื่องของการคุ้มครองเสรีภาพ ในการเดินทางและการเลือกที่อยู่อาศัยในราชอาณาจักร เว้นแต่การจํากัดเสรีภาพภายใต้ ขอบเขตในรัฐธรรมนูญและห้ามไม่ให้รัฐเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร

ในประการต่อไปเป็นเรื่องของการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงและได้รับบริการ สาธารณะจากรัฐ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติหลักการสําคัญของการจัดทําบริการสาธารณะ ที่พัฒนามาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยให้ความคุ้มครองหลักการพื้นฐาน ในการจัดทําบริการสาธารณะเพื่อให้รัฐปรับปรุงบริการสาธารณะให้ทันสมัยอยู่เสมอ สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน จัดทําบริการสาธารณะด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

ในประการสําคัญต่อไปนั้นเป็นเรื่องของการสร้างบทบาทในการมีส่วนร่วม ของพลเมืองในการพัฒนาประเทศ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้นะครับว่า ในวันนี้ภาคประชาชนเติบโตและสามารถที่จะทํางานหลายด้านควบคู่ไปกับการทํางานของรัฐ หรือภาคเอกชน เพราะฉะนั้นในกรณีเช่นนี้บทบาทตรงจุดนี้ก็เพื่อให้สอดคล้องกับ หลักการประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการที่จะ สร้างกลไกภาคประชาชนให้มีความเข้มแข็งและพัฒนาเครื่องมือในการเข้ามามีส่วนร่วม ของประชาชนในการดําเนินงานของรัฐระดับต่าง ๆ ถ้าเราจะแยกย่อยลงไปนี้นะครับ เราก็สามารถที่จะแยกได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นก็คือสิทธิในการได้รับรู้ที่กําหนดให้พลเมืองมีสิทธิ ในการได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะในความครอบครองของทางราชการ จากนั้นก็เป็นสิทธิในการพิจารณาในการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณา โดยบัญญัติ รับรองและคุ้มครองให้พลเมืองมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการปฏิบัติราชการทางปกครองอันมีผลหรืออาจจะมีผลกระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพของตน และพลเมืองก็มีสิทธิในการได้รับทราบข้อมูล คําชี้แจงและเหตุผลจากรัฐในการดําเนิน โครงการหรือกิจกรรมที่อาจจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ วิถีชีวิตของตน ส่งเสริม คุ้มครองสิทธิในการแสดงความคิดเห็นผ่านกระบวนการในการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ในการดําเนินการของหน่วยงานของรัฐ นอกจากนี้ยังกําหนดให้พลเมือง เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ชั้นของการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติ คําคํานี้อาจจะเป็นคําใหม่ของพวกเรา และท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย แต่การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้น ประชาชนไปไกล ถึงขนาดที่จะทําให้ยุทธศาสตร์ชาตินั้นเป็นยุทธศาสตร์เพื่อประชาชนทุกคน ไม่ใช่ เป็นยุทธศาสตร์เฉพาะของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง เพราะฉะนั้นในลักษณะเช่นนี้การวางแผน พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการตรากฎหมายที่มีผลกระทบต่อประชาชน จึงเป็นเรื่องที่รัฐจะต้องพิจารณาด้วยความเคารพในความเป็นพลเมือง

อีกประการหนึ่งนั้นเป็นสิทธิในการร้องทุกข์โดยคุ้มครองให้พลเมืองมีสิทธิ ในการเสนอเรื่องราวร้องทุกข์เมื่อได้รับผลกระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพของตน สิ่งที่เราต้อง พิจารณาด้วยความเข้าใจอย่างมากอีกเรื่องหนึ่งก็คือการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิชุมชน ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับวันนี้ภาคประชาชน ซึ่งเขาเรียกตนเองว่า ภาคพลเมืองนั้น ได้พยายามที่จะพิจารณาถึงการพัฒนาที่เกิดขึ้นจากภาคพลเมืองซึ่งเขาอยู่กับปัญหา เขาอยู่กับความต้องการ เขาพร้อมที่จะเข้ามาพิทักษ์รักษาชุมชนของเขา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ความสําคัญกับชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสําคัญของประชาธิปไตย และส่งผลต่อการพัฒนา ประเทศอย่างยั่งยืน โดยให้ชุมชนมีสิทธิในการปกป้อง ฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบสานและพัฒนา ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ภูมิปัญญาของประชาชน ถ้าเราจะขีดเส้นใต้คําว่า ภูมิปัญญาของประชาชนนั้นต้องบอกกันว่าประเทศนี้เข้มแข็งได้เพราะประชาชนมีภูมิปัญญา

อีกทั้งการมีส่วนร่วมที่สําคัญอีกประการหนึ่ง แล้วเราก็จะเห็นตลอดมา ในระยะเวลาไม่ต่ํากว่า ๒๐ ปี ก็คือความปรารถนาของประชาชนในการอนุรักษ์ รักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งเป็นส่วนสําคัญของชีวิตทั้ง ๒ ด้าน โดยพยายามที่จะเน้นย้ํา และน้อมนําเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการที่จะก้าวเดินไปสู่การพัฒนาในอนาคต อย่างสมดุล ยั่งยืน ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญก็ไม่ละเลยที่จะสนับสนุนให้ชุมชนมีบทบาท อย่างเป็นทางการในการมีส่วนร่วมในด้านต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนเพื่อสร้าง ความเข้มแข็งให้กับชุมชนเหล่านั้น การกําหนดให้พลเมืองมีส่วนร่วมกับชุมชนในการ ได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งการคุ้มครอง ส่งเสริม รักษาสิ่งหนึ่งซึ่งเรากําลังจะสูญเสียไป ก็คือคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อให้พลเมือง และชุมชนดํารงชีวิตได้อย่างเป็นปกติ โดยการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจจะ ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง รัฐธรรมนูญฉบับนี้นํามากําหนดให้ต้องจัดทํากระบวนการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนดําเนินการ รวมทั้งกําหนดให้มี การศึกษาผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน โดยองค์การอิสระ ที่มีความเป็นกลาง ประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เห็นถึงการดําเนินชีวิตของเรา ต่อไปด้วย ในการประเมินสิ่งแวดล้อมอีกอันหนึ่งซึ่งเป็นหลักใหม่ก็คือการประเมินสิ่งแวดล้อม ในระดับยุทธศาสตร์ หลักประกันให้พลเมืองในการได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร การแสดง ความคิดเห็นก็เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งต่อไป จึงสนับสนุนให้มีการคุ้มครองเสรีภาพ ในการรวมกลุ่มการแสดงออกซึ่งเจตจํานงทางการเมือง ทั้งในแง่ของการจัดตั้งพรรคการเมือง หรือกลุ่มต่าง ๆ ในรูปแบบที่เราได้ใช้มาแล้ว

ท่านผู้มีเกียรติครับ ในการที่เราจะทําให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ข้อเรียกร้องจาก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เรารับฟังมาก็คือการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค

ในประการต่อไปของรัฐธรรมนูญในภาคที่ ๑ ก็คือการยกระดับการมีส่วนร่วม ทางการเมือง ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะมีความหลากหลายในหลายลักษณะตั้งแต่การรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร การมีส่วนร่วมทางตรงในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย การเพิ่มบทบาทของประชาชน ในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการรักษาไว้ซึ่งการปกครอง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

ในประการสุดท้ายนั้นเป็นเรื่องของการพัฒนากลไกการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐโดยภาคประชาชน ซึ่งผมจะไม่อธิบายในรายละเอียดนะครับ ท่านทั้งหลาย สามารถพิจารณาได้ในส่วนที่ ๔ ของรัฐธรรมนูญในหมวดนี้ แต่สิ่งที่สําคัญมากที่สุดก็คือ ทําให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต้องเปิดเผยข้อมูลในการใช้เงินแผ่นดิน แต่พลเมือง มีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พลเมืองมีส่วนร่วม ที่สําคัญในการตรวจสอบโดยสภาการตรวจสอบภาคพลเมือง

ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายครับอันนี้เป็นสาระโดยสรุปที่จะทําให้ ในท้ายที่สุด เราสามารถที่จะพัฒนากลไกการถอดถอนจากตําแหน่งและการตัดสิทธิทางการเมือง ให้เป็นอํานาจของพลเมืองด้วย ผมหวังว่าการนําเสนอในจุดนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อ ท่านสมาชิกทุกท่าน ในการที่จะพิจารณาสร้างสรรค์ปันแต่งเพิ่มเติมแล้วก็ผลักดันที่จะ ทําให้พลเมืองของประเทศนี้เป็นผู้ที่มีอํานาจและบทบาทโดยแท้จริง มิใช่มีอํานาจชั่วคราว ในวันที่มีการเลือกตั้งเท่านั้น ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ขอบคุณครับ