สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘

โกวิท ศรีไพโรจน์ เสนอความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเขียนบทบัญญัติให้ชัดเจนและกระชับ เพื่อให้ประชาชนที่มีคุณภาพสามารถเข้าถึงและใช้สิทธิอย่างสุจริต นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการแก้ไขมาตราหลายมาตราของรัฐธรรมนูญ รวมถึงการสนับสนุนองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคด้วย

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณความปรารถนาดีของทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านนะครับ ที่กรุณาพยายามจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ครอบคลุมแล้วก็ให้เกียรติประชาชนในฐานะ พลเมือง แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมเองก็คงจะมีข้อสังเกตอยู่บ้างเกี่ยวกับเรื่องในภาพรวมก่อน

ประการที่ ๑ ผมเองผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านท่านประธานว่ายังไม่ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องของกองทัพในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย ซึ่งกองทัพนั้นถ้าหากว่ามีอยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่ใน ๒ ช่วง ถ้าผมจําไม่ผิด ช่วงแรกก็คือว่า ในส่วนที่ขึ้นตรงต่อองค์พระมหากษัตริย์ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อกองทัพมีหน้าที่ในการรักษา ความสงบเรียบร้อยแล้วก็ป้องกันขอบขัณฑสีมา ราชอาณาจักรของประเทศนั้น ส่งผลไปยัง พ.ร.บ. กลาโหม ซึ่ง พ.ร.บ. กลาโหม นี้ นายกรัฐมนตรีมานั่งอยู่ในตําแหน่งประธานสภา กลาโหม ซึ่งบางทีอาจจะไม่สอดคล้องกันนะครับ เพราะว่าในเรื่องของรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุ เรื่องกองทัพไว้โดยตรง นอกจากนั้นยังกระทบไปถึงหน่วยงานบางหน่วยงาน ขออนุญาต พาดพิงไปเลยนะครับว่าหน่วยงานบางหน่วยงานซึ่งไม่ควรที่จะให้ภาคการเมืองเข้าไป แทรกแซงโดยเฉพาะการที่พรรคการเมืองหรือนักการเมืองสามารถจะแทรกแซงหน่วยงาน ก็คือการงบประมาณนะครับ คราวนี้นี่นะครับ เนื่องจากว่าทางกองทัพไม่ควรจะต้องเข้าไปพึ่ง หรือเข้าไปเกี่ยวพันกับทางการเมืองโดยเฉพาะการงบประมาณก็ควรจะเสนอในภาพรวมว่า ไม่ว่ากองทัพหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรในกระบวนการยุติธรรม ศาล อัยการ หรือ การสอบสวน ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบกระบวนการทางการเมืองนั้น ไม่ควรจะผูกพันกับ พระราชบัญญัติงบประมาณ อาจจะเป็นไปได้ไหมครับที่อาจจะคํานวณเป็นอัตราร้อยละ ของรายได้แผ่นดินอันนี้ในเรื่องของในภาพรวมครับท่านประธานครับ

ประการที่ ๒ ครับตรงนี้ผมเองก็อาจจะซ้ําซ้อนกับท่านสมาชิกหลายท่าน ที่ได้อภิปรายไปแล้ว โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญนี้เป็นกฎหมายแม่บทซึ่งควรจะให้ ประชาชนเข้าถึงได้โดยง่าย ผมเข้าใจครับว่าทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพยายาม เขียนให้ครอบคลุม แต่ว่าการครอบคลุมนั้นบางทีอาจจะใช้ตัวหนังสือซึ่งอาจจะมากเกินไป หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ซึ่งอาจจะส่งผลให้ประชาชนอ่านรัฐธรรมนูญยากขึ้น ทําให้ ประชาชนเข้าถึงรัฐธรรมนูญยากขึ้น บทบัญญัติหลายมาตราอาจจะมีความซ้ําซ้อนกันมาก ในฐานะของผู้ที่อ่านกฎหมาย อาจจะมีความรู้สึกว่ามีถ้อยคําค่อนข้างจะฟุ่มเฟือยไปนะครับ ยกตัวอย่างในเฉพาะหมวด ๒ มาตรา ๒๕ วรรคสี่ มาตรา ๓๐ ทั้งมาตรา มาตรา ๓๒ วรรคสาม ตอนท้าย ค่อนข้างจะสับสน อ่านค่อนข้างจะยาก มาตรา ๓๔ วรรคสอง มาตรา ๕๔ วรรคสาม มาตรา ๗๐ อาจจะซ้ําซ้อนกับมาตรา ๖๙ เป็นต้น ควรจะใช้ถ้อยคําที่น่าจะกระชับได้มากกว่านี้ เพราะว่ากฎหมายอย่างไร ๆ ก็ต้องแปลความอยู่ดีครับ นอกจากนั้นในความเป็นพลเมือง พลเมืองนี้หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วเนื่องจากให้เกียรติประชาชน ผมเองมีข้อสังเกตอยู่ เรื่องหนึ่งว่าพลเมืองนั้นย่อมต้องเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เหตุการณ์ก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ก็มีประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด แต่ว่าการใช้สิทธินั้นมีการเรียกร้องสิทธิ และการใช้สิทธินั้นมีการใช้ในลักษณะที่ ผมขอใช้คําว่า บางคนอาจจะใช้สิทธิโดยไม่สุจริต การใช้สิทธิโดยฟุ่มเฟือยจนเกินไปก่อให้เกิดปัญหาของประเทศได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น เมื่อพลเมืองคือสิ่งที่มีค่าที่สุดของประเทศ พลเมืองดังกล่าวต้องเป็นพลเมืองที่ใช้สิทธิ โดยสุจริต ถึงแม้ในรัฐธรรมนูญฉบับร่างฉบับนี้เขียนไว้ในหลายแห่งว่าการใช้สิทธิของพลเมือง ต้องใช้โดยสุจริตก็ตาม แต่ถ้าหากว่าเขียนให้ชัดไว้เลยว่าในการใช้สิทธิของพลเมือง ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องใช้สิทธิโดยสุจริต ผู้ใดใช้สิทธิโดยไม่สุจริตก็ไม่ควรได้รับการคุ้มครอง มันต้องมีสภาพบังคับในรัฐธรรมนูญนี่เป็นประเด็นหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีเรื่องของรายละเอียด ผมขออนุญาตไปโดยเร็วหลายประเด็นนะครับ

มาตรา ๒๗ เกี่ยวกับเรื่องของการรับราชการทหารครับท่านประธาน หน้าที่ ของพลเมืองคือรับราชการทหาร ซึ่งอาจจะแปลไปได้ว่าต่อไปนี้ผู้หญิงอาจจะต้องมา เกณฑ์ทหารด้วย ซึ่งดูแล้วตรงนี้ผมก็คงจะต้องให้เกียรติสุภาพสตรีว่าหน้าที่ของการป้องกันชาติ เป็นหน้าที่ของบุรุษเพศ แต่ถ้าผู้หญิงมีเจตจํานงต้องการจะเข้ามารับราชการทหารนี้ควรจะ เป็นความสมัครใจ ไม่ใช่เขียนเป็นหน้าที่ว่าพลเมืองมีหน้าที่

(๒) ป้องกันประเทศ รับราชการทหาร บางทีอาจจะแปลไปว่าผู้หญิงต้อง รับราชการทหารทุกคนด้วย ตรงนี้อาจจะยุ่งยากนะครับ

(๔) ใช้สิทธิทางการเมืองโดยสุจริตและมุ่งถึงประโยชน์ส่วนร่วม ไปอ่าน ในเจตนารมณ์บอกว่าสิทธิทางการเมืองเป็นสิทธิไม่ใช่หน้าที่ พอเอามาบัญญัติไว้ตรงนี้อาจจะ สับสนว่าการใช้สิทธิทางการเมืองเป็นหน้าที่หรือสิทธิกันแน่ ตรงนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เป็น ข้อสังเกต คราวนี้ในมาตรา ๓๑ ท่านประธานครับ เรื่องของกลุ่มบุคคลที่จะถูกกล่าวหาว่า กระทําการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทําให้เกิดการล้มล้าง ลักษณะของกลุ่มบุคคลไม่ชัดเจน ยกตัวอย่างว่ามีกลุ่มบุคคลกระทําการ การที่จะกล่าวหาใครมันต้องกล่าวหาให้ชัดเจน ทั้งนี้ ถ้าหากกล่าวหาโดยไม่ชัดเจนอาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้นะครับ

ในประเด็นต่อมาขออนุญาต มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๗ การถอนบุคคลที่ได้สัญชาติ โดยการเกิด ตรงนี้อยากจะให้ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญลองทบทวนถึงแม้จะมี ท่านสมาชิกหลายท่านเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องบุคคลไร้สัญชาติ แต่ผมเองผมกลับมีความเป็นห่วง เนื่องจากว่าประเทศไทยจะต้องเข้าสู่เออีซีอีกไม่นาน การได้สัญชาติโดยการเกิดนั้นถ้าหากว่า ได้โดยหลักสายโลหิตผมคงไม่ติดใจเท่าไร แต่การได้สัญชาติโดยหลักดินแดนคือผู้ที่เกิด ในราชอาณาจักรไทย ได้สัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ การได้สัญชาตินั้นควรจะได้สัญชาติสําหรับบุคคล ที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเข้ามาแบบอย่างไรก็ได้ เกิดมาแล้วก็ทางฝ่ายประเทศไทยแล้วพลเมืองไทยจะต้องรับภาระกับบุคคลเหล่านี้ ซึ่งอาจจะ ไม่เป็นธรรม แล้วก็ประการต่อมาบุคคลที่ได้สัญชาติไทยในกลุ่มนี้ขอโทษทีครับหน้าที่เขาไม่ได้ ปฏิบัติตามในหลายเรื่อง ยกตัวอย่างถึงแม้เขาจะได้สัญชาติไทย แต่ว่ากลับไม่ต้องมารับราชการทหารอย่างนี้ พลเมืองไทย ซึ่งของเราเราต้องไปโอบอุ้ม โอเคครับ ในลักษณะของการช่วยเหลือตามมนุษยธรรมนี่ ผมยอมได้ แต่ว่าพอมาเสร็จปุ๊บนี่สามารถจะเรียกร้องสิทธิอะไรทุกประการโดยที่ไม่คํานึงถึง หน้าที่เลยน่าจะไม่ถูกต้อง ตรงนี้ก็ฝากเป็นข้อสังเกตนะครับ ก็ลองดูว่าสามารถจะแก้ไข ได้อย่างไร

ในมาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ โดยเฉพาะมาตรา ๔๙ วรรคท้าย ผมอาจจะขอรวบรัด สักนิดหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องขององค์กรวิชาชีพสื่อซึ่งมีอํานาจพิจารณาคําร้องตามมาตรา ๔๘ นั้น ดูเสมือนว่าองค์กรนี้สามารถทําหน้าที่เป็นศาลเสียเอง เพราะฉะนั้นก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้ เช่นเดียวกัน

มาตรา ๕๒ ท่านประธานครับ การศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เมื่อเช้าถ้าผมจําไม่ผิด ท่านอาจารย์ปกรณ์กรุณาได้ขึ้นชาร์ท (Chart) ไว้ว่า ๑๕ ปี แต่ไม่ได้เขียนในรัฐธรรมนูญนี้ว่า ๑๕ ปี ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาว่าถ้าผมอายุประมาณสัก ๕๒ แล้วในขณะนี้ผมอยากจะขอ ไปเรียนอาชีวศึกษา รัฐต้องจัดให้ผมฟรีด้วยหรือเปล่า อาจจะมีปัญหาสักเล็กน้อยนะครับ เพราะฉะนั้นลักษณะตรงนี้ขอฝากคณะกรรมาธิการไว้ด้วย

เรื่องสุดท้ายครับ องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคตรงนี้ต้องขออภัยท่านสมาชิกบางท่าน เหมือนกัน ผมเองก็เห็นด้วยว่าจะต้องมีแต่ว่าการที่ใช้งบประมาณของรัฐ ผมไม่แน่ใจว่า องค์กรนี้จะเป็นเอ็นจีโอหรือเปล่า เพราะเป็นองค์กรอิสระและไม่ใช่ภาครัฐ การที่ต้องใช้เงิน ของรัฐบาลไปสนับสนุนถ้าเป็นองค์กรเอ็นจีโอผมว่าน่าจะผิดหลักการครับ ผมก็คงมีเรื่องที่จะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในช่วงนี้แค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ