อรพินท์ สพโชคชัย เสนอแนะการปรับปรุงบทที่ว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของประชาชนในรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน และการคุ้มครองผู้สูงอายุและแรงงาน พร้อมกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการของรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานและท่านกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ อรพินท์ สพโชคชัย สมาชิก สปช. ๒๓๖ ค่ะ ก่อนอื่นดิฉันคิดว่าก็ขอชื่นชม ดิฉันใช้เวลาเสาร์ อาทิตย์ อ่านรัฐธรรมนูญฉบับร่างนี้อย่างละเอียด แล้วก็ได้มีบทวิเคราะห์ หลายส่วน สําหรับวันนี้ดิฉันจะขออนุญาตพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับบทที่ว่าด้วยประชาชน มีประเด็น ที่จะอภิปราย ๓ หัวข้อ ก็คือเรื่องของหน้าที่ เรื่องของสิทธิ แล้วก็เรื่องของการมีส่วนร่วม
ในเรื่องของหน้าที่นั้นดิฉันก็ต้องขอขอบคุณที่กรรมาธิการได้ยกเอาหมวด ที่เป็นหน้าที่ขึ้นมาก่อน ซึ่งต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ที่ผ่านมา เอาหน้าที่ไปไว้ข้างหลัง แล้วคนก็ลืมไปว่าจริง ๆ แล้วการเป็นพลเมืองหรือการเป็นประชาชนนั้นมันมีหน้าที่สําคัญ หลายอย่าง หน้าที่อื่น ๆ ดิฉันคิดว่าก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องชื่นชมที่คณะกรรมาธิการ ได้เอาหน้าที่ในเรื่องของการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ ดิฉันคิดว่ามีท่านสมาชิกได้อภิปราย ในประเด็นนี้แล้ว และดิฉันเห็นด้วยกับการที่ว่าจะต้องเพิ่มข้อความ ไม่ใช่ช่วยเหลือราชการ อย่างเดียว ดิฉันคิดว่าอยากจะให้เพิ่มว่าเป็นหน้าที่ของประชาชนในการที่จะต่อต้าน แล้วก็ป้องกันปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในสังคมไทยทุกระดับและทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในภาคส่วนของราชการ หรือเกิดขึ้นในภาคที่เป็นภาคเอกชน
อีกประเด็นหนึ่ง อาจจะใส่ไว้ในที่ไหนจริง ๆ แล้วเมื่อประชาชนเข้ามามีส่วน ในการต่อต้านนั้นเพื่อจะเป็นหลักประกัน ดิฉันคิดว่าจะต้องมีมาตรการในการที่จะคุ้มครอง คนที่จะเข้ามาช่วยเหลือราชการในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ก็ชื่นชมกับส่วนที่ทําให้ ประชาชนนั้นมีหน้าที่ในการที่จะเข้ามาทําหน้าที่ในสมัชชาพลเมือง แล้วดิฉันคิดว่า เป็นจุดนิมิตหมายที่ดีที่กําหนดให้การทํางานในสมัชชาพลเมืองนั้นเป็นการทํางานในลักษณะ ที่เป็นจิตอาสา อันนี้จะทําให้คนที่จะเข้ามาทํางานในสมัชชาพลเมืองนั้นเป็นคนที่ตั้งใจมาทํางาน อย่างแท้จริง
ในประเด็นต่อมา ดิฉันขอพูดในเรื่องของสิทธิของพลเมือง ในสิทธิของพลเมือง ในมาตรา ๓๐ นั้นเป็นเรื่องที่ดีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้กําหนดว่า เมื่อมีการพูดถึงสิทธิของพลเมืองในด้านต่าง ๆ นั้นก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่แก่รัฐ ซึ่งอันนี้ ดิฉันคิดว่าทําให้เกิดความชัดเจน เพราะว่าเราพูดถึงสิทธิของประชาชนในรัฐธรรมนูญ หลายฉบับแล้วนั้นไม่เคยมีความตระหนักว่าสิทธิต่าง ๆ ที่กําหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญนั้น มีหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐที่จะต้องดําเนินการ อันนี้ดิฉันคิดว่าทําให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ในเรื่องของสิทธินั้นดิฉันคิดว่ามีประเด็นหลายประเด็นที่พูดถึงเรื่องสิทธิของพลเมือง ในลักษณะที่สร้างสรรค์แล้วก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งดิฉันขอชื่นชมในเรื่องของการเปลี่ยน เรื่องสิทธิของการศึกษาจากประเด็นในเรื่องของจํานวนปีเป็นระดับการศึกษา ซึ่งดิฉันคิดว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสม คือตั้งแต่ปฐมวัยถึงมัธยมศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น เป็นการศึกษาที่เรียกว่าสร้างความเป็นพลเมืองอย่างแท้จริง ซึ่งในหลายประเทศนั้น ก็ได้ผลักดันให้ประชาชนของเขามีการศึกษา อย่างน้อยที่สุดนั้นถึงระดับมัธยมศึกษา ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่าเป็นจุดที่มีความสําคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อสังเกตในมาตรา ๕๒ นั้น ดิฉันคิดว่าได้พูดถึงเรื่องคุณภาพแล้วก็พูดถึงเรื่องความหลากหลายของการศึกษา แต่ดิฉันคิดว่าสิ่งที่เราควรจะต้องเน้นแล้วก็อาจจะต้องไปคิดถึงประเด็นในเรื่องของการศึกษา ก็คือในเรื่องของการที่จะทําให้ระบบการศึกษานั้นเป็นระบบที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน ในทุกพื้นที่ เพราะปัจจุบันนี้เท่าที่ศึกษาดู การศึกษาของไทยปัจจุบันนั้นจริง ๆ เป็นการศึกษา ที่สร้างความเหลื่อมล้ํา ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างการศึกษาในเมืองกับการศึกษาในชนบท ดิฉันคิดว่ามันจะทําให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ช่องว่างในสังคมที่มากขึ้น ๆ
ในเรื่องของการช่วยเหลือคุ้มครองในมาตรา ๑๖ นั้นดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่มีเรื่องที่อยากจะเพิ่มเติม อย่างเช่นท่านสมาชิกได้อภิปราย ในมาตรานี้สิ่งที่ขาดหายไป ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ เราได้พูดถึงเรื่องคุ้มครองเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการต่าง ๆ แต่ว่าผู้สูงอายุนั้นมีการเอ่ยถึงน้อยมาก สิ่งที่ไม่ได้กล่าวถึงในประเด็นผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคุ้มครองในเรื่องของความรุนแรง มีเรื่องของความรุนแรงอยู่ จะไปคุ้มครองเด็ก สตรี ผู้พิการ แต่ว่าผู้สูงอายุในปัจจุบันนั้นก็มีกระแสข่าวออกมาอยู่เป็นประจําว่าถูกละเลยบ้าง ได้รับความรุนแรงบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุมีอายุมาก ๆ สังคมไทยเรากําลังเป็นสังคม ที่เรียกว่า ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นสัดส่วนของผู้สูงอายุจะมีจํานวนที่เพิ่มมากขึ้นนะคะ ในส่วนนี้ดิฉันคิดว่า จะขออนุญาตพูดเลยไปถึงเรื่องของการคุ้มครองแรงงาน ในส่วนของมาตราที่คุ้มครองแรงานนั้น ก็ยังไม่ได้กล่าวถึงในเรื่องของการคุ้มครองแรงงานผู้สูงอายุเพียงแต่บอกว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ ในการที่จะจัดให้ผู้สูงอายุนั้นได้มีงานทํา แต่จริง ๆ ดิฉันคิดว่ามันจะต้องมีเรื่องของมาตรการ ในการคุ้มครองแรงงานของผู้สูงอายุด้วย ดิฉันเห็นด้วยกับการที่ตัดคําว่า แรงงานเด็ก ออกนะคะ เพราะอันนั้นดิฉันคิดว่ามันไม่น่าจะมีอยู่ในรัฐธรรมนูญ เราไม่น่าจะไม่มีการพูดถึง เรื่องแรงงานเด็ก เด็กก็ควรจะเรียนหนังสืออยู่ไม่ควรจะต้องออกมานั่งทํางานนะคะ
ในประเด็นเรื่องของการมีส่วนร่วมนั้น ดิฉันคิดว่ามีหลายประเด็น เราได้พูดถึง เรื่องประเด็นตั้งแต่มาตรา ๖๑ ไล่มาจนถึงมาตรา ๗๒ ซึ่งอันนั้นเรามีหลายประเด็นในเรื่องของ การมีส่วนร่วมนะคะ ในมิติของรัฐธรรมนูญในเรื่องการมีส่วนร่วมนั้น เราได้มีความพยายาม ตั้งแต่เรื่องของการที่ประชาชนมีสิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร แต่ว่าข้อยกเว้นนั้นมันเยอะมาก ในเรื่องของข้อยกเว้น ยกเว้นแต่เป็นเรื่องของการกระทบกับความมั่นคง ดิฉันคิดว่าเท่าที่ผ่านมา ตัวข้อยกเว้นนั่นคืออุปสรรคในการที่ประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เมื่อไปขอข้อมูลข่าวสาร เขามักจะต้องตั้งสติคิดก่อนว่าข้อมูลนี้มันเป็นข้อมูลที่เป็นความลับทางราชการหรือเปล่า และสุดท้ายลงมาก็คือ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลเป็นความลับทั้งนั้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเห็นด้วยกับหลายท่านที่ได้อภิปรายว่าข้อยกเว้นนั้นควรจะเป็น ข้อที่อาจจะต้องพิจารณาใหม่นะคะ รัฐธรรมนูญได้กําหนดให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารงานหลายด้านนะคะ ในการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติในมาตรา ๖๒ ร่วม ในการจัดการบํารุงรักษาและใช้ประโยชน์ มาตรา ๖๓ มีส่วนร่วมในการที่จะรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มาตรา ๖๔ จนกระทั่งมาตรา ๖๕ นะคะ เรื่องเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะต่าง ๆ ดิฉันคิดว่า อันนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าในการที่ดําเนินการในรัฐธรรมนูญเขียนในลักษณะหรือในแนวโน้ม ในโทนที่ออกมาในลักษณะที่ว่าประชาชนนั้นมีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลจากราชการ มีส่วนร่วม ในการให้ความคิดเห็น แต่จริง ๆ แล้วในกระบวนการมีส่วนร่วมดิฉันอยากให้เขียนคําว่า การมีส่วนร่วมนั้นเป็นกระบวนการการมีส่วนร่วม กระบวนการการมีส่วนร่วมนั้นจริง ๆ แล้ว ตามหลักทฤษฎีนั้นมี ๕ ขั้นตอน ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนเพียง ๒ ขั้นตอน ก็คือได้รับ ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายหรือโครงการต่าง ๆ แล้วก็ให้ข้อมูลราชการ แต่จริง ๆ แล้วระดับที่ ๓ นั้น คือเข้าไปเกี่ยวข้อง อาจจะเข้าไปลักษณะที่ร่วมกันคิดว่าทางออกในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้น เป็นอย่างไรนะคะ แล้วก็ระดับที่ ๔ นั้นอาจจะเข้าไปถึงลักษณะเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นการ ให้ข้อเสนอแนะเข้าไปมีส่วนร่วม ระดับการมีส่วนร่วมจะเพิ่มขึ้นถ้าเราเพิ่มระดับการมีส่วนร่วม ถึงขั้นที่ ๔ ขั้นที่ ๕ นั้นได้กําหนดไว้แล้วคือเรื่องของการลงประชามติ ตรงนี้เรากระโดด หายไป ๒ ขั้นตอน ก็คือขั้นที่ ๓ กับขั้นที่ ๔ ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ดิฉันคิดว่าน่าจะมีการกําหนดให้ชัดเจนมากขึ้นนะคะ ดิฉันก็ต้องขอฝากในส่วนของหมวด ประชาชนไว้แค่นี้นะคะ ก็ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการและขอเป็นกําลังใจที่ท่านได้สละเวลา ในการที่ใช้ทั้งพลังสมองแล้วก็พลังงานต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาในการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ขึ้นมานะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่มีมิติใหม่หลายด้านที่น่าสนใจค่ะ ขอบพระคุณค่ะ