วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ชี้ปัญหาสิทธิของคนพิการในรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ท่านประธานครับ หลายคนเขาภูมิใจว่าแหมรัฐธรรมนูญนี้สุดเจ๋งครับ แต่เป็นฉบับที่ผมกลุ้มใจที่สุดเลยท่านประธานครับ ทําไมกลุ้มใจครับท่านประธานครับ เพื่อนฝูงบอกผมเลยครับว่าทําไมยุคแกรัฐธรรมนูญไม่สะท้อนสังคมสําหรับทุกคนเลย สังคมของเรากําลังจะเป็นสังคมผู้สูงอายุก็ไม่สะท้อน ฟุ่มเฟือย อีแอบย้อนยุค ผมจุกเลยครับ ท่านประธาน แล้วเขาก็อธิบายครับว่าทําไมเขาพูดแบบนั้น เขาบอกมาตรา ๔๖ วรรคหก มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๑ ตัดแล้วจับยุบเป็นมาตราเดียวแล้วก็เขียนหลักการอย่างที่เขาจะเสนอ ท่านประธานครับ เขาบอกว่า พลเมืองย่อมมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสภาพแวดล้อม อันเป็นสาธารณะ แล้วสภาพแวดล้อมอันเป็นสาธารณะเขาก็สาธยายกลัวคนไทยไม่เข้าใจ เขาบอกก็ได้แก่อะไร ก็สภาพแวดล้อมทางกายภาพ สาธารณะก็รู้ดีก็คืออาคาร สถานที่ การขนส่งสาธารณะ ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ การสื่อสารสาธารณะ เทคโนโลยีสาธารณะ และบริการสาธารณะ ทําไมต้องไปเขียนไว้ตั้ง ๓ มาตรา ก็เขียนอยู่ในมาตราเดียวก็ได้แล้ว และยังเขียนไม่ครบอีก บริการสาธารณะก็ไปอยู่ มาตรา ๕๙ ข้อมูลข่าวสารสาธารณะก็ไปอยู่ มาตรา ๖๑ แล้วอะไรก็ไม่รู้ไปเป็นอีแอบอยู่ มาตรา ๔๖ วรรคหก ทําไมเป็นอีแอบครับ ท่านประธาน ก็มาตรา ๔๖ มันเป็นเรื่องสิทธิของครอบครัวครับท่านประธาน แล้วสิทธิของ ครอบครัวไปเกี่ยวอะไร พิการทุพพลภาพเข้าถึงสวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเป็น สาธารณะการช่วยเหลืออื่นใดมันสิทธิครอบครัวตรงไหนท่านประธานครับ และยังแถมต่อไป อีกว่าเด็กเยาวชน ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปมีรายได้ไม่เพียงพอ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสิทธิ ครอบครัวท่านประธาน และมันย้อนยุคครับท่านประธาน ย้อนยุคอย่างไรที่เพื่อนเขาตําหนิ บอกเองจําได้ไหม ปี ๒๕๔๙ ที่มาเผาโลงศพที่หน้ารัฐสภาเพื่อขอเปลี่ยนคําว่า ได้รับ เป็น เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ แล้วคุณหมอชูชัยก็กรุณาเขียนไว้ในปี ๒๕๕๐ ใช้คําว่า เข้าถึงและ ใช้ประโยชน์ได้มาจากภาษาอังกฤษว่า แอคเซส ทู (Access to) หรือ แอคเซสซิบิลิตี (Accessibility) ได้รับมันแปลว่า รีซีฟ (Receive) ครับท่านประธาน ได้รับอะไร บอกฉันได้รับ สภาพแวดล้อมอันเป็นสาธารณะ ได้รับแล้วเอ็งใช้ได้หรือเปล่า ก็ใช้ไม่ได้แล้วมีประโยชน์อะไร มันต้องเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ครับท่านประธาน เพื่อนมันจะเขกกระบาลผมนี่ ทําไมเอ็ง ย้อนยุคกลับไปได้รับอีกแล้ว เผาโลงศพไร้ค่าปี ๒๕๔๙ คุณหมอชูชัยทราบดี ท่านก็อยู่ ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้งแล้ว ท่านก็กรุณมาแล้วแล้วทําไมตอนนี้เป็นอีแอบ ย้อนยุคละ มันอีแอบย้อนยุคจริง ๆ ท่านประธาน มันไปแอบอยู่ในสิทธิครอบครัว มาตรา ๔๖ ๕ วรรค เรื่องครอบครัวทั้งนั้น พอมาวรรคหกไม่เห็นเกี่ยวเลยอีแอบแท้ ๆ เลย ๓ มาตรานี้ มันยุบเหลือมาตราเดียวได้เลยครับท่านประธาน เขียนไปเลยครับมาตราเดียว มาตรา ๔๖ วรรคหกตัดทิ้ง มาตรา ๕๙ ตัดทิ้ง มาตรา ๖๑ ตัดทิ้ง แล้วก็เขียนแบบพรรคพวกผมเสนอ นี่ละครับท่านประธานว่า พลเมืองย่อมมีสิทธิเข้าถึงสภาพแวดล้อมอันเป็นสาธารณะ ก็เขียน ไปเลยได้แก่อะไร สภาพแวดล้อมกายภาพ ขนส่งสาธารณะ การสื่อสาร ข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยี จบ มีเยอะกว่า ๓ มาตรานั้นอีก ๓ มาตรามีอะไรท่านประธาน บริการสาธารณะ อันนี้ก็มีแล้ว และบริการสาธารณะก็มี ข้อมูลข่าวสาร แล้วขนส่งไปไหน กายภาพไปไหน การสื่อสารไปไหนไม่เห็นมีให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้เลยท่านประธาน มันไม่ครบ นั่นหมายความว่าการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้หมายถึงว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องเป็นยูนิเวอร์ซอล ดีไซน์ (Universal Design) ออกแบบสําหรับทุกคน ที่คุณกฤษณะจะไปเรียกอารยสถาปัตย์ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเพราะมันใช้ได้แต่สภาพแวดล้อมมันเป็นสาธารณะ มันไม่รวมถึงข้อมูล ข่าวสาร เทคโนโลยีขนส่ง การสื่อสาร และถ้ามันไม่เป็นยูนิเวอร์ซอล ดีไซน์ เขาจะต้องต่อด้วย อะไรครับท่านประธาน และเทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวก ฝรั่งก็เรียกว่า อะแดพทีฟ เทคโนโลยี (Adaptive Technology) ก็อย่างผมใช้คอมพิวเตอร์มันไม่มีเสียงก็มีโปรแกรม ตาทิพย์ใส่เข้าไปมันก็อ่านให้ได้ ตึกเก่าเป็นบันไดก็มีสายพานชักลากขึ้นไปได้ โดยไม่ต้องไปทุบ ให้มันเป็นทางลาด อันนี้ก็เป็นอะแดพทีฟ เทคโนโลยีครับท่านประธาน แล้วถ้าไม่มีล่ะ ไม่มีมันก็ต้องรีซันเนเบิล แอคคอมโมเดชัน (Reasonable accommodation) ก็คือที่เรียกว่ารีซันเนเบิล แอคคอมโมเดชัน ก็คือการช่วยเหลืออื่นใดที่สมเหตุสมผลครับท่านประธาน อนุสัญญาแปลไว้เรียบร้อย อันนี้มีอยู่ ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการทั้งหมดครับ นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ การช่วยเหลือ ที่สมเหตุสมผล ก็ในเมื่อเราไม่มีสิ่งอํานวยความสะดวกสายพานลากวีลแชร์ (Wheelchair) ขึ้นไป ก็ถามคนใช้วิลแชร์ว่าจะใช้คนยกเอาไหม ถ้าคนใช้วิลแชร์บอกยินดี พร้อมจะเสียว ก็ยกขึ้นได้ครับ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงบอกหนูไม่เอา หนูไม่ชอบเสียว ห้ามยกครับท่านประธาน อันนี้เขาเรียกว่า รีซันเนเบิล แอคคอมโมเดชัน อันนี้เป็นหลักการสากลเลยท่านประธาน ก็เขียนเอาไว้ให้มันครบ เอาล่ะจะรวมสวัสดิการก็รวมไปเลยครับ รวมทั้งสวัสดิการ และการช่วยเหลืออื่นใดจากรัฐตามที่กฎหมายกําหนดอย่างทั่วถึงเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ใส่ไปเลยครับท่านประธานผมไม่ว่า ๓ มาตราเหลือมาตราเดียวได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมก็ยังเห็นด้วยกับเพื่อนว่าไม่สะท้อนสังคมของทุกคน ไม่สะท้อนสังคมไทย ที่จะก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุ ฟุ่มเฟือย ไหนบอกว่าจะยุบ ๆ ให้มันสั้น ๆ แล้วทําไมไปฟุ่มเฟือย ตั้ง ๓ มาตรา อีแอบย้อนยุค ผมเห็นด้วยเลยครับ ไม่เห็นจะเข้าท่าเลยวรรคหก ไปอยู่ได้อย่างไร กับสิทธิครอบครัว ผมอยากให้กรรมาธิการอธิบายหน่อย ผมจะได้ไปอธิบายลูกศิษย์ถูก เวลาสอนวิชากฎหมายสําหรับคนพิการ มันอยู่อะไรไปอยู่กับสิทธิครอบครัว แล้วต่อสู้เผาโลงศพ มาได้จะได้เข้าถึงใช้ประโยชน์ได้ ตอนนี้กลับไปได้รับอีกแล้ว ได้รับแต่มันใช้ไม่ได้ ไม่มีประโยชน์อะไร ครับท่านประธาน ก็ทุกวันนี้ผมได้รับเพียบเลยนะครับ เอกสารเต็มกระตักเลยครับ แต่ใช้ประโยชน์ไม่เห็นได้เลยท่านประธานครับ ผมต้องการอย่างเดียวเวิร์ด (Word) ครับ เข้ามา ในอีเมล์ (e-Mail) ผมครับ กองขยะแบบนี้ก็ชั่งกิโลขายเท่านั้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น การเข้าถึงแล้วใช้ประโยชน์ได้มันสําคัญกว่าได้รับครับท่านประธานครับ อันนี้ต้องตอกย้ํา เป็นปรัชญาเอาไว้ แล้วมันมีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ แล้วทําไมต้องยกเลิกกลับไป ปี ๒๕๔๐ อีกล่ะ ปี ๒๕๔๐ ใช้รับครับ แต่คนพิการมาเผาโลงศพหน้านี้ผมตอกย้ําหลายโลงแล้ว ท่านประธาน มันจึงออกมาเป็นเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ มาจากภาษาอังกฤษว่า แอคเซส ทู (Access to) หรือแอคเซสซิบิลิตี (Accessibility) ไม่ใช่รีซีฟ (Receive) อันนี้ผมจึงกลุ้มใจครับ ท่านประธาน ผมก็เลยขอแปรญัตติด้วยว่า ๓ มาตรา ยุบได้แล้วครับ เลิกได้แล้วครับ อีแอบ ย้อนยุค เลิกได้แล้วครับ ฟุ่มเฟือย เอามาเขียนให้มันกะทัดรัดเลยครับท่านประธาน พอเขียน กะทัดรัดแล้วจะเป็นอย่างไรครับท่านประธาน เราจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นเลยครับ ทําไมเรา จึงต้องมีข้อยกเว้นว่าบริการสาธารณะต้องปรับปรุงทันสมัย ใส่ทําไมครับในรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธาน ผมไม่เข้าใจว่าทําไมต้องใส่ในรัฐธรรมนูญว่าบริการสาธารณะต้องปรับปรุงทันสมัย นี่ถ้าเขียนไปมันตลกนะท่านประธาน ถ้าเป็นวรรคสอง ถ้าเขียนแบบผมเป็นวรรคแรกนะ แล้วมีวรรคสองบอกว่าบริการสาธารณะต้องทันสมัยนะครับท่านประธาน ต้องปรับปรุง ทันสมัย มันตลกทันทีครับ แล้วถ้าไปเขียนว่าเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ มีอายุเกินกว่า ๖๐ ปีขึ้นไป ที่มีรายได้พอเพียงในการเลี้ยงชีวิตต้องถูกจํากัดเรื่องสวัสดิการ อะไรจะเกิดขึ้นครับ ท่านประธาน ผมไม่เข้าใจว่ามาตรา ๔๖ วรรคหก ตอนต้นไปจํากัดสิทธิสวัสดิการผู้สูงอายุทําไม ก็ทุกวันนี้เขาได้เบี้ยผู้สูงอายุกันถ้วนหน้า แล้วทําไมต้องไปบอกว่าถ้าจะได้เฉพาะคน ไม่พอกินนะโว้ย เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญนี้ออกผมจะร้องศาลเลยครับ ว่าท่านที่พอกินทั้งหลาย รัฐธรรมนูญนี้เขาห้าม เพราะฉะนั้นท่านไปแก้แล้วกัน แล้วก็ไปดูแล้วกัน ได้เฉพาะพวกไม่พอกินนะ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้แล้วว่าให้เฉพาะพวกไม่พอกิน ผมฝากเอาไว้เลยครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ