ศิรินา ปวโรฬารวิทยา เสนอแนะการเปลี่ยนแปลงคำว่า "ประชาชน" เป็น "พลเมือง" ในรัฐธรรมนูญ เพื่อความชัดเจนและความง่ายในการอ่าน เข้าใจ และเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีมาตราเพียง 250 มาตราเท่านั้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการปลูกฝังความเป็นพลเมืองและรับรองสิทธิและความรับผิดชอบของพลเมืองไทยตามมาตรา 26-72 ประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศิรินา ปวโรฬารวิทยา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๙๘ นะคะ ขออภิปราย หมวด ๒ ประชาชนค่ะ ในหมวดนี้มีทั้งหมด ๔๒ มาตรานะคะ เริ่มจากมาตรา ๒๖ แล้วไปจบที่มาตรา ๗๒ ใน ๓๐ มาตรา ก็จะพูดถึงหน้าที่และสิทธิของพลเมือง และอีก ๑๐ มาตรา ก็ใช้คําว่า สิทธิบุคคล ผู้บริโภค รวมทั้งหมดก็คือพลเมืองเช่นกันนะคะ
จะขอเริ่มจากมาตรา ๒๖ นะคะ ประชาชนชาวไทยย่อมมีฐานะเป็นพลเมือง หมายถึงประชาชนที่มีสัญชาติไทยทั้งหมดจะได้เป็นพลเมืองทุกคนใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น ประเทศไทยเรามีประชาชนไทย ๖๕ ล้านคน ก็หมายถึงว่าทุกคนจะได้ยกฐานะเป็นพลเมือง ๖๕ ล้านคนค่ะ และภาครัฐจะต้องมีหน้าที่ปลูกฝังความเป็นพลเมือง ทั้งหน้าที่ สิทธิ ขอเติมคําว่า คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรมของประเทศ และการเป็นประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นหน้าที่ของรัฐ ก็แสดงความยินดีกับประชาชนไทย ๖๕ ล้านคนที่จะได้มาเป็นพลเมืองค่ะ
มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ ได้ชี้แจงถึงหน้าที่ของพลเมืองมากมาย ซึ่งจะทําให้คนของเรารู้หน้าที่มากขึ้น ก็ขอยกตัวอย่างนะคะ ก็มีการปกป้องพิทักษ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ป้องกันประเทศ รับราชการทหาร รักษาประโยชน์ของชาติ ปฏิบัติตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด เสียภาษีอย่างสุจริต แล้วก็มีสิทธิทางการเมืองอย่างสุจริต ช่วยเหลือราชการ ขจัดการทุจริต บรรเทาภัยพิบัติ รักษาอนุรักษ์วัฒนธรรม ศิลปะ ภูมิปัญญา รักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจะมีบทบาทในการทําหน้าที่การบริหารประเทศ และมีบทบาทในการตรวจสอบ ผู้บริหารของประเทศด้วยค่ะ คําว่า ประชาชน และ พลเมือง ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน คําว่า ประชาชน ให้ความรู้สึกถึงคนจํานวน ๖๕ ล้านคน ที่ภาครัฐจะต้องดูแล ช่วยเหลือ ป้องกันและพัฒนา แต่คําว่า พลเมือง ให้ความรู้สึกว่าคนไทย ๖๕ ล้านคน จะเป็นพลัง จะช่วยกันสร้างประเทศไทยให้มั่นคง ยั่งยืนและมั่งคั่ง เพราะฉะนั้นการปฏิรูปคําว่า ประชาชนชาวไทยเป็นพลเมือง ดิฉันถือว่าเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่นะคะ คือปฏิรูปคําว่า ประชาชนชาวไทย เป็นคําว่า พลเมือง คือการปฏิรูปคนไทยทั้งประเทศให้รู้จักสิทธิหน้าที่ ให้ชัดเจนเพื่อสร้างให้พลเมืองเป็นใหญ่ ซึ่งคงจะหมายถึงว่าเราจะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ ใช่ไหมคะ คงไม่ใช่ใหญ่เฉย ๆ นะคะ ไม่ใช่ตัวใหญ่หรือนิสัยนักเลงอะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นในตรงนี้ดิฉันก็มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดีก็ขอเสนอให้เปลี่ยนหมวด ๒ คําว่า ประชาชน เป็นหมวด ๒ คําว่า พลเมือง เลย เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้หมวด ๒ ว่าหมวดพลเมือง ก็จะเป็นว่าเรามีพระมหากษัตริย์เป็นหมวดที่ ๑ แล้วก็หมวดที่ ๒ ก็คือมีภาคพลเมือง แล้วก็ใช้คําว่า พลเมือง เป็นต้นไปนะคะ ถ้าเช่นนั้นเราก็จะต้องในหมวด ๑ ในมาตรา ๕ ที่พูด คําว่า ปวงชนชาวไทย ไม่ว่าเหล่ากําเนิดหรือศาสนาใดต้องอยู่ในความคุ้มครองของรัฐธรรมนูญนี้ ก็ขอให้เปลี่ยนเป็นพลเมือง ไม่ว่าเหล่ากําเนิดหรือศาสนาใดย่อมอยู่ในความคุ้มครองนี้ ก็คือมาตรา ๕ หมวด ๑ นะคะ
อีกมาตราหนึ่งที่น่าสนใจคือมาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง หน้า ๑๔ ประโยคที่ว่า ไม่ขัดต่อหน้าที่ของพลเมือง และศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกลงคนเดียวกันหรือเปล่า ไม่ทราบนะคะ ดิฉันอยากให้เขียนว่าไม่ขัดต่อสิทธิ หน้าที่ ศีลธรรม และประโยชน์สุข ของพลเมืองเป็นต้น เพราะฉะนั้นในนี้เราจะมีการเขียนคําว่า ประชาชน ด้วยหน้าที่หนึ่งแล้วก็ พลเมืองก็หน้าที่หนึ่ง คําว่า ประชาชน และคําว่า คนสัญชาติไทย จะมีอยู่ในหลายมาตรา ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงขอให้เปลี่ยนเป็นคําว่าพลเมืองทั้งหมด เพื่อจะไม่สร้างความสับสนว่า ใครเป็นประชาชนและใครเป็นพลเมืองนะคะ ใครใหญ่กว่าใคร แล้วก็ใครมีหน้าที่อะไร ซึ่งดิฉันคิดว่าความสับสนตรงนี้จะทําให้เกิดปัญหามากขึ้นค่ะ ดิฉันขอสนับสนุนการเปลี่ยน คําว่า ประชาชน เป็น พลเมือง ดิฉันคิดว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีในการปฏิรูปประเทศไทย แต่ต้องเขียนให้เหมือนกันหมดในรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะคะ เขียนให้กระชับขึ้นได้ไหมคะ เขียนให้ประโยคอย่าให้ซ้ําซ้อน เขียนให้มาตราน้อยลง ความจริงน่าจะอยู่ประมาณ ๒๕๐ มาตรา ไม่ใช่ ๓๐๐ กว่ามาตรา เพราะว่ามันจะกระชับขึ้น อย่าเขียนให้ละเอียดมากนักเพราะจะทําให้ ทํางานไม่ได้ แล้วก็อยากให้เขียนให้ง่ายขึ้น อ่านง่าย เข้าใจง่าย พลเมือง ๖๕ ล้านคนจะได้อ่าน อย่างเข้าใจสมกับที่เป็นพลเมืองค่ะ เมื่อเปลี่ยนคําว่า ประชาชนเป็นพลเมือง แล้วก็มีเรื่อง ที่ต้องคิดต่อ คําว่า ประชามติ เราจะต้องเปลี่ยนเป็นพลเมืองมติไหมคะ คําว่า ผู้แทนราษฎร เราจะต้องเปลี่ยนเป็น ผู้แทนพลเมือง ไหมคะ แล้วบัตรประชาชนของพวกเราเราจะต้องเปลี่ยน เป็นบัตรพลเมืองหรือเปล่า ขอบคุณค่ะ