สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘

วินัย ดะห์ลัน ขอบคุณกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และแสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการเข้าใจและใช้ความหมายของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะสุขภาพ วัฒนธรรม และการปรองดอง และเรียกร้องให้เขียนความหมายที่ชัดเจนในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ

นายวินัย ดะห์ลัน

ขอบพระคุณมากครับ กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณทางกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมได้อ่านสัก ๒-๓ รอบนะครับ แล้วก็มีความรู้สึกประทับใจแล้วก็สุขใจ อย่างยิ่ง ไม่คิดว่าจะมีส่วนใดที่พวกเราจะไม่เห็นด้วย แต่อย่างไรก็ตามในกรณีของผมขออนุญาต นําเสนอในส่วนที่เห็นว่าเป็นประเด็นเล็ก ๆ นะครับ ที่อยากจะมานําเสนอในเรื่องของความเห็น ดังต่อไปนี้ครับ

ในกรณีของหมวด ๑ ภาคประชาชน หมวด ๒ เรื่องของประชาชนนั้น ก่อนอื่นนั้นเวลาเราเขียนมาตรฐานในเชิงวิทยาศาสตร์นี้เราจะมีนิยามนะครับ แต่ว่าในกรณี ของรัฐธรรมนูญนี้เผอิญว่าไม่มี อาจจะไปเขียนกันในเจตนารมณ์ ผมก็อยากจะให้เราทํา ความเข้าใจสัก ๒-๓ คํา เผื่อว่าเราจะเข้าใจไม่ตรงกันนะครับ คําแรกเลยนี้นะครับ คําว่า สุขภาพ คําว่า สุขภาพ นี้ปรากฏอยู่ในมาตรา ๓๔ จะมีคําว่า สุขภาพ อยู่ในรัฐธรรมนูญนี้ ๓๒ คํา จะเห็นได้ว่ามีความหมายที่เราอาจจะมีความสับสนกันเล็กน้อยนะครับ แต่เดิม คําว่า สุขภาพ นั้นจะมีความหมายว่าสภาพที่ดีของร่างกาย ใจ ปัญญาหรือว่าสังคมนะครับ แต่ปัจจุบันนี้ทางองค์การอนามัยโลกเขาเปลี่ยนนิยามเอาเรื่องของจิตวิญญาณปนเข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นมันจะมีเรื่องของสุขภาพที่ดีของกาย ใจ สังคมและจิตวิญญาณ ดังนั้นถ้าเราคุยกัน ในเรื่องของสุขภาพก็จะต้องครอบคลุมเรื่องของศีลธรรม จริยธรรม เข้าไปด้วยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของกายเพียงอย่างเดียวนะครับ ในหลายมาตรามีเรื่องของสุขภาพ ผมก็อยากจะให้ทางท่านกรรมาธิการได้มองพิจารณาในเรื่องของสุขภาพทางจิตวิญญาณด้วย ในเรื่องวัฒนธรรมมีอยู่ ๒๕ ครั้งที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญนะครับ ในเรื่องของวัฒนธรรมนั้น ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา เราได้คุยกันมา โดยตลอด ท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ท่านประธานนี้ ท่านก็บอกอยู่ตลอดนะครับว่า วัฒนธรรมนั้นครอบคลุมไปถึงค่านิยม ศิลปะ ศาสนาและจริยธรรมด้วย ผมก็อยากจะนําเสนอ ไปที่มาตรา ๙๔ อันนี้เป็นเรื่องของนิยามเท่านั้นนะครับ เพราะในนั้นจะมีเรื่องของการนําเสนอวัฒนธรรมในทุกมิติ รวมถึงการบริหารจัดการวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม ในตรงนี้นั้นก็อยากจะขยายความ เพิ่มว่ามันครอบคลุมในเรื่องของคุณค่าของผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล (Halal) ในศาสนาอิสลาม ที่เขาจะนํามาใช้ในเรื่องของการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจและสังคมด้วยครับ เผื่อจะลืมนะครับ คําว่า ปรองดองนั้นมี ๑๗ ครั้งก็อยากจะให้เราเข้าใจนะครับว่า คําว่า ปรองดอง ไม่ได้หมายถึง เรื่องของการปรองดองในความขัดแย้งในเรื่องของความขัดแย้งในทางการเมืองอย่างเดียว มันยังมีประเด็นในเรื่องของความขัดแย้งในเชิงวัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา เชื้อชาติ แล้วก็ ในความเป็นมาของประวัติศาสตร์ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นในบางเรื่องก็อยากจะให้นํามาเสนอ ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย ในเรื่องของคําว่า ไทย มีอยู่ ๕๑ ครั้งนะครับ ก็ไม่อยากจะให้เรา เข้าใจว่าเรื่องของไทยนั้นหมายถึงความเป็นไทยอย่างเดียวนะครับ อยากจะให้หมายถึง กลุ่มชนต่าง ๆ ที่มีพื้นเพอยู่ในภูมิภาคนี้ ผมยกตัวอย่างกรณีของมาตรา ๘๖ พูดถึง แพทย์พื้นบ้านไทยนะครับ ถ้าเราลงไปดูที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขามีแพทย์พื้นบ้าน ที่ได้พัฒนาขึ้นมาในแผ่นดินนี้นานเป็นได้หลายร้อยปีนะครับ ก็ไม่อยากจะให้ไปลืมเขา ในกรณีแบบนั้นเราจะพิจารณาได้ไหมว่าเป็นแพทย์พื้นบ้านไทย-มาลายู หรือว่าในพื้นที่อื่น ๆ ในเรื่องของมาตราต่าง ๆ ผมขออนุญาตนําเสนอกรณีของมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๖ มีคําว่า แข่งขัน คําว่า แข่งขัน นั้นมีการพูดถึง ๘ ครั้งในรัฐธรรมนูญนี้นะครับ แต่ว่าส่วนใหญ่จะ เป็นลักษณะของเชิงรับมากกว่าเชิงรุกนะครับ อย่างเช่น ให้ความสําคัญกับการแข่งขัน ขจัดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน ความสามารถในการแข่งขัน การป้องกันการกีดกัน จะมีอยู่ในเรื่องของการส่งเสริม สนับสนุนอยู่ในมาตรา ๒๙๒ ก็อยากจะให้ใช้คําว่า กระตุ้นการแข่งขัน เพราะว่าการแข่งขันนั้นถ้ามีการกระตุ้นทําให้เกิดการแข่งขันแล้วนั้น คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือภาคเอกชนแล้วก็ภาคผู้บริโภคได้ประโยชน์ไปพร้อม ๆ กัน ในมาตรา ๕๒ มีคําว่า พลเมืองย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการรับการศึกษาที่มีคุณภาพ และหลากหลายอย่างทั่วถึง เพื่อการพัฒนาตนเองที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งกรณีนี้ ผมก็ขออนุญาตนําเสนอในเรื่องของมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่อื่น ที่มีมุสลิมเป็นประชากรหลัก อย่างเช่น ในจังหวัดกระบี่ แล้วก็ในกรุงเทพมหานครนะครับ คนเหล่านั้นต้องการอย่างยิ่งในกรณีที่อยากจะได้รับการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้าน อิสลามศึกษา ซึ่งบางครั้งบางคราวมีปัญหาในเรื่องที่เขาไม่ได้รับนะครับ ในกรณีอย่างนี้นั้น ในกรณีที่เขาไม่ได้รับนะครับ เราจะเพิ่มถ้อยคําในมาตรา ๕๓ ว่า การจํากัดสิทธิ ตามวรรคหนึ่งนั้นจะกระทําไม่ได้ จะได้หรือไม่นะครับ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าพลเมือง ที่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติ ทางศาสนาหรือวัฒนธรรมจะได้รับการปกป้องทางด้าน การศึกษานะครับ ในมาตรา ๖๐ ซึ่งท่านประธานสารี อ๋องสมหวัง พูดไปแล้วก็คือเรื่องของ สิทธิผู้บริโภค เรื่องนี้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้เขียนไว้ชัดเจน แต่ครั้งนี้ไปใส่ไว้ ในเจตนารมณ์นะครับ ก็อยากจะขอให้นํากลับเข้ามาในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ผ่านมา ๑๘ ปีแล้วนะครับ องค์กรอิสระทางด้านการคุ้มครองผู้บริโภคก็ยังไม่เกิดนะครับ จะเป็นไปได้ หรือไม่ที่เราจะให้เขียนคําว่า ให้นําเรื่องนี้ดําเนินการภายใน ๑ ปีนับจากวันประกาศรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๖๑ พลเมืองย่อมมีสิทธิในการที่จะได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ ในการครอบครองของรัฐ นั้นเป็นมาตรา ๖๑ แต่อย่างไรก็ตามในมาตรา ๖๙ นั้นมันจะมีเรื่อง ของหน่วยงานของรัฐ แต่มันจะเป็นลักษณะของหน่วยงานของรัฐ องค์กรภาคเอกชน องค์กรเอกชน หรือว่าองค์กรใดที่ดําเนินกิจกรรมโดยใช้เงินแผ่นดิน อันนี้จําเป็นที่จะต้องเปิดเผยข้อมูล จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ในมาตรา ๖๑ นั้นให้ครอบคลุมคําว่า รัฐ นั่นหมายถึงหน่วยงานของรัฐ แล้วก็องค์การภาคเอกชน แล้วก็องค์การใดที่ได้รับ งบประมาณสนับสนุนจากเงินแผ่นดิน ในมาตรา ๖๔ เองนั้นใช้คําว่า องค์การเอกชน หรือว่าองค์การภาคเอกชน ปัจจุบันนี้เขาจะนิยมใช้คําว่า องค์การภาคประชาสังคม หรือว่าซีวิล โซไซตี ออร์แกนไนเซซัน (Civil Society Organizations) ซีเอสโอ (CSO) ถ้าเรา ไปดูในศัพท์นี้นะครับ เมื่อก่อนนั้นเราใช้คําว่า เอ็นจีโอ (NGO) ปัจจุบันหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศโออีซีดี (OECD) เขาใช้คําว่าซีเอสโอ เพราะฉะนั้นในกรณี ของซีเอสโอนั้นก็จะมีความหมายที่กว้างกว่า ถ้าสมมุติว่าเราสามารถที่จะนําเอาคําเหล่านั้น มาใช้เป็นองค์การภาคประชาสังคมก็จะมีความหมายกว้างขึ้น เอ็นจีโอก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของซีเอสโอเท่านั้นนะครับ ในกรณีของซีเอสโอหรือว่าองค์การภาคประชาสังคมนั้นเขานับ องค์กรศาสนาที่ทํางานในเชิงการพัฒนาสังคมไม่ว่าจะเป็นองค์กรศาสนาอิสลาม องค์กรศาสนาคริสต์ หรือแม้กระทั่งองค์กรศาสนาพุทธในบางองค์กรนั้นนับเป็นองค์กรซีเอสโอด้วย นอกจากนี้แล้วในมาตรา ๖๙ นั้นคําว่า องค์การภาคเอกชน ถ้าเราจะเปลี่ยนไปเป็นองค์กร ภาคประชาสังคมนั้นจะเหมาะสมหรือไม่ ผมก็ขออนุญาตนําเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ